“เทวัญ ลิปตพัลลภ” : ฟื้นโมเดลโนพร็อบเบล็มสู้เลือกตั้ง

หมายเหตุ – นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) ให้สัมภาษณ์ “มติชน” เนื่องในโอกาส 42 ปี มติชน ถึงทิศทางการเมืองหลังการเลือกตั้งปี 2562

•ความพร้อมของพรรค ชพน.ในการเลือกตั้ง 2562

การเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่เหมือนกับครั้งที่ผ่านมา เพราะมีข้อกำหนดใหม่ๆ เยอะ จึงต้องเตรียมพร้อม และที่สำคัญต้องช่วยกันประคับประคองให้เป็นไปด้วยดี อีกทั้งยังเป็นการเลือกตั้งที่มีความสำคัญต่อประเทศ จากการลงพื้นที่พบว่า ประชาชนคาดหวังอยากเห็นการเลือกตั้งเป็นทางออก ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น ปัญหาความขัดแย้งจบไป และจะนำประเทศไปสู่ความเรียบร้อย

การเลือกตั้งครั้งนี้ ประชาชนอยากเห็นพรรคการเมืองปฏิรูป จึงต้องมีคนรุ่นใหม่มาบริหารพรรค และได้กรรมการบริหารชุดใหม่ที่เป็นคนรุ่นใหม่ เป็นสูตรผสมที่ลงตัว โดยได้คนที่มีประสบการณ์มาเป็นที่ปรึกษาพรรค ซึ่งทั้งหมดถือเป็นทีมงานของพรรคที่เราต้องการปรับให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและประชาชน วันนี้ผมยินดีที่ประชาชนตอบรับ ชพน.มากยิ่งขึ้น ประชาชนฝากให้ดูเรื่องเศรษฐกิจและปากท้อง ซึ่งคำที่ ชพน.ใช้คือ โนพร็อบเบล็ม (No problem) เป็นคำสะท้อนบุคลิกของ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกฯและหัวหน้า ชพน.คนแรกอย่างแท้จริง ประชาชนอยากให้ ชพน.นำเศรษฐกิจยุคของสมัยน้าชาติกลับมา ชพน.จึงใช้ชาติชายโมเดลมาใช้

•วางตัวผู้สมัคร ส.ส.ในแต่ละเขตไว้อย่างไร

ชพน.จะส่งผู้สมัคร 280 เขต ใน 60 จังหวัด โดยในพื้นที่ จ.นครราชสีมา จะส่งครบทั้ง 14 เขต ส่วนจะได้ ส.ส.เท่าใดขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชน ส่วนตัวคาดหวังว่าจะได้ ส.ส.ทุกเขต ทั้งนี้ ยอมรับกับหลายพรรคพยายามหาเสียง และคาดหวังกับการยึดพื้นที่ใน จ.นครราชสีมา เนื่องจากเป็นจังหวัดใหญ่ ทั้งนี้ ผมเชื่อมั่นว่า กกต.จะให้ความยุติธรรมกับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น ขณะที่สถานการณ์การเมืองหลังเลือกตั้งจะไม่มีเหตุการณ์ขัดแย้งหรือรุนแรง เพราะประชาชนไม่ต้องการให้การเมืองกลับไปสู่ปัญหาเดิม

ผมได้เน้นย้ำผู้สมัคร ส.ส.ไว้ 4 เรื่อง คือ 1.ช่วยกันประคับประคองให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยให้ความร่วมมือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง 2.คนที่ผ่านไพรมารีโหวตให้เป็นผู้สมัครของพรรค ขอให้ยึดมั่นใจกติกา อย่าทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง 3.เวลาหาเสียงขอให้ทุกคนอยู่ในกรอบน้าชาติโมเดล ไม่ต้องไปวิจารณ์หรือเหน็บแนมคนอื่น ต้องยืนอยู่ตรงกลาง ประนีประนอมเข้าได้กับทุกฝ่าย ใครจะเป็นอย่างไรให้ประชาชนตัดสินเอง และ 4.อยากให้ทุกคนเล่นการเมืองแบบนักกีฬา รู้แพ้รู้ชนะรู้อภัย มีวินัย อดทนและเสียสละ ขอให้ทุกคนทำให้ดีที่สุด อย่าเครียด ถ้าแพ้ก็แก้ตัวใหม่ครั้งหน้า แต่ที่สำคัญขอให้ยึดในการสร้างมิตร อย่าเป็นศัตรูกับใคร
หลังเลือกตั้งแล้ว ชพน.จะจับมือกับใครก็ขอให้เป็นเรื่องหลังจากได้รู้ผลการเลือกตั้งก่อน ส่วนกรณีที่หลายคนมองว่า รัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯเตรียมลงสนามการเมืองและเป็นคู่แข่งของพรรคการเมือง คิดว่าหน้าที่ของนายกฯที่เป็นอยู่ในปัจจุบันเป็นการทำหน้าที่บริหารประเทศและทำให้เกิดความสงบในช่วงการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น

•การใช้โมเดลโนพร็อบเบล็มของ พล.อ.ชาติชาย จะเหมาะกับการเลือกตั้งในปี 2562 หรือไม่

คิดกันอยู่นานแต่ในที่สุดก็มองในจุดที่ว่า หลายครั้งการนำของเก่ากลับมาใช้แล้วประสบความสำเร็จ อย่างละครเรื่องบุพเพสันนิวาส ก็น่าจะเป็นตัวอย่างหนึ่งที่สะท้อนว่า ของเก่ามันยังใช้ได้ ตอบโจทย์คนทุกรุ่นในสังคม ฟีเว่อร์ขนาดคนแต่งชุดไทยไปเที่ยววัดวาอารามต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน ดังนั้น การนำ No problem ของน้าชาติกลับมาใช้ในวันนี้ที่ 30 ปีผ่านไป เพราะคิดว่ายังใช้ได้ โดยการนำส่วนที่ดีมาปรับใช้ให้ทันยุค ทันสมัยเหมือนกับละครเรื่องบุพเพสันนิวาส เพราะต้องยอมรับที่ผ่านมา พอการเมืองขัดแย้ง ไร้เสถียรภาพ การลงทุนก็ไม่เกิด

วันนี้ การเมืองต้องเข้มแข็ง มีเสถียรภาพ ทุกก็อย่างจบ การเมืองก็เหมือนเสาเข็ม ถ้าเสาเข็มแข็งแรง เราก็ต่อยอดได้สบาย ถ้าเสาเข็มสั่นคลอนใครจะอยากมาอยู่บ้าน ทุกอย่างอยู่ที่เสถียรภาพ เพราะคือฐานราก ถ้าแข็งแกร่ง ทุกอย่างก็จะดี สมัย พล.อ.ชาติชาย ก็เป็นตัวอย่างได้ดี การเมืองดี เศรษฐกิจก็ดี ความขัดแย้งไม่ว่าเกิดขึ้นที่ใด แม้แต่บริษัทก็ตาม ถ้าขัดแย้งกันเอง งานก็ไม่เดิน ชพน.จึงมั่นใจว่าแนวคิดโนพร็อบเบล็ม ยังสามารถใช้กับการเลือกตั้งในห้วงปี 2562 ได้

•ชพน.ประกาศว่าโนพร็อบเบล็ม ไม่สร้างปัญหา ถูกมองว่าเข้าได้กับทุกฝ่าย

ใช่ หลายคนถาม สำหรับผมการเข้าได้กับทุกฝ่าย ไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดี การเข้าได้กับทุกฝ่ายไม่ได้หมายความว่า เราไม่มีจุดยืนทางการเมือง แต่เราต้องการให้ทุกอย่างอยู่ในกติกา ใช้สภาเป็นหลักแล้วจบที่ห้องประชุม การเมืองก็จะนิ่ง บ้านเมืองก็สงบ ถามว่าการเมืองขัดแย้งได้ไหม สำหรับผมได้นะ ในสภาถือเป็นเรื่องปกติ เพราะที่นั่นเป็นเวที ใช้เหตุผลว่าไป ก่อนที่ให้เสียงข้างมากตัดสินใจ พอจบออกนอกห้องประชุมก็แยกย้าย นี่จึงเป็นที่มาของการนำโนพร็อบเบล็มมาใช้ เพราะวันนี้ถ้าเราหันหน้าเข้าหากันสร้างสรรค์เศรษฐกิจไทยอย่างที่ พล.อ.ชาติชายบอก ทำให้การเมืองนิ่งอย่างเดียว เศรษฐกิจของประเทศก็จะดีขึ้น เมื่อนั้นความเป็นอยู่ของพี่น้องเกษตรกรก็จะดีขึ้น

•จุดยืนทางการเมืองของ ชพน.ต่อกระแส เอา ไม่เอา คสช. มองอย่างไร

จุดยืนของ ชพน.คือ การไม่สร้างปัญหา ผมมั่นใจว่าทุกคนไม่อยากเห็นความขัดแย้ง การเมืองไม่มีปัญหาคือความสงบ เราจึงต้องชูสโลแกนว่า No problem ไม่ขัดแย้งกับใคร ไม่เป็นภาระให้ใคร และจะไม่สร้างปัญหาให้กับใครด้วย ชพน.จะขอเดินสายกลาง ไม่ซ้าย ไม่ขวา เป็นทั้งทางเลือกและเป็นทางออกให้กับประเทศ มุ่งมั่นอยู่ในเกมการเลือกตั้ง แล้วขอดูที่ผลการเลือกตั้งเป็นหลัก

•มองการเมืองหลังการเลือกตั้ง 2562 จะโนพร็อบเบล็มหรือไม่

การเมืองวันนี้อาจจะดูเหมือนมีความขัดแย้ง แต่ผมว่าไม่ สิ่งเหล่านี้เป็นธรรมชาติ เป็นบรรยากาศของการเลือกตั้ง โดยที่ต่างคนต่างก็พยายามทำพรรคให้ดี ชพน.ก็เช่นกัน เราก็จะทำพรรคของเราให้ดี ให้พร้อมเลือกตั้ง และเชื่อว่าทุกอย่างจะจบเมื่อเลือกตั้งเสร็จ เพราะนักการเมืองและประชาชนไม่อยากเห็นความขัดแย้ง ทุกคนหวังให้ทุกอย่างสงบเพื่อเดินหน้าสร้างประเทศกันต่อไป

•หลายพรรคประกาศจะปักธงชิง ส.ส.ที่สนามโคราชอย่างจริงจัง

ผมดีใจนะ จริงๆ แล้วมันเหมือนห้างสรรพสินค้า เพราะนอกจาก กทม.แล้ว ไม่มีจังหวัดไหนที่มีห้างใหญ่ๆ ถึง 3 ห้าง The mall Central และ Terminal 21 เหมือนกับโคราช สิ่งเหล่านี้สะท้อนศักยภาพของโคราชได้เป็นอย่างดี เศรษฐกิจโต ประชากรเยอะ จึงเกิดการลงทุน การเมืองก็เช่นกัน พรรคการเมืองคงเห็นว่า โคราชเป็นเมืองใหญ่ รองแค่ กทม.ทุกคนก็ต้องมา ดีเสียอีก นอกจากคนโคราชจะมีห้างใหญ่ๆ ให้เดินถึง 3 ห้างแล้ว ยังมีพรรคการเมืองเป็น 10 พรรคมาเสนอตัวให้ประชาชนเลือก ชพน.ยินดีที่จะให้ทุกพรรคการเมืองมาปักธงนำเสนอตัวเองที่โคราช มากันเยอะๆ ประชาชนจะได้ตัดสินใจเองว่า เขาจะใช้บริการแบรนด์ไหน

ผมคิดว่าวันนี้ประชาชนเขาเก่งนะ เขาจะเลือกใคร ไม่ใช่เขาไม่ดูว่าใครทำประโยชน์ให้เขาหรือไม่ ชพน.มั่นใจในความจริงใจว่า เราลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง อย่างผมก็ทำทีมนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ถือว่าคุ้นเคยกับแฟนบอลชาวโคราช อ่านเฟซบุ๊กว่าต้องมาทำการเมืองก็ดีใจ มีคนเข้ามาอวยพร สิ่งเหล่านี้อาจเป็นประโยชน์ต่อเราก็ได้

•ความเป็นพื้นที่ทหารในโคราชจะส่งผลต่อคะแนนเสียงของพรรคหรือไม่

คงไม่ได้เปรียบเสียเปรียบ จากที่ผมสัมผัส เดี๋ยวนี้หัวใจของทหารก็เป็นประชาธิปไตย เวลาเขาเข้าคูหา คงไม่มีใครมาบังคับกันได้หรอก เขาก็คงมีผู้แทนในใจเหมือนประชาชนทั่วไปว่าจะไปเลือกใครอยู่แล้ว

•วางเป้าหมายเป็นพรรคการเมืองขนาดกลางจะมีจำนวน ส.ส.เท่าใด

ณ วันนี้ ถือว่าเลยกำหนดเส้นตายที่ต้องสังกัดพรรค 90 วันก่อนการเลือกตั้งแล้ว อีกซัก 1 สัปดาห์จากนี้ พอทุกอย่างเริ่มนิ่ง เห็นตัวคู่แข่งแล้ว ก็จะพอเห็นภาพแล้วว่า ชพน.จะได้สักกี่เก้าอี้ โดยเบื้องต้น ชพน.จะขอรักษาที่มั่นที่โคราชไว้ให้ได้ ที่ผ่านมาหัวหน้า ชพน.ทุกคนล้วนผ่านสนามเลือกตั้งโคราชมา ดังนั้น เราคิดว่าชาวโคราชคงเห็นถึงความตั้งใจจริง และจะเอ็นดูตอบรับ ชพน.เหมือนอย่างที่ผ่านมา ส่วนพื้นที่อื่นๆ อาทิ นครสวรรค์ สกลนคร ก็ถือว่ายังมีโอกาส

อย่างที่บอก ชพน.ขอวางตัวเองไว้ ไม่ใหญ่เกินไป ก็ประมาณตัวเองว่า ไม่ใช่พรรคขนาดใหญ่ แต่เราก็มั่นใจตัวเองว่าเราไม่ใช่พรรคขนาดเล็ก เพราะด้วยรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 การทำให้ตัวเองเป็นพรรคขนาดกลางไม่ใช่เรื่องยาก เหมือนกับรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ด้วยระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม การมีบัตรใบเดียว ทำให้พรรคขนาดกลางอยู่ได้ และอาจจะหวังผลกับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้มากขึ้นกว่าเดิมด้วย

บทความก่อนหน้านี้ด่วน! แท็กซี่ บึ้มกลางปั๊มก๊าซ ย่านลาดกระบัง (มีคลิป)
บทความถัดไปพบคนไทยตื่นตัวกระแสโลกร้อน แคมเปญเลิกใช้ถุงพลาสติกที่ร้านเซเว่นฯ ยอดทะลุ 100 ล้านใบแล้ว แปลงเป็นเงินสมทบทุนให้ศิริราช กว่า 20 ล้านบาท