สัมภาษณ์พิเศษ “วรวีร์ มะกูดี” ชูนโยบายโครงสร้างด้านกีฬา 

หมายเหตุ – นายวรวีร์ มะกูดี รองหัวหน้าพรรคประชาชาติ (ปช.) เปิดใจถึงการทำงานการเมืองสังกัดพรรค ปช.พร้อมทั้งขับเคลื่อนนโยบายและวางยุทธศาสตร์ต่อการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น

ตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค ปช.ดูแลเรื่องใดเป็นพิเศษและเตรียมขับเคลื่อนเรื่องอะไรบ้าง

ผมดูแลรับผิดชอบนโยบายเรื่องกีฬา การพัฒนาเยาวชน ในส่วนของ กทม.มีนโยบายหลายอย่างที่ช่วยแก้ปัญหาเพราะปัจจุบันเรื่องกีฬามีความสำคัญมาก กลายเป็นอุตสาหกรรมเป็๋นลำดับต้นๆ ในประเทศที่เจริญแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา เยอรมนี อังกฤษ ญี่ปุ่น เขาถือว่ากีฬามีความสำคัญมาก เพราะกีฬาสามารถพัฒนาคนพัฒนาชาติได้ นโยบายของพรรค ปช.ให้ความสำคัญในเรื่องสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬา ถ้ามีสถานที่เล่นกีฬา มีอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน และในนโยบายที่เขียนไว้ที่จะผลักดันคือการให้บริการสาธารณะด้านกีฬา เรื่องนี้คนอาจจะมองข้ามว่าทำอย่างไรหรือมีประโยชน์อย่างไร

ทำอย่างไรคือ ปัจจุบัน 1.โครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬาของประเทศไทยมีน้อยมาก เด็กเยาวชนส่วนใหญ่ที่อยากเล่นกีฬาไม่มีสถานที่ ตรงนี้หากมีสถานที่จัดเป็นสโมสรกีฬาชุมชน ศูนย์กีฬาชุมชนให้เด็กเข้าไปใช้บริการ ในนโยบายของพรรคเขียนไว้ให้เยาวชน เด็ก สตรี ผู้สูงอายุและคนพิการ เข้าไปใช้เป็นการบริการสาธารณะไม่ต้องเสียเงิน ซึ่งเราอาจมองข้ามเรื่องนี้ไป ถามว่าทำไมต้องเขียนเป็นนโยบายแบบนี้เพราะประเทศไทยไม่มี วิธีการต้องจัดสร้างสถานที่เหล่านี้ขึ้นมาเพื่อรองรับประชาชน

ถ้ามีสถานที่แบบนี้และมีการให้บริการ มีคนดูแลอย่างเป็นระบบ ประชาชน เยาวชนมีสุขภาพแข็งแรงจะมีประโยชน์คือ 1.ลดการรักษาพยาบาล ประหยัดงบประมาณตรงนี้ มีความคิดที่ดี มีสังคมที่ดี เขาก็ไม่ไปหมกมุ่นกับอบายมุข โดยเฉพาะปัญหายาเสพติดที่เป็นปัญหาระดับชาติและปัญหาสังคมที่ใหญ่มาก ดังนั้นเชื่อว่านโยบายด้านการกีฬาของพรรค ปช.ที่สนับสนุนการลงทุนเรื่องกีฬาจะแก้ปัญหาของชาติได้

นอกจากนี้ในนโยบายของพรรค ปช.เขียนไว้ว่า จะสนับสนุนสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย ในฐานะที่เป็นอดีตนายกสมาคมฟุตบอล รู้ว่าสมาคมจะต้องจัดการแข่งขันทั้งภายในประเทศและส่งไปแข่งขันต่างประเทศ จะต้องมีอาวุธที่ครบมือ ดังนั้นต้องมีสถานที่ฝึกซ้อมสนามแข่งขันและมีอุปกรณ์ที่มีมาตรฐาน ถ้าสมาคมกีฬามีอาวุธครบมือก็สามารถพัฒนากีฬาในแต่ละประเภทก้าวขึ้นสู่นานาชาติได้ แข่งขันกับต่างชาติได้ เรามั่นใจว่าจะขับเคลื่อนเรื่องกีฬาแก้ปัญหาของชาติให้ได้

“การเข้ามาทำงานด้านการเมืองของผม เพราะอยากทำอะไรให้เป็นอนุสรณ์ไว้ให้กับส่วนรวมและประเทศชาติ เพราะการวางพื้นฐานด้านกีฬา การให้การบริการสาธารณะด้านกีฬาประชาชน เด็ก เยาวชน เป็นเรื่องที่ผมอยากทำเรื่องนี้ให้ประเทศชาติมีโครงสร้างพื้นฐานกีฬาอย่างมั่นคงและเป็นสากล กีฬาจะมีส่วนเข้ามาเป็นกลไกในการพัฒนาประเทศชาติ รวมไปถึงสนับสนุนการลงทุนเรื่องกีฬา เพราะประเทศไทยมีการลงทุนด้านกีฬายังน้อยมาก ดังนั้นเป็นเรื่องที่อยู่ในหัวใจของผม เมื่อผมรีไทร์วางมือไปแล้วจะทิ้งมรดกสิ่งนี้ไว้ให้ลูกหลาน”

การเตรียมการเข้าสู่การเลือกตั้งมีความคืบหน้าอย่างไร

พรรค ปช.ได้ทำงานเตรียมการเลือกตั้งไปพอสมควรแล้วในแต่ละภาค ส่วนผู้สมัครพรรคได้คัดเลือกจนครบแล้ว เหลือเพียงแค่ต้องเติมหรือกลั่นกรองเล็กน้อยเท่านั้น ตั้งเป้าพรรค ปช.จะส่งผู้สมัคร ส.ส.แบบเขต 200 เขตทั่วประเทศ หรืออาจมากกว่า 200 เขตนิดหน่อย โดยมีฐานสำคัญคือในพื้นที่ภาคใต้ กทม. ภาคกลาง ภาคเหนือ และอีสาน โดยพื้นที่ภาคอีสานพรรคจะส่งผู้สมัครแบบเขตมากที่สุด ประมาณ 90 กว่าเขต

ขณะนี้ได้ให้ผู้สมัครทำงานในพื้นที่และเตรียมหลักฐานให้พร้อมในการสมัคร รอเพียงความชัดเจนในวันเลือกตั้ง ขณะเดียวกันให้ผู้สมัครเตรียมแผนการหาเสียงในแต่ละเขตและตารางการเดินหาเสียงส่งเข้ามาให้ที่ส่วนกลาง กทม. เพื่อจะให้กรรมการบริหารจัดคิวลงไปช่วยเดินหาเสียง โดยเริ่มต้นที่ กทม.ก่อนและพื้นที่ภาคอื่นตาม

พื้นที่ใน กทม.พรรค ปช.คาดหวังกี่เขต

ใน กทม.พรรค ปช.ส่งผู้สมัครครบทุกเขต คาดหวังในแต่ละเขตเพราะพรรคมีผู้สมัครที่มีคุณภาพค่อนข้างสูง เพราะได้คัดสรรมาอย่างดี มีประวัติการทำงาน การศึกษาที่ดี มีความถนัดในภาคส่วนต่างๆ ที่หลากหลาย มีความรู้ด้านเทคโนโลยีที่พรรคเน้นหาเสียงเรื่องโซเชียลมีเดีย ทุกคนทำงานเป็นทีม แต่เน้นยำให้ทุกคนยึดหาเสียงตามกรอบนโยบายเป็นหลักเพื่อไม่ให้ผิดกฎหมายการเลือกตั้ง ถึงแม้พื้นที่ กทม.จะมี 2 พรรคใหญ่ที่เป็นเจ้าของพื้นที่เป็นหลัก พรรค ปช.ก็พยายามทำงานอย่างเต็มที่ส่วนจะได้คะแนนจากประชาชนมากแค่ไหนยังไม่สามารถตอบได้ แต่ทุกคะแนนมีความหมาย เราอยากปักธงให้ได้สัก 1-2 เขต

“ผมเคยผ่านเรื่องการเมืองมาพอสมควร แต่ไม่ได้ออกมาอยู่ด้านหน้าเท่านั้น คิดว่าเรื่องการเมืองเราต้องลงรายละเอียดมากๆ โดยเฉพาะเรื่องข้อกฎหมาย สมัยก่อนยังไม่เข้มงวดเท่าไร แต่ปัจจุบันมีความเข้มงวดกันมาก มีโทษถึงขั้นติดคุก เป็นเรื่องที่ค่อนข้างระมัดระวัง แต่ในความคิดเห็นส่วนตัวก็เป็นเรื่องดีที่ต้องระวังอย่าไปทำอะไรที่นอกกรอบหรือนอกข้อกฎหมายที่กำหนดไว้ ทำให้การเลือกตั้งนั้นขาวสะอาดไม่มีการซื้อสิทธิขายเสียง ให้ร้ายป้ายสี”

ประเมินการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นอย่างไร

พรรค ปช.เรามีความแข็งแกร่งทางภาคใต้ที่เป็นฐานทัพที่เราน่าจะได้ ส.ส.และคะแนน ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อมาก แต่โดยภาพรวมพยายามทุ่มเทไปทุกภูมิภาค ทำงานอย่างเต็มที่ทั้งภาคเหนือ อีสาน ภาคกลาง และ กทม. ถ้าจะให้วิเคราะห์หรือประเมินตัวเลขต้องใช้เวลาการทำงานอีกสักพักถึงจะเห็นภาพที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม พรรค ปช.จะมีการปราศรัยใหญ่ใน กทม. เริ่มที่หมู่บ้านเมืองใหม่ เขตดอนเมือง ในวันที่ 26 มกราคมนี้ หลังจากนั้นจะปราศรัยใหญ่ที่เขตหนองจอก และจะเคลื่อนไปตามเขตต่างๆ อยู่ในแผนการเตรียมหาเสียงของพรรค ปช. ดังนั้น เชื่อว่าพรรค ปช.จะได้รับการสนับสนุนจากประชาชนมากพอสมควร

ในฐานะอดีตนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย พูดถึงฟุตบอลทีมชาติไทยที่กำลังแข่งขันเอเชี่ยน คัพ 2019 อย่างไรบ้าง

ต้องให้กำลังใจทีมชาติไทยและต้องขอแสดงความยินดีกับน้องๆ นักฟุตบอลทีมชาติไทยชุดนี้ ที่ได้ช่วยกันเล่นทุ่มเทเต็มที่พลิกสถานการณ์ในการแข่งขันฟุตบอลเอเชี่ยน คัพ 2019 จากนัดแรกที่แพ้อินเดียถึง 4 ต่อ 1 กลับมาชนะบาห์เรน 1-0 และเสมอเจ้าภาพสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) 1-1 พลิกสถานการณ์เข้ารอบได้ต้องขอชื่นชม ยินดีและดีใจเป็นอย่างมาก สมัยที่ผมเป็นนายกสมาคม เมื่อฟุตบอลทีมชาติแข่งทีไรจะเอาใจช่วยเต็มที่ เพราะเวลาฟุตบอลทีมชาติไทยชนะ เราไม่ได้ดีใจเฉพาะสมาคมฟุตบอลหรือแฟนฟุตบอล ประชาชนทั้งประเทศที่เฝ้าดูเอาใจช่วยจะมีความสุข ดีใจร่วมไปกับเราด้วย ดังนั้น ผมคิดว่ากีฬาฟุตบอลเป็นลำดับต้นๆ ที่คนให้ความนิยมอย่างมาก ชนะทีไรหรือไปแข่งขันแล้วประสบความสำเร็จประชาชนจะมีความสุข แฟนฟุตบอลก็มีความสุข

“ต้องยกเครดิตให้กับน้องๆ นักฟุตบอลที่ได้ทุ่มเท พลิกสถานการณ์ในฟุตบอลเอเชี่ยน คัพ จากที่แพ้นัดแรกมีอารมณ์ หงุดหงิดโกรธเคืองอยู่ในใจ กลับมาเป็นดีใจ ถือได้ว่าน้องๆ นักฟุตบอลทุกคน ผู้ฝึกสอน ที่ได้แก้ไขสถานการณ์ ดังนั้นต้องให้เครดิตและให้กำลังใจ อย่างไรก็ตาม ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยเป็นของส่วนรวมของประชาชนทุกคน ดังนั้น แข่งทุกครั้งต้องเอาใจช่วย เชียร์น้องๆ ที่เขาทุ่มเทแบบนี้ ผู้บริหารสมาคมต้องดูสิ่งที่จะตอบแทนให้เขาอย่างเหมาะสม เพราะสิทธิประโยชน์ที่ได้มาต่างๆ คือน้องๆ จะนำสิทธิประโยชน์กลับเข้ามาสู่สมาคม อาจเลยไปถึงสโมสรสมาชิกในลีกฟุตบอลก็จะนำสิทธิประโยชน์กลับมาสู่สมาคมเช่นกัน ดังนั้น สมาคมต้องดูแลทีมชาติให้ดีที่เสียสละไปแข่งและถูกคำวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ ดังนั้นของฝากไว้”

บทความก่อนหน้านี้ดำเนินคดี 4 ราย ฉกเบียร์เทกระจาด หลังรถขนสินค้าคว่ำที่ภูเก็ต ตร.เร่งสอบเอาผิดอีกหลายราย
บทความถัดไป21 ขุนพล ‘โต๊ะเล็กช้างศึก’ ตบเท้าเข้าแคมป์เตรียมอุ่น ‘ญี่ปุ่น-คูเวต’