ล้วงลึก! ความลับ ‘พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร’ มือปราบคดีบิลลี่ ครอบครัว-ศิลปะ-การเมือง

ล้วงลึก! เปิดทุกมุม  มือปราบคดีบิลลี่

พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร

ครอบครัว-ศิลปะ-การเมือง

...กลายเป็นบุคลลที่คุ้นหน้าคุ้นตา ผ่านสื่อ ในช่วงปีที่ผ่านมา “รองดำ” พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม อดีตรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) รับผิดชอบคดีดังมากมาย และที่ฮือฮา กลายเป็นประเด็นร้อน คงหนีไม่พ้น คดีฆาตกรรมบิลลี่

มติชนออนไลน์ มีโอกาส สัมภาษณ์พิเศษ ล้วงลึก ความลับ ตั้งแต่มุมครอบครัว ไลฟ์สไตล์ งานอิเรก

.วันที่เราได้นัดหมายสัมภาษณ์ พ.ต.ท. กรวัชร์ เพิ่งย้ายห้องทำงานมานั่งประจำที่กระทรวงยุติธรรม สำนักงานผู้ตรวจกระทรวงยุติธรรม

ไม่ใช่อาคารดีเอสไอ .. ภาพที่พบไม่ค่อยคุ้นชิน ‘พ.ต.ท.กรวัชร์’  กับในลุคชุดสูทสากล ไม่ใช่ในมาดเครื่องแบบมาดเข้ม เริ่มต้นกับคำถามแบบเบสิคกันเลย

ช่วยเล่าเรื่องครอบครัว ชีวิตวัยเด็กคราวๆพอสังเขป

ชีวิตผนในวันเด็กนั้น เป็นเด็กบ้านนอก เป็นชาวสุโขทัย  แม่ผมเป็นพยาบาล พ่อผมทำงานแบงก์  มีพี่น้อง 3 คน พี่สาวรับราชการครู  ผมเกิดในโรงบ่มใบยาสูบ ช่วงวัยเด็กก็เหมือนเด็กบ้านนอกทั่วไป  ตีไก่ ชกมวย จับปลากัด  ที่บ้านไม่มีใครรับราชการตำรวจ

แล้วทำไมมาเป็นตำรวจ

-เพื่อนผมชวนไปสอบโรงเรียนเตรียมทหาร ก็ไป พอถึงเวลาเลือกเหล่า ก็เลือกตำรวจ เพราะที่ผ่านมาเห็นแม่ชอบช่วยเหลือชาวบ้าน ก็อยากช่วยบ้าง และคิดว่าอาชีพตำรวจน่าจะเหมาะมากกว่าทหาร เพราะตำรวจใกล้ชิดประชาชน  ส่วนทหารก็มีหน้าที่ ตอนแรกแม่อยากให้เป็นหมอ ที่บ้านค่อยข้าวเรียนหนังสือดี  แต่ผมคิดว่าอาชีพหมอน่าจะเหมาะกับผมด้วยลักษณะนิสัย เฮี้ยวๆ ของ(หัวเราะ)

และเลือกมาเป็นตำรวจ ตำแหน่งแรกในอาชีพตำรจจบมาเป็น ‘ร้อยตรี’ ไปอยู่ที่จังหวัด พิษณูโลก อยากลับไปอยู่ใกล้บ้านเพราะช่วงนั้น แม่ป่วยเลยอยากไปดูแล  อยู่ได้ประมาณ 1 ปี ก็ย้ายมาอยู่ สมุทรปราการ  เพราะจะแต่งงานพอดีภรรยา บ้านอยู่ จ.นนทบุรี  จากนั้นก็แต่งงานกับภรรยา มีลูกชาย 1 คน  ลูกสาว 1 คน ภรรยาเป็นลูกสาวตำรวจ ผมให้ภรรยาเป็นแม่บ้านเต็มตัวอยู่บ้านดูแลลูกไม่ต้องทำงาน ซึ่งเขาทำได้ดีมาก

 ตอนนี้ลูกๆโตหมดแล้วทำอาชีพอะไรเป็นตำรวจ รับราชการ

ลูกชายผมคนโตเป็นแพทย์  ส่วนลูกสาวคนเล็ก ทำงานบริษัทเอกชน เป็นบริษัทต่างประเทศ ลูกสาวตนเล็กจบ วิศวะคอมพ์ ม.เกษตร  ลูกสาวสอบได้ที่ 1 ของคณะตอนนั้น  บ้านผมค่อนข้างเรียนดี ลูกสาวผมสวยเหมือนภรรยา (หัวเราะ)

ลูกสาวสวยเป็นคุณพ่อที่ห้วงลูกสาว?

ไม่นะ  เรารักเขาให้ถูกทาง  โตแล้วมีคนมาชอบมาจีบเป็นเรื่องธรรมดา เราต้องให้โอกาสคยที่เข้ามาจีบลุกสาว ให้ตัดสินใจ ก็เหมือนกับเราตอนเป็นหนุ่มก็ไปจีบแล้ว ซึ่งเรื่องเหล่านี้จะมีการบอกหรือพูดกับแม่ตลอด

อยู่บ้านกิจกรรมสำหรับครอบครัวคืออะไร

ก่อนหน้านี้ผมมีเวลาน้อยที่ไปต่างจังหวัดบ่อย  ตอนอยู่ดีเอสไอก็ยังไม่ค่อยมีเวลาไปต่างจังหวัดตลอด แต่ตอนนี้อายุเยอะก็จะเดินทางน้อยมีเวลาให้กับครอบครัวมากขึ้น กิจกรรมครอบครัว  ไม่มีอะไรมากชอบเลี้ยงสัตว์ เล่นกีตาร์เล่นไม่ค่อยเก่ง เล่นไปเรื่อยๆ สนุกสนานกันทั้งบ้าน  บ้านเราผูกพันกันมาก ตอนนี้ยังนอนรวมกันอยู่เลย  ผมถามลูกสาวว่า แยกห้องนอนมั้ย ลูกก็บอกว่าไม่ ผูกพันกันมากคุยกันทุกเรื่อง

บุคคลิกภายนอกดูดุดันจริงแล้ว เคยดุลูก ?

เห็นหน้าผมแบบนี้ ผมไม่ดุเลยหน้าตาน่ากลัวเฉย ๆ (หัวเราะ)

ปกติไปปาร์ตี้สังสรรค์?

ตอนเป็นตำรวจเที่ยวเก่งมาก ตอนนี้ไม่ได้ดื่มเหล้ามา 20 ปีแล้ว แต่ไปกินข้าวพบปะเพื่อน ร้องเพลงไม่กี่ทุ่มก็กลับบ้านแล้ว

 เวลาทำคดีที่มีผูัมีอิทธิพลกลัวหรือกังวัลอะไร?  

จะเล่าอะไรให้ฟัง ผมไปเจอแม่ ซึ่งแม่อายุ 88 ปี  พูดกับภรรยา ผมเสมอว่าผมไม่กลัวอะไรเลย  แต่จะบอกความลับให้ฟัง สิ่งที่กลัวคือ “ผมเป็นคนกลัวเข็มฉีดยา’ กลัวมากกลัวมาตั้งแต่เด็ก  ที่ผ่านมาชีวิตการทำคดีของผมมีแรงปะทะสูงมาก คดีใหญ่หลายคดี แต่ผมมีวิธีคิด คือผมไม่ซุนวู ที่รบ 100 ครั้งต้องชนะ 100 ครั้ง แต่วิธีคิดของผมคือต้องชนะครั้งสุดท้าย  ผมทนเจ็บได้ ไม่ว่าแรงต้านจะมากจะน้อยแค่ไหน นี่เป็นนิสัยส่วนตัว

“ผม ไม่เคยกลัวอิทธิพล ในการทำคดี แต่มีบ้างกังวลใจ เวลาถูกฟ้องเวลาไปขึ้นศาล กังวลเรื่องการให้รายละเอียดไม่ครบถ้วน  อีกอย่างถ้าผมกลัวลูกน้องผมอีกเป็น100คน จะทำยังไง ถ้ากลัวก็ตายทั้งทีม ผมยึดหลักเดินแล้วถอยไม่ได้  พูดไปเดี๋ยวหาว่าผมปากดีพูดมาก ผมเป็นคนพูดน้อย สู้แล้วไม่ถอยนิ่ง ไม่เคยกลัว”

มีฉายาประจำตัว

ตอนอยู่กองปราบ เค้าจะเรียกผมว่า ดำทีม  ในดำทีมของผก็มี พ.ต.ท.ประวุธ  วงค์สีนิล รองอธิบดีราชทัณฑ์ร่วมอยุ่ด้วย ดำทีมจะตื้อมาก ไปทำงานที่ 15 วัน ไปต่างจังหวัดดคีต้องสำเร็จ  เคยทำคดีระเบิดกลางเมืองนครสวรรค์  คดีผู้มีอิทธิพล จังหวัดชลบุรี  ก็เลยกลายเป็นที่มา ” ดำทีม” ตอนมาอยู่ดีเอสไอก็เป็นมือปราบรถหรู มือปราบคดีบิลลี่

คดีบิลลี่พอมีการแจ้งข้อกล่าาหาาข้าราชการระดับสูง กลัวหรือกังวัลใจ ?

คดีนี้ผมจะตอบแบบนี้นะ  ผมทำงานไปตามกรอบของพยานหลักฐานได้แค่ไหน จากนั้นก็ต้องทำอยู่ในกรอบใหความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ถามว่ากลัวไม่ ไม่กลัว ถ้ากลัวหรือกังวล ก็ไม่ต้องทำตั้งแต่ต้น  คดีบิลลี่ ผมจะเล่าความรู้สึกเล่าอะไรให้ฟัง มันเหมือนตอนที่ผมอยากเป็นตำรวจที่อยากช่วยชาวบ้าน

ภาพที่ผมเห็นในวัยที่ผมไปเจอ ‘มึนอ’ ภรรยาของนายพอละจี หรือบิลลี่ ผมเห็น มึนอ กับ ลูกอีก 5 คน มีคนหนึ่งเกาะอกแม่ (มึนอ)  กินนม มันเป็นภาพที่ผมรู้สึกว่าผมต้องช่วย อีกอย่างคดีนี้เป็นคดีเกี่ยวกับสิทธิมุษยนชน ถ้าดีเอสไอไม่ทำ ก็คงไปสู้หน้าใครไม่ได้ อีกอย่างคดีนี้เป็นเรื่องที่กระทบกระเทือนความรู้สึกประชาชนมากคน ตอนนี้ไม่ขอพูดเรื่องนี้อีก เพราะอยู่ระหว่างกระบวนการ

ภาพลักษณ์ดุดัน ใส่เครื่องแบบตลอด ดูจริงจัง

ผมชอบใส่เครื่องแบบ  ภูมิใจในเครื่องแบบที่ใส่ การที่ผมใส่เครื่องแบบบ่อยๆชุดฝึก มันจะมีความเป็นดีเอสไอชัดเจน ผมแต่งเครื่องแบบทั้งอาทิตย์  แต่งจนกระทั่ง ไพสิฐ (อธิบดีดีเอสไอพ.ต.อ.ไพสิฐ)  ถามว่า ผมแต่งทุกวันเลยหรือ   แต่วจนกระทั่งนักข่าวแซวผมว่า ซักเสื้ออผ้าบ้างหรือป่าว   ถ้าวันหยุดใส่เสื้อเชิ้ต  างเกงยีนส์ เสื้อแจกฟรีก็ใส่ เสื้อผ้าผมส่วนใหญ่มีเพื่อนๆ ซื้อมาให้ผมใส่หมด  แต่จะเลือกให้เหมาะกับงาน รมต.ให้เข็มขัดมาผมก็ใส่

ชอบงานศิลปะ วาดรูป ไปเรียนจากไหน

ไม่ได้เรียนมากจากไหน  วาดเอง ใช้ปากกาลูกลื่น ผมเป็นคนมีโลกส่วนตัว เอาจริงๆนะ ตอนเด็กๆผมเรียนศิลปะได้ คะแนนไม่ค่อยดี  ผมอยากเอาชนะ และมีความคิดว่า คนอื่นวาดรูปได้ผมก็ต้องวาดรูปได้  เลยเริ่มตอนอายุ 50 ปี  หัดเอง ไม่เรียนจากไหน   เชื่อว่าศิลปะเกิดจากธรรมชาติ  อยุ่ในตัวคน พูดไปหาว่าเราติ๊งต๊อง ไม่เป็นไร ศิลปะอาจจะต้องรียนกรู้หรือไม่ก็ได้ ถ้าไม่เดือดร้อนใครก็ทำไป

อยากวาดอะไรก็วาด คิดในเชิงจินตนาการ ไม่เรียน ผมมองคนที่เป็นศิลปินมีตัวตน แต่ผมไม่มีตัวตน  ผมไม่ลอกใคร ผมเชื่อชอบภาพถวัลย์ดัชนี  อาจารย์เฉลิมชัย งานท่านสุดยอด  แต่ผมไม่มีเงินไปซื้องานของท่าน แต่ผมอยากมีรู้ผมก็วาดติดฝาบ้านผม ผมภูมิใจมีความสุขกับรูปที่ผมวาดทุกรูป  อีกอย่างที่ผมที่เริ่มวาดรูป ผมเป็นคนไม่มีสมาธิ ไม่อยู่นิ่งต้องหาอะไรทำ  มีคณบดี ม.ศิลปากร ชมภาพผม ว่าผมมีสามาธิ อันนี้ดีใจมาก มาก  ดีใจกว่าชมว่ารูปสวยอีก

‘ผมว่างานศิลปะมันอยู่ในตัวคน เกิดจากธรรมชาติ   และจิตนาการ ‘

มีคดีอะไรที่อยากทำ

คดีหลบเลี่ยงภาษี  อยากทำ อันนี้ก็ไม่กลัวเช่นกันถ้าจะทำ ตอนนี้ไม่อยากพูดเยอะ เอาไว้ถึงเวลาที่หมาะสมค่อยว่ากัน

เคยคิดอยากเป็นนักการเมือง ?

มีคนมาชวนแต่ไม่กล้า  ชวนไปลงสมัคร โน้นนี้นั้น แต่ผมไมได้เกิดมาในอาชีพนี้  แต่ถามว่าผมทำได้มั้ย ผมว่าเชื่อว่าผมได้แต่ แต่เหมาะสมหรือไม่นั้นอีกเรื่อง มันก็เหมือนปลาผิดน้ำ ก็ได้ อาจจะไม่เหมาะก็ได้ แต่งานการเมืองเป็นงานที่ใกล้ชิดประชาชนอีกอาชีพหนึ่งที่ผมมอง

พรรคใหญ่หรือเปล่าที่มาชวน

ไม่บอก (หัวเราะ)

บทสนทนาทิ้งท้ายเป็นอีกบทบาทที่ต้องติดตามกันต่อไป  “พ.ต.ท.กรวัชร์”  มือปราบคดีดัง

 

 

บทความก่อนหน้านี้ไฟไหม้ ชุมชนซอยสรงประภา 1 ต้นเพลิง ปิดบ้านไปปีใหม่ตจว. วอด 5หลัง แต่ไร้คนเจ็บ
บทความถัดไปคลื่นลมแรง ซัดชายหาดแก้วจุลดิศ ห้ามเล่นน้ำ ด้าน อุตุฯ เตือน เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง