เจาะใจ ‘ผบช.น.’ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา นำทัพสีกากี ดูแลนครบาล

พล.ต.ท.สำราญ นวลมา

เจาะใจ ‘ผบช.น.’ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา นำทัพสีกากี ดูแลนครบาล

หมายเหตุ – พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น.คนใหม่ที่รับมอบตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา ให้สัมภาษณ์ “มติชน” ถึงการทำงาน ทั้งดูแลการชุมนุมกลุ่มต่างๆ และเตรียมพร้อมดูแลความสงบเรียบร้อยที่จะเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว รวมทั้งข้อครหาอายุน้อยแซงหน้ารุ่นพี่

  • รู้สึกอย่างไรที่มีการวิจารณ์อายุน้อยขึ้นตำแหน่งใหญ่ แซงหน้ารุ่นพี่

ที่จริงผมก็ทำงานกับรุ่นพี่มาตลอด ถ้าครหาก็คงต้องครหาตั้งแต่เป็น ผกก.ดอนเมือง ตอนนั้นอายุยังน้อยอยู่ พี่บางคนเป็นรอง ผกก.สืบสวน พอย้ายไปที่อื่นก็ยังฝากพี่ชายมาอยู่กับผมต่ออีก แล้วมองว่าไงล่ะพอพี่เขาย้ายจากเราไปแล้ว พอถึงช่วงปีใหม่ทุกคนก็กลับมาอวยพรวันเกิดผม เราไม่มีสายการบังคับบัญชากับเขาแล้ว เป็นวันที่ผมภูมิใจที่สุด ทุกคนย้ายไปที่ต่างๆ แล้วกลับมาอวยพร ซึ่งเวลาอยู่กับน้องคนนี้ พี่ๆ ได้แสดงความคิดเห็นชัดเจนแล้วก็น้องเอาความคิดเห็นพี่ๆ แต่ละคนไปปรับแต่ง แต่ไม่ได้เอาของพี่มาทั้งหมดเพราะมันเป็นไปไม่ได้

เพราะฉะนั้นถ้าถามว่าข้อครหาเป็นรุ่นน้อง ผมก็ต้องเจอมาตลอด ตั้งแต่ดอนเมือง ผมทำจากโรงพักท้ายๆ ขึ้นมาเป็นโรงพักที่สองด้วยซ้ำ แล้วโรงพักดอนเมืองก็จับอาชญากรรมได้หมดช่วงนั้นไม่มีค้างเลย แถมของเก่าที่ค้างไว้ก็ไปจับมาให้ด้วย เช่น คดีฆ่าอาม่า คดีนี้เกิดก่อนผมจะมาอีก ตอนนั้นน้ำท่วมแล้วกล้องเสียหมด แต่ก็มาจับตัวได้ตอนผมเป็นผู้การ 191 ก็ตามเก็บให้ทั้งหมด

อยู่กันได้แบบอบอุ่นใจ ผู้บังคับบัญชาก็ไว้ใจ เพราะแต่งตั้งมาก็ทำงานเต็มที่ ซึ่งพี่แป๊ะ (พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ขณะนั้น) ก็สอนไว้ว่าเรามีฐานะเป็นน้อง เราก็ต้องฟังความเห็นและประสบการณ์จากรุ่นพี่ ซึ่งผมได้เก็บเกี่ยว แต่เราก็ต้องมีไอเดียเป็นของเราเองนะแล้วไปปรับปรุงพัฒนา แต่ถ้าน้องเหนื่อยน้อยกว่า ทำงานน้อยกว่า มันก็น่าเกลียด แต่ถ้าน้องคนนั้นทำงานมากกว่า ขยันมากกว่า เหนื่อยมากกว่า ผมว่าพี่ๆ ก็แฮปปี้

ตอนอยู่ดอนเมืองทำงาน 2 ปี คลุกคลีกับลูกน้องไม่กลับบ้านเลย แต่อันนี้จะฟังผมไม่ได้ ต้องถามผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างน้อยถามสัก 5 คนว่ารู้สึกอย่างไร เพราะข้อครหาพวกนี้ ผมตอบแทนไม่ได้ ต้องถามผู้ใต้บังคับบัญชาที่เคยสัมผัสกับผมมา ถามที่ดอนเมืองหรือที่บางนาได้ว่าผมเป็นยังไง

  • ทำงานท่ามกลางสถานการณ์การชุมนุมที่มีความขัดแย้งรัฐบาลรู้สึกอย่างไร

ความคิดเห็นแต่ละคนต่างกันได้ แต่ต้องไม่ใช้ความรุนแรง การชุมนุมตอนนี้กฎหมายยังไม่อนุญาต เพราะมีการแพร่ระบาดของโรค มี พ.ร.บ.โรคติดต่อห้ามไว้ แต่ถ้าสถานการณ์ปกติมี พ.ร.บ.ชุมนุม โดยกฎหมายบังคับตำรวจไว้ว่า ถ้าเขามาชุมนุมโดยสงบ ตำรวจมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัย ถ้ามาชุมนุมแล้วไม่สงบก็เป็นหน้าที่ของตำรวจอีก ต้องทำให้การชุมนุมนั้นสงบ ไม่ลุกลาม ถ้าเป็นการจลาจล ก่อความวุ่นวาย ตำรวจมีหน้าที่ต้องระงับยับยั้งไว้ให้ได้

ดังนั้นกับคำถามหนักใจไหมที่เข้ามารับตำแหน่งในสถานการณ์นี้ ผมยึดหลักพระบรมราโชบายของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่พระองค์ตรัสเมื่อปี 2552 และปี 2553 สรุปความได้ว่าเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ใครมีหน้าที่อะไรต้องศึกษาหน้าที่ของตนให้ถ่องแท้ เมื่อศึกษาถ่องแท้แล้วเราก็มีหน้าที่ มีสิทธิ ต้องทำอย่างไร ไม่ต้องกลัว

ดังนั้น กรณีนี้เมื่อเขาชุมนุม หน้าที่ตำรวจต้องทำอย่างไร การชุมนุมถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ถ้าเป็นการชุมนุมที่ถูกต้องตามกฎหมายก็ต้องดูแลอำนวยความสะดวกให้กับพวกเขา แต่ถ้าไม่ถูกต้องก็ต้องระงับยับยั้ง ไม่ใช่พอมีการชุมนุมเห็นเป็นความวุ่นวายแล้วต้องปราบปราม ต้องแยกแยะและกล้าที่จะทำ

  • อย่างกลุ่มทะลุแก๊ซ มีแนวทางที่จะแก้ปัญหาอย่างไร

ถามว่าดีไหมตอนนี้ นิ่งเงียบไหมล่ะ คือทุกคนก็ต้องยอมรับว่าดีขึ้น ต้องถามชาวดินแดง ที่ผ่านมาอาจมองว่าตำรวจอยู่ฝ่ายตรงข้ามเป็นฝ่ายไปจับเขา แต่พอเขาเดือดร้อน เราก็เข้าไปช่วยเหลือ พอเขาสงบขึ้นผมก็เข้าไปสอบถามเกือบทุกคนต่างก็ตอบว่าพอใจ แต่ว่าตำรวจจะอยู่กับเขาได้นานแค่ไหน ผมก็ตอบว่าเราต้องทำงานควบคู่กันไป เหมือนในกรณีที่ผมบอกไว้แล้วว่าถ้าผู้บังคับบัญชาอยู่กับลูกน้อง ลูกน้องก็อุ่นใจ เช่นเดียวกันตอนนี้ตำรวจไปอยู่ด้วย ทางชาวดินแดงก็เริ่มมั่นใจ ต่อไปก็ต้องเป็นหูเป็นตาให้กับตำรวจ ถึงตอนนั้นสังคมก็จะสงบ แล้วเราก็ต้องถอนตำรวจออกมา

ส่วนโจ๋ป่วนเมืองอื่นๆ ก็ทำควบคู่กันไป ใครทำผิดก็ว่าไปตามนั้น ต้องทยอยออกหมายจับกันไป จับกุมดำเนินคดี อันไหนที่เขาไม่ผิดก็ว่ากัน ต้องทำควบคู่กันไปตอนนี้ฝ่ายป้องกันปราบปราม รักษาความสงบ ส่วนฝ่ายสืบสวนก็ต้องทำหน้าที่ควบคู่กันไปด้วย

⦁ จะตรึงกำลังที่ดินแดงนานแค่ไหน

ผมใช้กำลังอย่างนี้ตลอดไม่ได้อยู่แล้ว ชุมชนก็ต้องเป็นหูเป็นตาให้ด้วย ต้องรู้ถึงความไม่สงบ ความไม่ปลอดภัย คนในชุมชนถ้ากล้าแจ้ง กล้าบอก ซึ่งตอนนี้ถือว่ากล้ากันแล้ว มีการพบวัตถุระเบิดก็มาบอก อยู่ตามกระถาง อยู่ที่โน่น ที่นี่ จากเดิมอยากบอก แต่ไม่กล้ากลัวถูกทำร้าย ตอนนี้เขาเริ่มมาบอกกับเราแล้ว ผมเชื่อว่าประชาชนคือตำรวจคนแรก

  • กังวลไหมถ้าย้ายตำรวจออกไปแล้วความรุนแรงที่ดินแดงจะกลับมาอีก

เราต้องมีแผนรับรอง สุดท้ายเราก็ต้องถอนกำลังตำรวจออก ในที่สุดดินแดงก็ต้องกลับมาเป็นเป็นชุมชนที่สงบสุข แล้วต้องอยู่ของเขาได้ สุดท้ายเขาก็ต้องคืนตำรวจให้กับพื้นที่กรุงเทพฯ ที่มีประชากรเกือบ 12 ล้านคน ดังนั้นจำเป็นต้องกระจายตำรวจไปดูแลในส่วนอื่นด้วย

  • หนักใจหรือไม่ การชุมนุมมีการพาดพิงสถาบันตลอด

ผมอยากขอร้องให้ทุกคนทำตามกฎหมาย อย่าดูสิทธิอย่างเดียวให้ดูหน้าที่ด้วย สิทธิเรามีแค่ไหน เราทำตามสิทธิ แต่การใช้สิทธิของเรามีหน้าที่ต้องไม่กระทบสิทธิของคนอื่น ต้องทำตามกฎหมาย ถ้า พ.ร.บ.การชุมนุมให้ชุมนุมได้ก็ชุมนุมตามกฎหมาย อย่ามองว่าการชุมนุมเป็นคนหมู่มาก อาจไม่ใช่ก็ได้ คนที่เขาไม่ได้แสดงออกก็ต้องมากกว่า อย่างน้อยฝ่ายรัฐบาลต้องมากกว่า เพราะเขาชนะเลือกตั้งมา

  • ส่งตัวแทนเข้าไปพูดคุยกับน้องๆ ผู้ชุมนุมบ้างไหม

คุยครับคุย ล่าสุดไปผมไปคุย 70 กว่าคน ได้คุยเกือบครบ ส่วนใหญ่ที่น่าห่วงคือ ตามเพื่อนมา เพื่อนรับมา มาช่วยเพื่อน แต่ถามว่ามีไม่ชอบฝ่ายโน้น เป็นฝ่ายนี้ ก็มีแต่น้อยคน ผมคุยรอบล่าสุดที่จับ 76 คน ผมคุยปรากฏมีแค่คนเดียว ยกมือถามทำไม คฝ.ต้องยิงโน่น ยิงนี่ใส่ ก็ได้ทำความเข้าใจกันว่า เราไม่ได้โกรธกันนะ เรามาคุยกันใหม่ ตอนนี้ยังชุมนุมไม่ได้ แล้วการทำอย่างนี้มันผิดกฎหมาย การใช้ระเบิดยิ่งผิดกฎหมายหนัก ผมเป็นห่วงเยาวชนทั้งหลายว่า ถ้าถูกจับกุม อนาคตเสียหาย

  • ดูแลสวัสดิการตำรวจชั้นผู้น้อยโดยเฉพาะตำรวจ คฝ. ที่เหนื่อยแล้วยังได้รับบาดเจ็บอย่างไร

นโยบายส่วนตัวที่พูดกับลูกน้อง แบบตลกๆ “ถ้าคนสำราญ งานก็สำเร็จ” เผอิญผมชื่อสำราญด้วย ผู้ใต้บังคับบัญชาต้องได้รับสวัสดิการตามที่เขาสมควรได้รับ อันนี้ผมถือมาก อย่ามองว่ากองบัญชาการขับเคลื่อนด้วยผู้บังคับบัญชาการ แต่กองบัญชาการขับเคลื่อนด้วยตำรวจทั้งกองบัญชาการ พูดง่ายๆ ถูกขับเคลื่อนด้วยผู้ใต้บังคับบัญชา ซี่งเป็นเสมือนมดงานในส่วนนี้ผมก็มอบนโยบายไปแล้วว่าไม่ว่าจะเป็นงานสอบสวน หรืองานป้องกันปราบปราม หรืองานสืบสวนต้องสอนเขาก่อน แล้วให้เขาได้รับสวัสดิการ ถ้าสอนแล้วให้สวัสดิการแล้วยังไม่ทำ ผู้บังคับบัญชาที่ดีต้องกล้าลงโทษการเตรียมตัวรับการเปิด กทม.วันที่ 1 พฤศจิกายนนี้อย่างไร
เตรียมกำลังคนของเราส่วนหนึ่ง ถ้าการชุมนุมสงบ ตำรวจก็จะมีกำลังพลมาดูแลนักท่องเที่ยว แต่ถ้ามีม็อบด้วยเราก็เฉลี่ยกำลังไปดูในส่วนนี้ เพราะฉะนั้นต้องบาลานซ์ให้ได้ ต้องสนองนโยบายรัฐบาลไปให้ได้เพราะธุรกิจท่องเที่ยวขับเคลื่อนประเทศ ตำรวจก็ต้องรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวด้วย

  • ตอนนี้หนักใจเรื่องอะไรบ้าง

เป็นห่วงเรื่องขวัญกำลังใจผู้ใต้บังคับบัญชา ต้องดึงกลับมาให้ได้ก่อน ที่เขาต้องออกตรวจ ผู้บังคับบัญชาจะต้องอยู่กับเขาก่อน ไม่ใช่ว่าขวัญกำลังใจผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ดี แต่เราต้องทำให้ดีขึ้น เพราะงบประมาณถูกตัดไปหลายส่วน แต่เราก็ต้องเรียกขวัญกำลังใจให้ดีขึ้น แต่งบประมาณสวนทางกันอยู่ก็เป็นสิ่งที่หนักใจ ก็อย่างที่เค้าบอกบ้านเมืองขาดอาหารได้แต่ต้องไม่ขาดศรัทธา เพราะฉะนั้นตำรวจต้องมีศรัทธาก่อน เราเลยต้องเรียกขวัญเเละกำลังใจเราตรงนี้กลับมาให้ได้ ผมตั้งใจไว้ในส่วนตรงนี้

  • ย้อนดูโปรไฟล์ถือว่าเป็นมือปราบยาเสพติดด้วย

ผมอยู่งานป้องกันปราบปราม อาชญากรรมเกิดจากสาเหตุ 1.อาชญากร 2.เหยื่อ 3.โอกาส ผมพบว่าพวกอาชญากรมักจะติดยาเสพติด ก็เลยมาคิดว่าถ้าเราตัดสารต้นตอของอาชญากรรมให้น้อยลง พยายามให้คนเสพยาน้อยลงก็จะทำให้คดีเกิดน้อยลง ในโปรไฟล์ของผมจะมีจับยาเสพติด ทำมานานตั้งแต่ยุคแพท พาวเวอร์แพท และจับอาวุธปืนมากหน่อย สองอันเนี่ยเป็นการป้องกันก่อนที่จะเกิดเหตุ เป็นงานเชิงรุกในการป้องกัน

ถ้าจับยาเสพติดได้มาก จะเห็นกรณีที่เสพยาแล้วมาจี้ตัวประกันน้อยลง วิ่งราวทรัพย์น้อยลง ไม่ได้จับเน้นปริมาณอย่างเดียว ปีนี้ตั้งเป้าไว้ว่าอยากให้นครบาลทำชุมชนบำบัดยาเสพติด เป้าหมายอยากดึงผู้เสพเข้าสถานบำบัดให้เยอะขึ้น สามารถลดอาชญากรรมลงได้

ต้องทำตามนโยบายของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. โดยปีนี้ลดปริมาณการใช้ยา เพราะคนส่งขายกับคนผลิตอยู่ต่างประเทศ เราควบคุมตรงนั้นยาก ดังนั้น เราต้องควบคุมคนเสพให้น้อยลง เอาคนเสพเข้าไปบำบัดให้หมด โดยชักจูงชี้ให้เห็นทั้งโทษยาเสพติดและประโยชน์การบำบัด ล่าสุดได้ประสานกับ ป.ป.ส.แล้วตั้งเป้าไว้ว่าจะบำบัดกันตลอด ถ้า ป.ป.ส.เริ่มเราจะลุยเลย

  • ตั้งแต่รับตำแหน่งมาที่ไหนรู้สึกประทับใจที่สุด

ก็อยู่ 191 นานสุด แต่ถ้าถามว่าประทับใจที่ไหนที่สุดก็คงต้องตอบว่าดอนเมือง เพราะว่ามันท้าทายมาก ที่ดอนเมือง มีทั้งการเมือง ชุมชน อาชญากรรม ครบเครื่อง และงานถวายความปลอดภัย พื้นที่นั้นมีค่ายทหารเยอะมาก แล้วแถบนั้นเป็นภูบาล หมายถึงนครบาล + ภูธร เพราะติดหลายท้องที่ไม่ว่าจะปทุมธานีหรือนนทบุรี ที่ประทับใจก็คือสามารถทำ สน.ที่อยู่จากอันดับท้ายๆ จนกลับมาได้เป็น สน.อันดับที่สอง ซึ่งวัดจากอาชญากรรมที่จับได้หมด โรงพักเป็นอย่างไร คนประทับใจไหม

  • ถามว่าอายุราชการที่ยังเหลือ 10 กว่าปี กังวลไหมต้องรักษาเนื้อรักษาตัว

ผมก็เป็นอย่างนี้ ก็อยู่ของเราอย่างนี้ เกร็งไปทำให้ไม่กล้า อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดไปตามสภาพ ผมไม่ได้คิดว่าเราต้องรักษาเนื้อรักษาตัวอะไรขนาดนั้น คือทำหน้าที่ของเราวันนี้ให้ดีที่สุด เพราะพรุ่งนี้ไม่รู้เราจะได้ตื่นหรือเปล่า คนมอง 12 ปี แต่ผมมองกลับกัน พรุ่งนี้เราจะได้ตื่นหรือเปล่า

  • สโลแกนของตำรวจนครบาลยุคนี้ตำรวจคืออะไร

ตำรวจนครบาลใส่ใจความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน และไม่เฉพาะยุคนี้ ต่อไปเราก็จะใช้อย่างนี้ไม่ใช่ตัวผมแล้ว รอง ผบช.น.หลายท่านบอกว่า เอาอย่างนี้ เป็นมอตโต้ของนครบาล สถาบันอยู่ในใจเราอยู่แล้ว พี่น้องประชาชนคือลูกหลานท่าน ถามว่าพระองค์ท่านทรงห่วงอะไร ห่วงลูกหลานท่านแล้วเราใส่ใจลูกหลานท่าน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon