เทวัญ ลิปตพัลลภ กางมิชชั่น ‘ชาติพัฒนา’ นำพรรค ‘คัมแบ๊ก’

เทวัญ ลิปตพัลลภ กางมิชชั่น ‘ชาติพัฒนา’ นำพรรค ‘คัมแบ๊ก’

หมายเหตุ – นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) ให้สัมภาษณ์พิเศษ “มติชน” ถึงแนวทางการขับเคลื่อนพรรคตามเป้าหมายเพื่อให้พรรค ชพน.คัมแบ๊กทางการเมืองอีกครั้งในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

  • ตามที่นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) ระบุว่า จะกลับมายิ่งใหญ่ในพื้นที่โคราชและในทางการเมืองในส่วนของหัวหน้าพรรค จะมีแนวทางขับเคลื่อนอย่างไร

ที่นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ระบุในที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2564 ของพรรคเมื่อวันที่ 10 ธันวาคมที่ผ่านมาว่า พรรคจะต้องคัมแบ๊ก กลับมายิ่งใหญ่เหมือนในสมัยของ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกฯ
เป็นหัวหน้าพรรคในขณะนั้นให้ได้นั้น ในฐานะที่เป็นหัวหน้าพรรค
ผมมองว่า ในอดีตพรรคชาติพัฒนาถือกำเนิดมาจากคนโคราช และพรรคชาติพัฒนาเองก็ถือว่าเป็นพรรคของชาวโคราชด้วย รวมถึงอดีตหัวหน้าพรรคของเราทุกคนก็มาจากคนโคราชทั้งนั้น ตั้งแต่
พล.อ.ชาติชาย มาจนถึงผม ก็ล้วนแต่เป็น ส.ส. จ.นครราชสีมา ทั้งนั้น ฉะนั้นความผูกพันระหว่างพรรคชาติพัฒนากับชาวโคราช เรียกว่าไม่มีวัน
เสื่อมคลาย

ถึงแม้ว่าในช่วงหลังพรรคชาติพัฒนาจะมีจำนวน ส.ส.น้อยลงตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป แต่ด้วยพื้นฐานเรามีความมั่นใจว่า พรรคชาติพัฒนาจะสามารถกลับมาสร้างคะแนนความนิยมในโคราชได้อีกครั้งในการเลือกตั้งครั้งหน้า

นอกจากนี้ ยังมองถึงความเป็นมหานคร อย่างที่เราทราบคือ จ.นครราชสีมา เป็นเมืองหลวงของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งวันนี้ผมคิดว่าเราต้องนึกถึงว่าจะเป็นศูนย์กลางการคมนาคมทุกอย่างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นมอเตอร์เวย์ รถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ก็มา ฉะนั้นด้วยศักยภาพ ทำเล ภูมิศาสตร์ บุคลากร ประชาชน โดยจำนวนประชากรที่มีเป็นรองจากกรุงเทพฯ ด้วยศักยภาพเหล่านี้ที่กล่าวมา ผมมองว่ามีความพร้อมในการที่จะตอบโจทย์ให้นครราชสีมาเป็นเมืองใหญ่ได้

  • การคัมแบ๊กของพรรค ชพน.ในการเลือกตั้งครั้งหน้า วางเป้าหมายจะได้ ส.ส.กี่คน และมีแนวทางขับเคลื่อนอย่างไร

สำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคชาติพัฒนาตั้งเป้าหมายว่าจะได้ ส.ส.ประมาณกี่คนนั้น ในฐานะหัวหน้าพรรคถือว่าเราต้องพยายามทำให้ได้มากที่สุด ทำให้ดีที่สุด เราจะพยายามเสริมทัพด้วยคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน แต่ก็ยังมีผู้ที่มีประสบการณ์ทางการเมืองมาผสมผสานและขับเคลื่อนการทำงานไปด้วยกัน เพราะจากข้อเท็จจริงแล้ว ส.ส.ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา หลายคนก็มาจากพรรคชาติพัฒนา อีกทั้งที่ผ่านมาพรรคชาติพัฒนาเคยมี ส.ส.ใน จ.นครราชสีมา ถึง 15 คน

ส่วนแนวทางในการขับเคลื่อนพรรคชาติพัฒนานั้น เราต้องทำให้ จ.นครราชสีมา เป็นปึกแผ่นให้ได้ สังเกตว่าจุดอ่อนของ จ.นครราชสีมา มีหลายพรรคในการดูแลพื้นที่ เพราะฉะนั้นการจะสนับสนุนงบประมาณ การจะผลักดันโครงการใหญ่ๆ จึงเป็นไปได้ยาก แต่หากเราสามารถรวม ส.ส.ให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เป็นพรรคเดียวกันได้ ก็จะสามารถผลักดัน งบประมาณได้ง่ายขึ้นและมีทิศทางการพัฒนา จ.นครราชสีมา เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

ส่วนคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาร่วมงานในพรรคชาติพัฒนานั้น เรามองไว้หลายคนและกำลังทาบทาม แม้ว่าหลายคนอาจจะไม่เคยเล่นการเมือง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าบุคคลเหล่านั้นไม่ได้ไม่มีความสามารถ เช่น หากดูจาก ส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎรชุดปัจจุบัน ในขณะนี้มี ส.ส.เกือบครึ่งเป็น ส.ส.ใหม่ ฉะนั้นจึงคิดว่าเราพยายามหาคนรุ่นใหม่ที่มีวิสัยทัศน์ มีความเสียสละให้กับประเทศชาติ จังหวัด และพี่น้องประชาชน รวมถึง
มีอุดมการณ์เดียวกับเราในการมาร่วมขับเคลื่อนพรรคชาติพัฒนาให้เติบโตไปด้วยกัน

  • การเลือกตั้งครั้งหน้าด้วยกติกาบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ อาจมีผลกระทบต่อพรรคกลาง และพรรคเล็ก พรรค ชพน.มียุทธศาสตร์ต่อสู้ในการเลือกตั้งอย่างไร

ในการเลือกตั้งครั้งหน้าที่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 เปลี่ยนจากการใช้บัตรเลือกตั้ง 1 ใบ มาเป็นการใช้บัตรเลือกตั้งแบบ 2 ใบ ที่หลายฝ่าย อาจมองว่าจะมีผลกระทบต่อพรรคกลางและพรรคเล็กที่มีฐานเสียงสนับสนุนไม่มากเหมือนกับพรรคใหญ่ ในส่วนของพรรคชาติพัฒนาจะมียุทธศาสตร์การเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้ง เรามองว่าสำหรับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบนั้น พรรคชาติพัฒนาไม่ได้เสียเปรียบ และในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาด้วยระบบบัตรเลือกตั้งแบบใบเดียวที่คะแนนไม่ได้ตกน้ำ เพียงแต่การเลือกตั้งครั้งที่แล้ว เราเว้นว่างในทางการเมืองโดยเฉพาะการเลือกตั้งใหญ่ นานถึง 7 ปี เมื่อมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น เป็นไปได้ว่าประชาชนอาจจะอยากได้พรรคใหญ่ๆ เพื่อที่จะเห็นว่าพรรคใหญ่โอกาสที่จะผลักดันงบประมาณและดำเนินนโยบายที่แก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้

แต่การเลือกตั้งครั้งหน้าจะเปลี่ยนเป็นกติกาการใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ผมมองว่าประชาชนจะนึกถึงพรรคที่เคยสร้างผลงานที่มีประโยชน์ในอดีต อย่างพรรคชาติพัฒนา ที่เคยดำเนินนโยบายที่พี่น้องประชาชนจับต้องได้ โดยเฉพาะคนโคราชและภาคอีสาน การเลือกตั้งครั้งหน้า บัตรเลือกตั้งที่จะเป็นบัตรเลือกพรรคการเมือง ผมจึงมองว่าประชาชนจะเลือกพรรคที่เคยมีผลงานแก้ปัญหาในด้านต่างๆ ให้กับประชาชน

  • จุดแข็งของพรรค ชพน.ที่จะเป็นจุดเปลี่ยนให้ได้รับชัยชนะเลือกตั้งครั้งหน้า มีปัจจัยอะไรบ้าง

สำหรับปัจจัยที่คิดว่าจะเป็นจุดแข็งให้ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ในส่วนของพื้นที่ จ.นครราชสีมา ด้วยผลงานที่ผ่านมามีเป็นจำนวนมาก เช่น เรื่องถนนมิตรภาพ ในสมัย พล.อ.ชาติชายท่านก็เป็นคนทำ ในอำเภอเมืองไม่ว่าจะเป็นอาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา โรงกรองน้ำ นิคมอุตสาหกรรมต่างๆ พรรคชาติพัฒนาก็เปิดโอกาสให้มีการเข้ามาลงทุนในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ทั้งนั้น

หากเป็นภาพรวมทั้งประเทศ พรรคชาติพัฒนามีจุดแข็ง คือ เป็นพรรคการเมืองที่ไม่ขัดแย้งกับใคร เป็นพรรคการเมืองที่ไม่เคยสร้างปัญหาให้กับพรรคใด และเรายึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การขัดแย้งทางการเมืองถือว่าเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งทำให้ประเทศชาติขาดพลัง ถ้าการเมืองมีความร่วมมือกัน และไม่ขัดแย้งประเทศชาติก็จะมีพลัง คิดว่าหลังการเลือกตั้ง พรรคการเมืองต้องร่วมพลังกัน เพื่อแก้ไขปัญหา ส่วนเรื่องนโยบาย ต้องรอให้ใกล้ถึงเวลาที่เหมาะสมก่อน

  • การชูนโยบายสมัย พล.อ.ชาติชาย “เปลี่ยนสนามรบ เป็นสนาม การค้า” จะมีแนวทางปรับให้เข้ากับการเมืองในปัจจุบันอย่างไร

ประเด็นการปรับนโยบายในสมัย พล.อ.ชาติชาย ให้เข้ากับการเมืองในปัจจุบันนั้น ต้องบอกว่าจริงๆ เราไม่ได้นำประเด็นในสมัย พล.อ.ชาติชาย ที่เป็นหัวหน้าพรรคมาทั้งหมด ต้องนำมาปรับเนื่องจากกาลเวลาและการเมืองเปลี่ยนแปลงไป แต่นโยบายหลายอย่างเราสามารถนำกลับมาใช้ได้ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายเรื่องเศรษฐกิจ นโยบายสนามการค้าที่ในสมัย พล.อ.ชาติชายมีการเปลี่ยนจากสนามรบเป็นสนามการค้า ส่วนจะปรับอย่างไรต้องดูว่านโยบายใดที่ยังเหมาะกับกาลเวลาสมัยนี้ เพราะบางอย่างอาจไม่เหมาะสม เช่น เรื่องการรบ ในขณะประเทศชาติสงบ เราจะชูเรื่องเศรษฐกิจเป็นหลัก

โดยเฉพาะนโยบายของพรรคชาติพัฒนา ตามที่นายสุวัจน์ ประธานที่ปรึกษาพรรค ได้ให้แนวทางไว้ว่า นโยบายของพรรคเรื่องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจจะต้องมีนโยบายเศรษฐกิจที่ตอบโจทย์และแก้ปัญหาให้กับประชาชนได้อย่างไร โดยเฉพาะภาคอีสาน มีสินค้าการเกษตรที่อุดมสมบูรณ์ ต้องนำความทันสมัยมาพัฒนาอุตสาหกรรมการเกษตรสมัยใหม่ เพื่อพัฒนาสินค้าการเกษตร เทคโนโลยีต่างๆ ในแนวทางของ เศรษฐกิจวิถีใหม่ของโลก BCG EconomyŽ มี Bio, Circular, Green เป็นสินค้าเน้นสิ่งแวดล้อม มีสุขอนามัย สินค้าหมุนเวียน

ต่อไปอีสานจะมีสินค้าอุตสาหกรรมสมัยใหม่ เหมือนในยุคสมัย พล.อ.ชาติชาย ที่เคยบอกไว้ว่า เอาอุตสาหกรรมมาไว้ที่โคราช แต่วันนี้เป็นอีกยุคหนึ่ง ที่ต้องนำความสมัยใหม่มาพัฒนาอีสานให้อุดมสมบูรณ์ และเป็นแหล่งผลิตสินค้าอาหารป้อนโลก ครัวไทยไปครัวโลก เป็นนโยบายที่สำคัญ ต่อไปอีสานจะเจริญ โคราชจะเป็นมหานครให้กับอีสาน และอาจจะเติบโตมากกว่านั้น เพราะตอนนี้มีรถไฟทางคู่ มีมอเตอร์เวย์ มีรถไฟความเร็วสูงที่สามารถเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค

ในอนาคตหากโครงการคมนาคมต่างๆ และ Belt and Road Initiative ของจีนแล้วเสร็จจะทำให้ภูมิรัฐศาสตร์เปลี่ยน ทำให้ในอนาคตอีสานเชื่อมโยงไปจีน ไปรัสเซีย ไปยุโรป ไปแอฟริกาได้ การมีสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน และมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไม่ว่าจะเป็นมอเตอร์เวย์ รถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง เป็นการพัฒนาอีสานอย่างแท้จริง เหมือนการเปิดประตูอีสานสู่อินโดจีน ภาค 2
แนวทางในการจัดทำนโยบายด้านเศรษฐกิจตามที่ประธานที่ปรึกษาพรรคได้ให้แนวทางไว้ข้างต้น สมาชิกพรรคชาติพัฒนาจะต้องนำมาร่วมกันขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติให้เกิดขึ้นได้จริง หากทำได้นโยบายทางด้านเศรษฐกิจของพรรคชาติพัฒนา ก็จะเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งในการชี้ขาดชัยชนะการเลือกตั้ง

  • เรื่องนโยบายพรรค และชื่อว่าที่นายกฯ จะเป็นปัจจัยชี้ขาดชัยชนะการเลือกตั้งครั้งหน้า มองอย่างไร

ประเด็นเรื่องแคนดิเดตนายกฯจะมีผลต่อการเลือกตั้งนั้น ผมมองว่าแคนดิเดตนายกฯ มีผลกับการเมืองแน่นอน รวมถึงมีผลต่อคะแนนนิยมที่ประชาชนจะเลือกพรรคใดพรรคหนึ่ง หมายความว่า หากประชาชนเลือกพรรคนี้ เขาจะได้คนนี้เป็นนายกฯ

ฉะนั้นการจะเป็นหัวขบวน หรือนายกฯนั้นในส่วนนี้สำคัญมาก เพราะเท่ากับว่าจะเลือกผู้ที่จะมาเป็นผู้นำที่จะตัดสินใจในการบริหารประเทศ เพราะฉะนั้นเรื่องแคนดิเดตนายกฯแน่นอนว่าประชาชนจะให้ความสำคัญกับประเด็นนี้มาก ทั้งนี้ หากประชาชนให้ความสำคัญกับ แคนดิเดตนายกฯก็จะเลือกพรรคนั้นเพื่อสนับสนุนคนนี้ให้เป็นนายกฯ เข้ามาบริหารประเทศ

ส่วนพรรคชาติพัฒนาจะเสนอใครเป็นแคนดิเดตนายกฯ จะเป็นชื่อนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา นั่งเป็นแคนดิเดตนายกฯหรือไม่ จะต้องประชุมพรรคก่อน เพื่อสอบถามคณะกรรมการบริหารพรรค ตามระเบียบและข้อบังคับพรรค

สำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคชาติพัฒนาจะยังเป็นหนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่นั้น ขณะนี้คงตอบอะไรที่ชัดเจนและฟันธงยาก ต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคตและผลการเลือกตั้งที่ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน แต่ไม่ว่าใครก็คงอยากเป็นรัฐบาลทั้งนั้น เพราะการเป็นรัฐบาลสามารถผลักดันให้นโยบายตัวเองสำเร็จ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon