‘ยิ่งชีพ’ ร้องจัดที่ให้หน่อย ‘เลือกส.ว.’ นั่งจ้อง 6 ชม. ไม่เห็นแถมไม่ได้ยิน – เสนอ 3 ข้อ ย้ำ กกต.ถ้ามาตรฐานไม่ชัดเสี่ยงเป็น ‘ห้องมืด’ จ่อจัดเวทีสาธารณะ
เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ที่ห้องจิ๊ด เศรษฐบุตร (LT.1) คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ คณะนิติศาสตร์ มธ. ร่วมกับ โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) และ เครือข่ายเยาวชนสังเกตการณ์การเลือกตั้งเพื่อประชาธิปไตย (We Watch) จัดงานเสวนาและแถลงข่าว “บอกเล่าประสบการณ์ผู้สมัคร ส.ว. ดวงแตก”
บรรยากาศเวลา 13.00 น. เริ่มการแถลงข่าวปัญหาการเลือก ส.ว. ระดับอำเภอ นำโดย นายฉัตรชัย พุ่มพวง Actlab, นายธีรัตม์ พณิชอุดมพัชร์ คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.),นายกฤต แสงสุรินทร์ We Watch และ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw)
นายยิ่งชีพกล่าวว่า ในนามของพวกเรามีข้อเสนอด้วยกัน 3 ข้อคือ 1.ให้เจ้าหน้าที่เตรียมตัวให้ดีและเร็วกว่านี้ ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลายเขตฟ้ามืดแล้วยังไม่เสร็จ บางเขตมีผู้สมัครเพียง 20-30 คน น้อยกว่าเจ้าหน้าที่แต่เจ้าหน้าที่ไปใช้เวลาทำอะไรไม่รู้ ซ้อมกันตรงนั้น เตรียมเอกสารกันตรงนั้น บางที่เครื่องพิมพ์เสีย ไฟดับ
“ที่ผ่านมาแล้วให้มันผ่านไปแต่รอบหน้าระดับจังหวัดในวันที่ 16 มิถุนายนนี้ น่ากังวลกว่ามาก เพราะหลายจังหวัดมีผู้สมัครหลายร้อยคนที่ได้เข้ารอบ ถ้าเจ้าหน้าที่ดำเนินการได้ช้าแบบมาตรฐานที่ผ่านมา ไม่รู้เลยว่าถึงเที่ยงคืนจะเลือกกันเสร็จหรือเปล่า” นายยิ่งชีพกล่าว
2.ขอให้ผู้สังเกตุการณ์มีส่วนร่วมได้ ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่เรื่องที่ต้องขอมันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานอยู่แล้วที่ประชาชนควรจะมีโอกาสได้ดู ตอนนี้ทุกคนกลัวแต่เรื่องการจัดตั้งซึ่งไม่มีคนกลางไปนั่งดูว่าพฤติกรรมตอนเลือกมันเป็นอย่างไร คิดว่าถ้าเรามีโอกาสได้ไปนั่งดูจะสามารถเห็นอะไรได้เยอะ เราจะเห็นได้ว่ามีใครคนใดคนหนึ่งเทคะแนนให้ใคร หรือ มีบัตรเสียจนผิดสังเกตุ มีคนที่คะแนนเท่ากันและขอสละสิทธิ์ให้อีกคนโดยไม่จับสลาก ซึ่งทั้งหมดนี้ได้ฟังมาเพราะว่าผู้สมัครคนที่แพ้มาเล่า
“วันอาทิตย์ผมไปนั่งอยู่ 6 ชั่วโมง กล้องอย่างกว้าง มุมอย่างสวย ไม่เห็นอะไรเลย ไม่เห็นบัตรเสีย เสียงก็ไม่ได้ยิน และเมื่อเช้ามีรายการหนึ่งถาม iLaw ทำอะไรอยู่ทำไมไม่จับฮั้ว ก็พยายามแล้วเขาไม่ให้เข้า อาสาเราไปทุกเขตแต่เข้าได้บ้างไม่ได้บ้างแล้วมันจะไปเห็นได้ยังไง ฉะนั้น ถ้าอยากให้เราช่วยจับก็ต้องให้เราดูหน่อย จัดที่นั่งให้เรานั่งตรงที่ไม่ได้คุยกับผู้สมัคร เราไม่ต้องการคุย แยกห้องน้ำให้เราถูกต้องแล้ว แต่ว่าต้องให้เราเห็น ไม่ใช่ว่าให้เราดูกล้องจากระยะไกลแล้วไม่ได้ยินเสียง” นายยิ่งชีพกล่าว
นายยิ่งชีพกล่าวต่อว่า ข้อสุดท้าย 3.ขอความชัดเจนทุกเรื่องตามที่กล่าวมาที่ไม่เคยชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการให้ผู้สมัครคุยกันได้หรือเปล่า ใบ ส.ว.3 แจกอย่างไร โต๊ะกินข้าวจัดอย่างไร รอบระดับอำเภอมีหลายอำเภอที่ไม่ต้องเลือกกันเองไปเลือกไขว้อัตโนมัติ รอบจังหวัดทุกจังหวัดต้องเลือกกันเองแน่นอน และต้องเบรคกินข้าวแน่นอน เพราะเจ้าหน้าที่ทำช้า และต้องเลือกไขว้แน่นอน
“ผมขอเตือนทุกท่านเลยว่า หลังจากนี้มันจะโหดกว่ารอบอำเภอแน่นอน รอบอำเภอทุกอำเภอทุกท่านพอจะรู้บ้างว่าใครเป็นใคร สามารถทำการบ้านได้และคนไม่เยอะสมัคร 46,000 คน ผ่านระดับอำเภอประมาณ 23,000 คนรอบระดับจังหวัดคนจำนวน 23,000 จะเหลือ 3,080 คือมีคนเข้ารอบแค่ 13 % คราวนี้เกมเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดมันจะเกิดขึ้นมากมายในสถานที่เลือก

ดังนั้น หาก กกต. ยังไม่ชัดเจนว่าตกลงจังหวัดไหนต้องทำอะไร ทำไม่เหมือนกัน และไม่ให้คนเข้าไปดู คราวนี้ห้องเลือก คือห้องมืดของสถานที่สีเทาอย่างแน่นอน ผมอยากจะเห็นทุกจังหวัดที่จัดการเลือก มีกล้องไปตั้งมากมายแบบนี้ และใครจะทำอะไรก็รับรู้ร่วมกัน” นายยิ่งชีพกล่าว
นายยิ่งชีพ กล่าวอีกด้วยว่า ภายใต้ ความน่ากลัวก่อนการเลือกระดับจังหวัดและระดับประเทศ และความไม่ชัดเจนของวิธีการเลือกที่มีอยู่ สิ่งที่เราพอจะทำได้ คือเราจะจัดเวทีสาธารณะให้ผู้สมัครมาเจอกันและแนะนำตัวแบบที่ทุกคนรู้กติกาว่าแนะนำอย่างไร และมีโอกาสเท่ากันในการแนะนำตัว เปิดสาธารณะให้สื่อมวลชนไปดูได้ประชาชนทุกคนไปดูได้ ซึ่งกำลังจะประกาศเร็วๆ นี้แต่คงไม่ทุกจังหวัด เราจะทำเท่าที่ทำได้
“เรียนเชิญผู้สมัครทุกคนมาใช้เวทีนั้น แนะนำตัวอย่างเท่าเทียมกันภายใต้การจับจ้องของสื่อและประชาชนไม่ใช่กระบวนการปิดลับแบบของ กกต. และเรายังมีเว็บไซต์ Senate 67 ให้ผู้สมัครทุกท่านที่ผ่านเข้ารอบไปแนะนำตัวและแจ้งให้คนอื่นทราบว่ามีความคิดเห็นต่อเรื่องต่างๆ อย่างไร ไปรู้จักกันในนั้น จะได้ไม่ต้องไปทำอะไรนอกรอบ ไม่ต้องไปทำอะไรในห้องมืด ที่ในนั้นคนไม่เห็น” นายยิ่งชีพกล่าว

