คอลัมน์ โลกสองวัย : เชื่อ บ้า กล้า ก้าว ‘ทำความดี’

“ผมเป็นเพื่อนกับหมอหน่อยครับ”

ข้าพเจ้า (ผู้เขียน) บอกเบาๆ กับ “ตูน บอดี้สแลม” บ่ายวันหนึ่งบนเวทีห้องบอลรูม หอประชุมศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันงานสัปดาห์ประกันภัย ในพิธีมอบรถพยาบาลฉุกเฉินพร้อมอุปกรณ์ให้กับโรงพยาบาลมายอ ปัตตานี ของคณะผู้รับการอบรมหลักสูตรวิทยาการประกันภัยระดับสูง รุ่นที่ 8 ร่วมกันบริจาค มี ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการสำนักงานฯ เป็นประธานมอบ

“หมอหน่อย” ที่ข้าพเจ้า (ผู้เขียน) เอ่ยถึง คือทันตแพทย์อนุศักดิ์ คงมาลัย อดีตสมาชิกวุฒิสภาแบบสรรหา สุพรรณบุรี เจ้าของดาราคลินิก อำเภอเมืองสุพรรณบุรี ซึ่งเคยเข้ารับการอบรมหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง (พตส.) รุ่นที่ 1 ประจำปี 2552 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

อาทิวราห์ คงมาลัย หรือ “ตูน บอดี้สแลม” เป็นหลานของหมอหน่อย เมื่อบอกไปแล้ว “ตูน” พนมมือก้มลงไหว้ บอกเบาๆ ว่า อ๋อ-อ๋อ ครับ เท่านั้นแล้วไม่ได้พูดอะไรต่อกันอีก

ถัดจากนั้นไม่กี่วัน ข้าพเจ้า (ผู้เขียน) มีโอกาสไปชมภาพยนตร์เรื่อง “2,215 เชื่อ บ้า กล้า ก้าว”

“ฟรี!!!” ตามที่ “หนุ่มเมืองจันท์” เขียนโฆษณาไว้ในคอลัมน์ “ฟาสต์ฟู้ด ธุรกิจ” นิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 1986 วันที่ 7-13 กันยายน 2561

เป็นภาพยนตร์ที่ข้าพเจ้า (ผู้เขียน) บอกกับลูกสาวจะชวนกันไปดูอยู่แล้ว หลังติดตามโครงการ “ก้าวคนละก้าว” ของ “ตูน บอดี้สแลม”

“ทำไมต้องไปดู” เป็นคำถามและคำตอบที่หยิบยืมมาจากข้อเขียนของ “หนุ่มเมืองจันท์” ว่า – ไม่ใช่แค่ “น่าดู” แต่ “ต้องดู” ด้วย “เป็น “ปรากฏการณ์” ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศไทย”

“ก้าวคนละก้าว” คือการวิ่งจากใต้สุด อำเภอเบตง ยะลาไปเหนือสุด อำเภอแม่สาย เชียงราย หลัง ที่เขา-อาทิวราห์ คงมาลัย – วิ่งจากกรุงเทพฯ ไปบางสะพาน ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อรับบริจาคเงินซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลแห่งนั้นสำเร็จได้รับเงินตามต้องการ


รายละเอียดในโครงการ “ก้าวคนละก้าว” ครั้งนี้ “หนุ่มเมืองจันท์” นำเสนอไว้ในคอลัมน์ที่ว่าละเอียด น่าอ่านหมดแล้ว พร้อมกับเสนอเมื่อ “มีคนถามผมว่าเขามีเงินอยู่ก้อนหนึ่ง จะบริจาคเข้ามูลนิธิทั้งหมดหรือเหมาโรงให้คนในบริษัทหรือนักเรียนได้ดูหนังเรื่องนี้ดี”

คำแนะนำของผม “หนุ่มเมืองจันท์” คือ “เหมาโรงเถอะครับ” เพราะผมเชื่อว่าหนังเรื่องนี้เหมือน “น้ำ” และ “ปุ๋ย” ที่จะช่วยให้ต้นไม้ “ความดี” ในใจทุกคนมีอยู่เติบโตขึ้น ถ้าแค่ครี่งหนึ่งของคนที่ได้ดูหนังเรื่องนี้อยาก จะทำอะไรให้ผู้อื่น สังคมไทยคงงดงาม

ตอนหนึ่งของคำพูด “ตัวละคร” คนหนึ่งว่า “สิ่งที่ผมกลัวของหนังเรื่องนี้ คือ – ตาย” ข้าพเจ้า (ผู้เขียน) ไม่แน่ใจว่าใครพูด และพูดอย่างนี้หรือเปล่า แต่ตั้งแต่ต้นจนจบของภาพยนตร์เรื่องนี้ “ความตาย” ไม่เกิดขึ้น มีแต่ “การเกิด” เกิดขึ้นตลอดทั้งเรื่อง คือเกิด “แรงบันดาลใจ เป็น-น้ำ-เป็น-ปุ๋ย-และ “ความดี” ดังที่ “หนุ่มเมืองจันท์” เอ่ยอ้างไว้

เป็นหนังเรื่องเดียวที่ข้าพเจ้า (ผู้เขียน) กับลูกสาว และผู้ชม (ฟรี) ยังคงนิ่งชมจนฉายถึงรายชื่อจบ

จำนวนผู้ชม (ฟรี) 700,000 ที่นั่ง ซึ่ง “คิงเพาเวอร์” เหมาไว้ในรอบ 1 ทุ่ม ทุกโรง รวมทั้งเปิดขายบัตรในรอบอื่น (ถูกเป็นพิเศษ) ถึงวันนี้ยังฉายต่ออยู่หรือไม่

หากเป็นไปได้ ขอให้ผู้ใจบุญจัดการให้นักเรียนในทุกจังหวัดได้มีโอกาสชมภาพยนตร์เรื่องนี้ และเด็ก “เร่ร่อน” มีโอกาสเข้าชม “ฟรี พร้อมอาหาร 1 มื้อ” เพื่อจะได้สร้างศรัทธา “ความดี” กับเด็กเหล่านั้น “ทุกคน” เป็นแรงบันดาลใจให้น้องหนูเหล่านั้นรู้เห็นว่า การแบ่งปันให้กันและกัน คือความดีที่ทุกคนทำได้

ให้คนไทยทุกคนเห็นว่า “ความดีในใจเติบโตขึ้นได้ จากแรงบันดาลใจ”

เพราะนักเขียนคนหนึ่ง “ส.ทรัพย์นิรันดร์” เขียนอ้างถึงเพื่อนคนหนึ่งเคยบอกว่า

“ความดียังมีอยู่ในหัวใจคน เราไม่สิ้นหวังเสียทีเดียว”

บทความก่อนหน้านี้ไฟไหม้บ้าน ซ.พหลโยธิน 24 เศร้า! คลอกนักศึกษาสาวหอการค้าดับ
บทความถัดไปโชว์รูมประชาชื่น : อาวดี้‘อี-ตรอน’ : เอสยูวีพลังไฟฟ้า