เครื่องมือเครื่องใช้ เครื่องอำนวยความสะดวกของมนุษย์พัฒนาไปไกลมาก ถึงวันนี้ภาพของมนุษย์ที่ไม่ต้องทำอะไรด้วยตัวเอง เพราะเรามีผลิตภัณฑ์ที่มาทำงานแทนโดยอัตโนมัติให้มาก และลงในรายละเอียดมากขึ้น
เดินมาถึงยุค “ปัญญาประดิษฐ์” อันให้ความหมายในทางใช้ “หุ่นยนต์” ที่มีความสามารถอย่างวิเศษ แทบจะเรียกว่า “คิดแทนมนุษย์ได้” เพียงแค่บอกความต้องการทุกอย่างดำเนินไปอย่างอัตโนมัติ ถูกต้องเหมาะสมอย่างที่ควรจะเป็นด้วยความชาญฉลาดอย่างเหลือเชื่อ
หลายเรื่องเริ่มชัดเจนขึ้นว่า “ฉลาดยิ่งกว่ามนุษย์เสียด้วยซ้ำ” มนุษย์เราไม่มีทางสู้ได้เลย
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความเป็นไปเช่นนี้ มีคำถามหนึ่งที่ค้างอยู่ในความกังวลของมนุษยชาติ
“เราพัฒนาเครื่องอำนวยความสะดวก เครื่องใช้ไม้สอยอันฉลาดสุดยอดขึ้นเรื่อยๆ แต่ทำไมในภาพรวมของมนุษย์จึงไม่รู้สึกว่ามีความสุขมากขึ้น”
แน่นอน ความสุขอาจจะเกิดขึ้นกับคนบางกลุ่มบางพวก ที่สนุกกับการเสพบริการของเครื่องไม้เครื่องมืออันทันสมัย แต่ดูเหมือนว่าเป็นความสุขที่จืดจางไปในเวลาไม่นานนัก ด้วยพัฒนาการของเทคโนโลยีที่ปรับเปลี่ยนก้าวไปอย่างรวดเร็วกว่า กลายเป็นว่าหากจะเสพสุขให้ทันพัฒนาการของเทคโนโลยี มนุษย์ต้องดิ้นรนขวนขวายที่จะแสวงหา เพื่อเป็นเจ้าของเทคโนโลยีนั้นไม่รู้หยุดรู้หย่อน โดยนับวันจะเป็นภาระที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
และนั่นเป็นคนส่วนหนึ่งที่มีพื้นฐาน หรือต้นทุนชีวิตซึ่งสามารถแสวงหาเป็นเจ้าของเครื่องไม้เครื่องมือ เครื่องอำนวยความสะดวกนั้นได้
ขณะที่คนส่วนใหญ่ ล้วนอยู่ปลายทางของพัฒนาการ แม้จะสัมผัสเครื่องมือเครื่องไม้อันแสนวิเศษนั้นได้บ้าง แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ในสภาวะห่างไกลความทันสมัยสุดยอด
ได้แต่ตามเพื่อนร่วมสังคมที่มีโอกาสกว่าซึ่งเป็นส่วนน้อยไปด้วยความอยากจะเท่าเทียม
และนี่เป็นคำตอบว่า “โลกที่เคลื่อนไปพัฒนาการของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำไมมนุษย์ส่วนใหญ่ถึงไม่มีความสุข”
จะสุขได้อย่างไร เพราะเทคโนโลยีที่พัฒนาไปล้วนแล้วแต่กระตุ้นให้อยากมีอยากได้ และจะมีจะได้สมใจชีวิตต้องดิ้นรนเพื่อให้ได้มา
ดิ้นรนหนักหน่วงแค่ไหนตามแต่ฐานะที่เป็นต้นทุน
มีจำนวนไม่น้อยถึงขนาดยอมสูญเสียความดีงาม เพื่อแลกกับการได้เทคโนโลยีนั้นมา
อาการไร้ความสุขของมนุษยชาติในยุคสมัยเช่นนี้ ที่สุดแล้วอธิบายได้ด้วย เพราะ “ปล่อยให้จิตมุ่งไปสู่การแสวงหาความสุขจากสิ่งอื่น ไม่ใช่ความสุขอันเกิดจากสภาวะจิตของตัวเอง”
ความสุขที่เกิดขั้นได้ด้วยการต้องพึ่งพาสิ่งอื่นเช่นนี้ ย่อมทำให้ต้องดิ้นรน แสวงหาเพื่อให้ได้มา
เมื่อสิ่งที่ต้องแสวงหานั้นมีราคาแพง จึงเป็นความสุขที่ยิ่งนับวันยิ่งต้องลงทุนสูง โดยมีการเปรียบเทียบการมีการได้กับเพื่อนร่วมสังคมเป็นตัวกระตุ้นให้ต้องตะเกียกตะกายให้เท่าเทียม
อาการที่ถูกกดดันนั้น ยิ่งเพิ่มความทุกข์ให้ท่วม
โลกที่พึ่งพาความสุขจากสภาวะจิตตัวเองโดยไม่ขึ้นกับแรงพัฒนาการของเทคโนโลยี ดูจะเป็นไปไม่ได้แล้ว
และนี่คือเหตุที่ว่า “ยิ่งพัฒนา ความสุขของมนุษย์ยิ่งน้อยลง”
น้อยเพราะ “นับวันมนุษย์ยิ่งพึ่งพาตัวเองไม่ได้ ชีวิตตกอยู่ในภาวะจำยอม อยู่ในการพึ่งพาเทคโนโลยี”

