คอลัมน์ เล่าเรื่องหนัง : Expedition Happiness การเดินทางสู่ความสุข…อันไม่จีรัง

ภาพประกอบจาก Youtube Video/Felix Starck/Netflix

หลังชมภาพยนตร์สารคดีในเน็ตฟลิกซ์ “Expedition Happiness” หรือชื่อไทยว่า “การเดินทางสู่ความสุข” จบลง เรื่องราวจริงจากบันทึก “สารคดีเดินทาง” ของหนุ่มสาวชาวเยอรมันคู่หนึ่งที่ตัดสินใจหยุดชีวิตการงานในกรุงเบอร์ลิน บอกเลิกเช่าอพาร์ตเมนต์ พากันออกเดินทางไกลมาอเมริกา แคนาดา เม็กซิโก ท่องโลกพร้อมสุนัขแสนรัก เป็นระยะเวลาเกือบ 1 ปี

ด้วยการดัดแปลง “รถโรงเรียน” มาเป็น “รถบ้าน” คันใหญ่ยักษ์ขับลัดเลาะเข้าสู่เทือกเขาร็อกกี้ในสหรัฐอเมริกา มุ่งหน้าไปยังอลาสก้า ก่อนจะกลับมาทางฝั่งตะวันตกเพื่อเข้าสู่เม็กซิโก โดยมีเป้าหมายขับไปให้ถึงอาร์เจนตินา ซึ่งแต่ละเส้นทางที่พวกเขาขับผ่านนั้นเน้นเข้าไปในพื้นที่ป่าเขาลำเนาไพร ไปปฏิสัมพันธ์เป็นส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่งในธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ไพศาล

แน่นอนการเดินทางไม่ได้ผ่านไปได้โดยราบรื่น ย่อมมีอุปสรรคทั้งที่เตรียมตัวและไม่คาดคิดเกิดขึ้นตลอดกว่า 1 ปี

นี่คือเรื่องจริงที่หลายคนดูจบแล้ว อาจมีคำตอบกันไปต่างๆ นานา อาจเป็นทั้ง “แรงบันดาลใจ” จุดไฟให้หลายคนเดินรอยตาม หรือกับคนอีกไม่น้อยที่คิดว่านี่เป็น “ความฝันอันไกลโพ้น” ที่แม้จะอยากทำแค่ไหน แต่ก็ยากจะทำได้จริง ไปจนถึงมันเป็นอีกหนึ่งเรื่องชวน “โรแมนติไซส์” ของการเดินทางเพื่อค้นหาตัวตนจนดูเป็นเรื่องซ้ำซาก

ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ต้องถือว่าการเดินทางด้วยรถบ้านข้ามประเทศก็ถือเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่าสำหรับพวกเขา และเป็นรางวัลจากความกล้าบ้าบิ่นด้วยเช่นกัน

ในห้วงที่หนุ่มสาวทั้งคู่เดินทางมีบรรดาผู้ติดตามทางโซเชียลมีเดียนับแสนคน ทั้งทางเพจเฟซบุ๊ก และอินสตาแกรมที่ชื่อ “Expedition Happiness” คอยติดตามข่าวสาร และให้กำลังใจการเดินทางของคนคู่นี้ตั้งแต่พวกเขาตัดสินใจซื้อ “รถโรงเรียน” สีเหลืองคันใหญ่ และลงมือปรับเปลี่ยนให้มันเป็น “รถบ้าน” สีขาวสุดอเนกประสงค์ภายในเวลา 3 เดือน จนพร้อมออกเดินทางไกลได้

ในภาพยนตร์สารคดี พาเราไปรู้จักชีวิตของคนคู่นี้ เริ่มจากฝ่ายชาย “เฟลิกซ์” หนุ่มผู้เคยมีประสบการณ์ลาออกจากงานที่บริษัท ขายทุกอย่างแล้วออกเดินทางด้วยจักรยานผ่าน 22 ประเทศ พร้อมกับการได้สารคดีมาหนึ่งเรื่อง ส่วนฝ่ายหญิง “โมจ์ลี” ผู้เติบโตมากับครอบครัวทางเลือก ตัดสินใจไม่เรียนมหาวิทยาลัย ไม่ทำงานประจำ เลี้ยงชีพด้วยการเป็นศิลปินนักร้องนักแต่งเพลง

บันทึกในสารคดีเราจึงได้เห็นการเดินทางในแต่ละวันที่กำหนดรูปแบบไว้หลวมๆ ไม่เคร่งครัดด้านเวลา ชอบที่ไหนเป็นพิเศษก็จอดพักรถอยู่นานหลายวัน มีสุนัขคู่ใจเดินทางไปด้วยกัน พากันไปเดินจูงมือ นั่งนอนเงียบๆ พาสุนัขวิ่งเล่นในทัศนียภาพตื่นตาตื่นใจ (พวกเขานำกล้องโดรนไปด้วย)

ด้านหนึ่ง ภาพการท่องเที่ยวที่ค่อนข้างผจญภัยนี้ ราวกับหนุ่มสาวคู่นี้กำลังกระทำการ “ท้าทาย” ให้ตัวเองออกจากรูปแบบการใช้ชีวิตเดิมๆ ไปสู่ชีวิตที่เคลื่อนย้ายไปเรื่อยๆ

ทว่าระหว่างดูสารคดีเรื่องนี้ไป ก็เกิดมีคำถามผุดขึ้นในใจว่าพวกเขาอาจกำลังสร้างถ้ำหรือ “หลุมหลบภัย” จาก “โลกความจริง” ให้ตัวเองอยู่ด้วยหรือไม่

ในมุมของใครหลายคน คำว่า “การเดินทาง” ไม่ใช่แค่ความบันเทิง ผ่อนคลาย แต่เป็นการเดินทางที่สร้างแรงบันดาลใจ ที่แม้จะฟังดู “น้ำเน่า” แต่มันมีความจริงอยู่ในนั้น พอๆ กับความจริงอีกด้านที่ว่า ไม่ว่าคุณจะเดินทางหลายวัน หลายเดือน หลายปี มันก็อาจเป็น “ความสุขใจเพียงชั่วขณะนั้น”

“เฟลิกซ์” ถ่ายวิดีโอตัวเองที่ฉากหลังเป็นเทือกเขาอันกว้างใหญ่ไพศาลสวยงาม พร้อมกับบอกต่อหน้ากล้องว่า “เราเหมือนกำลังมองหาความสุขเลยว่าไหม มันชื่อความสุขแห่งการเดินทางครับ เมื่อคุณตื่นขึ้นมาตอนเช้า เปิดประตู แล้วลงมายืนเบื้องหน้าสิ่งนี้ ภูเขานี้ ป่าและแม่น้ำนี้ ผมเดาว่านี่แหละคือความสุข เราไม่ได้กำหนดกิจวัตรครับ กิจวัตรของเราคือตื่นเมื่ออาทิตย์ขึ้น และนอนเมื่ออาทิตย์ตก ไม่มีนัดหมาย แค่ใช้ชีวิต ดื่มด่ำช่วงเวลานี้ นี่แหละครับความสุขแน่นอน”

ระหว่างการเดินทาง และใช้ชีวิตแบบ “สโลว์ไลฟ์” ตลอดเวลาเกือบปีของพวกเขา มีความ “คลิเช่” ในแบบของนักเดินทางที่พาตัวเองไปฝังแนบกับธรรมชาติอย่างเต็มที่ และต่อมาเราก็พบว่าพวกเขาดูเหมือนจะเริ่มคุ้นชิน เต็มอิ่มแล้วจนอยากจะหยุด และเบนเข็มกลับสู่โลกแห่งความจริง

“การเดินทางทุกวัน เริ่มมากเกินไปสำหรับเรา จนเราลืมถามตัวเองว่า อะไรทำให้เรามีความสุข ในตอนจบการเดินทางที่ยาวนี้คำตอบต่างจากที่เราเคยคิดไว้มาก เรามีอิสระที่ได้ท่องไปในโลก และตอนนี้ที่เราต้องการคืออยู่กับที่”

“โมจ์ลี” แฟนสาว เอ่ยขึ้นมาหลังการเดินทางมาหลายเดือน ผ่านความสุข ความตึงเครียด อุปสรรคระหว่างข้ามชายแดน สุนัขผู้ร่วมเดินทางป่วยจนอาการทรุด ผนวกด้วยการเดินทางแต่ละวันเริ่มเข้าสู่โหมด “ความคุ้นชินเดิมๆ” จนเหมือนแค่ขับรถให้ถึงเป้าหมาย ความรู้สึกตื่นเต้นลดระดับลง

สุดท้ายสิ่งหนึ่งที่พวกเขาไม่ได้พูดไว้ในหนังสารคดีคือ “ความสุขไม่ได้จีรังยั่งยืน”

แม้หนังสารคดีจะจบแบบแฮปปี้ พวกเขาเดินทางกลับเยอรมนีมาเซอร์ไพรส์ครอบครัว

ในโลกจริง หลังการเดินทางนับปีของคู่รักคู่นี้ ทั้งคู่กลับมาผลิตภาพยนตร์สารคดีจากการเดินทาง มีฝ่ายหญิงเป็นผู้กำกับฝ่ายชายเป็นโปรดิวเซอร์

แต่ในที่สุดทั้งคู่ตัดสินใจยุติชีวิตคู่แยกทางกันไปเมื่อต้นปีมานี้ โดย “เฟลิกซ์” ออกมาโพสต์ในอินสตาแกรม “Expedition Happiness” ว่าทั้งคู่แยกทางกัน และตัดสินใจยุติอินสตาแกรมที่รวมเรื่องราวการเดินทางของทั้งคู่

ความสุขจากการเดินทางในสารคดี ที่แม้เป็นความสุขที่เกิดขึ้นเพียงชั่วขณะหนึ่ง แต่ก็น่าจะเป็นความทรงจำดีๆ ของทั้งคู่ หรือจะเป็นเรื่องดีๆ ในวันเก่าที่ย้อนมา

ทำร้ายใจ…ก็ไม่มีใครล่วงรู้

จากจุดเริ่มต้นการเดินทางที่พวกเขาบอกว่า รู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิตในเมือง ต้องการเดินทาง และใช้ชีวิตใกล้ชิดกับธรรมชาติ ยังไม่รู้แน่ชัดว่าจะทำอะไร เพียงแค่ต้องหาแรงบันดาลใจ เป็นเรื่องเข้าใจได้และต้องไม่เหยียดหยามต่อความฝันของใครก็ตาม

แต่สิ่งที่พวกเขาเชื่อว่า เป็นการเดินทางแห่งความสุขนั้นก็ชัดเจนในตัวสารคดีว่าเป็นความสุขที่ถูกบันทึกเพียงชั่วขณะใดขณะหนึ่งเท่านั้น

วันนี้พวกเขาอาจตระหนักได้ว่า ไม่ว่าจะเดินทางไกลและยาวนานแค่ไหน ความสุขอันจีรังยั่งยืนนั้นก็ไม่มีอยู่จริง

บทความก่อนหน้านี้จตุพร จี้ ฝ่ายค้าน หยุดพูดเรื่องไม่เป็นเรื่อง ต้องลงถึงแก่น เจาะเรื่องปากท้อง-แก้รธน.
บทความถัดไปรมว.เกษตรฯ เดินหน้าเร่งด่วน แก้ปัญหาราคายางพารา-ปัญหาประมงทั้งระบบ