คอลัมน์ โลกสองวัย : คือสายสะดือ

เริ่มต้นสัปดาห์หน้า วันจันทร์ที่ 12 สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ รอบปีที่ผ่านมามีผู้เอ่ยถึง “แม่” ความเป็นแม่ และพระคุณของแม่ เป็นประจำสม่ำเสมอ

สัปดาห์นี้ ถึงวันที่ 12 สิงหาคม 2562 ข้าพเจ้า (ผู้เขียน) ขอหยิบยก “บางเรื่อง” ของแม่ ซึ่งอาจผ่านตาผ่านใจของน้องหนู รวมถึงท่านผู้อ่านทั้งหลายมาบ้างแล้ว

ไม่เป็นไร ไม่ต้องลืมเสียเถิด เรื่องเหล่านี้อ่านแล้วอ่านอีก หรือรู้แล้วรู้อีก อย่างน้อยให้ได้มีโอกาสรำลึกถึงพระคุณของมารดาบ้างจะดีไม่น้อย

เรื่องแรกที่ข้าพเจ้า (ผู้เขียน) ติดใจ ถึงขนาดเก็บไว้อ่านซ้ำแล้วซ้ำอีกมาหลายครั้งหลายหน อยากให้น้องหนูได้อ่านความคิดเห็นของท่านผู้นี้ด้วย ไม่ได้บอกว่าชื่อเรื่องอะไร แต่เป็นเรื่องของกรรไกรกับการตัดสายสะดือน้องหนูทุกคน

ท้ายเรื่อง ระบุว่า “เครดิตนายแพทย์คุณากรณ์” เพียงเท่านี้ ข้าพเจ้า (ผู้เขียน) ถือวิสาสะนำมาเผยแพร่ ณ โอกาสนี้อีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่มีเผยแพร่ผ่าน “ไลน์” มาแล้ว

เริ่มต้นเรื่องน่าสนใจด้วยประโยคว่า ใครกำลังทะเลาะกับแม่ ลองอ่านดู!!! แล้วตามต่อมาว่า

ห้องคลอดทุกห้องต้องมีนาฬิกาอย่างน้อยหนึ่งเรือน

ถ้ามีโอกาสเข้าไปสังเกตการณ์การคลอด คุณจะเห็นพยาบาลคนหนึ่งคอยเหลียวมองนาฬิกาเรือนนั้น ทันทีที่ทารกคลอดออกมา เธอจะขานเวลาบนหน้าปัดตัวเลขชั่วโมง-นาที จะไปปรากฏบนสูติบัตร ในช่องว่างหลังคำว่า “เวลาคลอด และวันที่บนปฏิทิน” วันนั้น จะไปปรากฏอยู่บนบัตรประจำตัวอีกหลายใบในฐานะวันเกิด

วันที่ชีวิตหนึ่งถือกำเนิดขึ้นมา

ขณะพยาบาลขานเวลา แพทย์จะใช้ลูกยางสีแดงดูดน้ำคร่ำ-ที่อาจค้างอยู่-ออกจากปากและจมูกของทารก หลังแน่ใจว่าทารกหายใจเองได้ แพทย์จะใช้แคลมป์สองตัวหนีบสายสะดือไว้ รับกรรไกรที่พยาบาลยื่นส่งให้ จากนั้นจึงใช้มันตัดลงไประหว่างแคลมป์ทั้งสองตัว

ฉับ! เลือด 2-3 หยดกระเซ็นอาบคมกรรไกร

เลือดไม่กี่หยดนั้นเองคือหลักฐานที่ช่วยยืนยันว่า “ชีวิตก่อนการเกิด” ของพวกเรามีอยู่จริง

คนทั่วไปมักสับสนระหว่าง “รก” และ “สายสะดือ”

ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น จนกระทั่งมาเป็นแพทย์ ผมจึงได้รู้และได้เห็น ว่ารกและสายสะดือนั้นมีรูปร่างและหน้าที่ไม่เหมือนกันสักนิด : รกเป็นก้อนกลมๆ นุ่มๆ แบนๆ ดูคล้ายแผ่นพิชซ่า ขณะที่สายสะดือมีลักษณะเป็นเส้นยาวๆ คล้ายสปาเกตตี

รกแปะอยู่ด้านในผนังมดลูกของแม่ โดยมีสายสะดือทำหน้าที่เชื่อมต่อระหว่างระหว่างรกและมดลูก ถ้ายังไม่เห็นภาพ ลองนึกถึงสารคดีวิทยาศาสตร์สักเรื่องที่นักบินอวกาศลอยคว้างอยู่ในสภาพไร้น้ำหนัก สภาพนั้นไม่ต่างกันนักกับสภาพของทารกในครรภ์มารดา

ขณะทารกน้อยลอยคว้างท่ามกลางน้ำคร่ำในโพรงมดลูก สายสะดือคือสิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวเขาไว้กับยาน “แม่”

ภายในสายสะดือคือเส้นเลือดหลายเส้น ทารกจะได้รับสารอาหารจากแม่ผ่านเลือดที่ไหลเวียนในเส้นเลือดเหล่านี้ ขณะเดียวกันของเสียที่ทารกมี จะถูกส่งผ่านเส้นเลือดเหล่านั้นกลับยังแม่ของเขา และเข้าสู่ระบบกำจัดของเสียของแม่ต่อไป

อาจพูดได้ว่า ช่วงหนึ่งในชีวิต เราทุกคนเคยดื่ม กิน ขับถ่าย และหายใจผ่านร่างกายแม่ของเรา

คนทั่วไปอาจเรียกมันว่า “สายสะดือ” แต่สำหรับผมมันคือ “สายสัมพันธ์”

สายสะดือคือสิ่งยืนยันว่าชีวิตได้เริ่มต้นแล้วก่อนหน้าวันเกิดของเรา

เป็นชีวิตที่แตกต่างจากที่เราเคยเข้าใจ

เป็นชีวิตที่ประกอบด้วยสองหัวใจ, กับหนึ่งสายสัมพันธ์

แล้วทำไม ชายผู้นี้จึงรู้อะไรละเอียดลออ คำตอบคือ จนกระทั่งมาเป็นแพทย์ จึงคิดถึงเรื่องนี้ได้ พรุ่งนี้ว่าต่อ

บทความก่อนหน้านี้ททท.เดินหน้าแสดงเจตจำนง’ลดโลกเลอะ’ก้าวไกลถึง’เคมบริดจ์’
บทความถัดไป‘สพฐ.’ เริ่มภาคเรียนที่ 2 นำร่องสอนโค้ดดิ้ง 3,000 แห่ง