คอลัมน์ โลกสองวัย : วันนี้วันที่ 9 เดือน 9 ขอให้โชคดี

วันนี้วันดี วันที่ 9 เดือน 9 วันที่ 9 กันยายน 2019 พ.ศ.2562 หากจะให้ดีไปว่านั้น ท่านว่า ให้ก้าวออกจากบ้านเวลา 09.00 น. หันหน้าไปทางทิศตะวันออก 9 ก้าว ก่อนจะเปลี่ยนทางทิศที่จะไป

นับจากวันนี้ถึงวันที่ 30 กันยายน บรรดา ส.ว.ทั้งหลายที่อายุครบกำหนดเกษียณ ไม่ว่าจะอายุ 55 ปีเกษียณก่อนกำหนด เออลี่รีไทร์ 60 ปี ตามกำหนดเดิม 65 ปี ตามกำหนดใหม่ หรือ 70 ตามกำหนดให้เป็น “อาวุโส” ของหน้าที่นั้น

ทั้งไม่ว่าจะพ้นจากที่ทำงานเดิม ไปอยู่กับบ้าน เลี้ยงหลาน หรือมีโอกาสไปปฏิบัติหน้าที่ในที่ทำงานใหม่ ฐานะที่ปรึกษา ซึ่งนิยมให้ตำแหน่งทุกวันนี้ เนื่องจากมีพี่เพื่อนน้องมากคนต้องการให้ “ส.ว.” ซึ่งกระฉับ กระเฉง ไปร่วมงาน ใช้ทั้งประสบการณ์และความคิดที่ยังปราดเปรื่องให้เป็นประโยชน์กับหน่วยงานของเขา

ไม่ว่าการณ์จะเป็นประการใด วันนี้มีข้อคิด Dr. Ak นำเสนอผ่าน “ไลน์” เรื่องของเพื่อนกันตลอดไป เป็นภาพของเด็กน้อยแต่งตัวเป็นผู้สูงวัย มีคำกลอนบรรยายว่า

เวลาผ่าน นานกว่าเวลาเหลือ       เพื่อนอย่าเบื่อ อย่าเกี่ยงเลี้ยงสังสรรค์

เวลาพบ เหลือน้อยคล้อยทุกวัน       อย่ารอวัน เดินไม่ไหว ใจอยากมา

จงอย่าหวัง สังสรรค์ใหม่ จะไปแน่        ขอเพียงแต่ ไปปีนี้ จะดีกว่า

สังขารเรา นั้นร่วงโรยทุกเวลา           อย่ารอรี มาไม่มา อาจช้าไป

นับถอยหลัง วังเวง เพลงใกล้จบ               รีบไปพบเพื่อนสักครั้ง ยังไม่สาย

เพื่อนร่วมรุ่น รวมตัวด้วยหัวใจ                   ก่อนสุดท้าย ตายจากลา ค่อยมากัน

ภาพประกอบและบทกลอนที่ว่าเป็นภาพน้องหนูแต่งองค์ทรงเครื่องเป็น ส.ว.ทั้งหญิงทั้งชาย จนภาพสุดท้าย เหลือน้องหนูผู้หญิงสวมแว่นตา ม้วนโลว์ที่ผมสีเทา มีผ้าโพกผม พร้อมกระเป๋าใส่สัมภาระมากมายยืนเกาะ “วอล์กเกอร์” เดียวดาย

นับวันเพื่อนกินเหลือน้อยลงทุกที วันก่อนเพื่อนกลุ่มหนึ่งที่มีนัดสังสรรค์สภากาแฟทุกเช้าวันอาทิตย์ 7-8 คน บางสัปดาห์มากถึง 10 คน วันอาทิตย์ที่ผ่านมายังนัดกันต่อไป หากแจ้งว่า ทุกคนมาครบ ขาดเพื่อน “เกี๊ยก” คนเดียว ที่ไม่มาอย่างถาวร ไปรอพบอยู่บนโน้นพร้อมกับเพื่อนที่เคยร่วมวงบางคนเรียบร้อยแล้ว ส่วนใครจะตามไปอีก แจ้งล่วงหน้าไม่ทัน ไม่เป็นไร แล้วค่อยพบกัน

ก็ แหม แหม แหม ถึงวันนี้บางคนวัยล่วงเลยเกือนถึงสะพานพระรามแปดแล้วที่ยังเลี้ยงหลานไปไหนมาไหนได้ เพราะลงสนามแบดมินตันตั้งแต่หนุ่ม แทบทุกวัน บางคนใช้เวลา 1 ชั่วโมง ออกกำลังกาย แม้จะเลย 70 ไปแล้ว ถามว่าปีนี้เท่าไหร่ เพื่อนถามกลับไปว่า นับจากไหน จากข้างล่างหรือข้างบน ถ้านับจากข้าง บนปีก่อน 24 ปีนี้ 23 พร้อมยิ้มอย่างมีเลศนัย แล้วเผยออกมาเบาๆ ว่า “จะครบร้อย”

เพื่อนอีกคนอายุไล่เรียงเคียงกับ ต้องนอนติดเตียง ก็เมื่อสิบยี่สิบปีก่อนเกษียณ ปล่อยให้น้ำตาล (เบาหวาน) ขึ้นสูงเกินกว่า 300 ดีที่ตายังไม่บอด แต่ต้องตัดขาไปข้างหนึ่งแล้ว

เพื่อนอีกหลายคน หัวเข่าที่เกิดมาพร้อมกัน แต่ข้างซ้ายชำรุดไปก่อนข้างขวา เพื่อนถามว่า อายุเท่ากัน แต่ทำไมชำรุดไม่เท่ากันวะ แหม แหม แหม หมอก็ตอบเอ็งไม่ได้ว่ะ

อ้าว นั่นเดินเขยกใช้ไม้เท้าพยุงตัวมาโน่น สอบถามได้ความว่า หลายเดือนก่อน เช้าๆ ก่อนเข้าห้องน้ำ เดินไม่ระวัง ตีนซ้ายเตะกล่องโครมเบ้อเร่อ – กระเด็นไปโน่น ตัวนะโว้ย ไม่ใช่กล่อง เพราะในกล่องเมียใส่ของหนักไว้ เดินผ่านทุกวันไม่เป็นไร วันนี้ไม่ระวัง เลยเตะโครมเข้าให้

ทีแรกนึกว่าแค่ซ้น ไม่เป็นไรมาก ที่ไหนได้ ไปหมอ หมอจับเอกซเรย์ กระดูกต่อจากนิ้วก้อยตีนข้างซ้ายหักออกจากกัน ต้องผ่าตัด ใส่เหล็กดาม หนอย แผลผ่าตัดดันหายช้า อักเสบ เพราะมีเบาหวาน

“ต้องล้างแผลทุกวัน ต้องกินยาตามเวลา ให้แผลทุเลา จึงกลับบ้านได้ ต้องนอนโรงพยาบาลตั้งเกือบเดือน… เพื่อนทำท่าฉงนว่า เป็นแผลแค่นี้ ตอบไปว่า เออซิว่ะ เอ็งอย่าเป็นเบาหวานก็แล้วกัน”

บทความก่อนหน้านี้สรรพสามิตลุยเพิ่มภาษีความหวาน 1 ต.ค.จับตาเครื่องดื่ม-น้ำอัดลมขึ้นราคา บางยี่ห้อปรับแล้ว 2 บ.
บทความถัดไปเศรษฐกิจครึ่งปีหลังยังไม่ฟื้นทำสินเชื่อเงินกู้ซึม “กสิกร” คาดปี’62 โต 5%