คอลัมน์ เล่าเรื่องหนัง : Inside Bill’s Brain : Decoding Bill Gates เจาะสมอง ‘บิล เกตส์’ ตอนที่ 3 (จบ) เนิร์ดทรหดที่แสนดื้อด้าน

ภาพประกอบ Youtube Video/Netflix

ลิมิเต็ดซีรีส์สารคดีที่เพิ่งออกฉายทางเน็ตฟลิกซ์เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา เป็นซีรีส์สารคดี 3 ตอนจบ เรื่องราวเกี่ยวกับ “ชีวิต” “ความคิด” “ความใฝ่ฝัน” ของ “บิล เกตส์” ณ ปัจจุบัน ในวัย 63 ปี ว่าเขามีมุมมองต่อชีวิต และความนึกคิดของตัวเองเปลี่ยนไปแค่ไหน…อย่างไร

ในอดีตที่เป็นประวัติศาสตร์โลก “บิล เกตส์” เมื่อยังหนุ่มแน่น คือผู้ก่อตั้งธุรกิจ “ไมโครซอฟท์” ที่เป็นหนึ่งในธุรกิจนวัตกรรมเปลี่ยนโลก พร้อมกันนั้นชีวิตของเขาต้องดำรงอยู่ในบทบาทสองสถานะ หนึ่งในฐานะเป็นมหาเศรษฐี นักธุรกิจที่เคยถูกตีตราว่าเป็น “นักล่าในโลกทุนนิยม” ร่ำรวยจากความซับซ้อนของเทคโนโลยี แต่เมื่อเวลาผ่านไปกว่าทศวรรษ เขาถูกขนานนามในอีกภาพลักษณ์ คือ “มหาเศรษฐีใจบุญ” ผู้ใช้นวัตกรรมและความซับซ้อนของเทคโนโลยีเข้ามาแก้ปัญหาให้ประเทศด้อยพัฒนา ผ่าน “มูลนิธิ บิล แอนด์ เมลินดา เกตส์”

เรื่องราวชีวิตแบบเหรียญสองด้านของ “บิล เกตส์” ได้ถูกเล่าไว้อย่างคมคายในซีรีส์สารคดี “Inside Bill’s Brain : Decoding Bill Gates” ผ่านสายตาและมุมมองของ “เดวิส กุ๊กเกนไฮม์” ผู้กำกับที่มีดีกรีสร้างหนังสารคดีดังระดับรางวัล “An Inconvenient Truth” ที่ตีแผ่ปัญหาสภาวะโลกร้อนให้ทั่วโลกได้ตระหนักมาแล้ว

ในปี 2019 “กุ๊กเกนไฮม์” ใช้เวลา 2 ปี สังเกตการณ์ตามติดวิธีคิดของ b ออกมาเป็นซีรีส์ 3 ตอน ที่นอกจากเล่าเรื่องราวชีวิตส่วนตัวแล้ว ยังตามไปดูความสนใจของ “บิล เกตส์” ที่มีต่อประเด็น “สุขภาพ” “พลังงาน” และ “การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศของโลก”

ย้อนอ่าน : คอลัมน์ เล่าเรื่องหนัง : Inside Bill’s Brain : Decoding Bill Gates เจาะสมอง ‘บิล เกตส์’ ตอนที่ 1 มหาเศรษฐีผู้ทำเรื่องสกปรกให้สะอาด
– คอลัมน์ เล่าเรื่องหนัง : Inside Bill’s Brain : Decoding Bill Gates เจาะสมอง ‘บิล เกตส์’ ตอนที่ 2 คนอวดดี ผู้เปลี่ยนแปลงโลก

โดยสองตอนที่ผ่านมา ได้เล่าถึงชีวิตด้าน “สัมพันธภาพ” ของ “บิล เกตส์” กับแม่ “แมรี่ เกตส์” ผู้มีอิทธิพลทางความคิดของเขาในการทำงานสาธารณกุศลหลังจากเขาลาออกจากตำแหน่งบริหารในไมโครซอฟท์ เมื่อปี 2012 และตั้งมูลนิธิบิล เกตส์ ขึ้นมา ขณะที่ตอนต่อมาคือความสัมพันธ์ของเขากับ “พอล อัลเลน” เพื่อนสนิทวัยเด็กที่เป็นคนเปิดโลกโปรแกรมเมอร์ให้เขา กระทั่งเป็นคนชักพา “บิล เกตส์” มาร่วมหัวจมท้ายตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ด้วยกันก่อนที่ทั้งคู่จะสะบั้นมิตรภาพจากความขัดแย้งต่อมุมมองการทำงานที่แตกต่างกัน

ส่วนตอนจบของเรื่องนี้ เป็นเรื่องราวความสัมพันธ์อันลุ่มลึกและอ่อนโยนระหว่าง “บิล เกตส์” และภรรยา “เมลินดา” ที่เป็นดั่งคู่ทุกข์ คู่ยาก และเพื่อนคู่คิดที่เข้าใจความนึกคิดอันซับซ้อนในหัวของเขามากที่สุด

เรื่องราวความสัมพันธ์นี้ถูกเล่าคู่ขนานกับ “วิกฤตสำคัญ” ในช่วงที่ไมโครซอฟท์ถูกกระทรวงยุติธรรม และรัฐบาลสหรัฐ ตั้งข้อกล่าวหาทำ “ธุรกิจผูกขาด”

ต้องไม่ลืมว่าช่วงกลางยุค 80 เป็นต้นมา ซอฟต์แวร์ “วินโดว์” ที่เป็นหนึ่งในนวัตกรรมสินค้าเปลี่ยนโลก ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คน ขณะเดียวกันก็ส่งผลให้ไมโครซอฟท์ประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล กลายเป็นเจ้าตลาดที่มีส่วนแบ่งตลาดที่หาคู่แข่งไม่ได้

ทว่าความสำเร็จนี้ก็ให้อีกบทบาทหนึ่งต่อ บิล เกตส์ คือ “เนิร์ดอัจฉริยะ” ที่มีภาพลักษณ์ปีศาจผู้ละโมบทาทับอยู่ด้วย

วันนี้ “บิล เกตส์” ในวัย 63 ปี ย้อนกลับไปนึกถึงเรื่องราวเหล่านี้ เริ่มจากภาพลักษณ์ในอดีตที่เขาถูกวิจารณ์ว่าเป็นคนอวดดี

เขาตอบอย่างไม่ลังเลว่า...”ในบางอารมณ์ คนที่ทำเงินได้หลายพันล้านดอลลาร์ในช่วงอายุ 20 ปี และบริหารคนหลายพันคน และตัดสินใจว่าจะทำหรือไม่ทำสินค้าตัวไหน คุณไม่อยากเสียเวลาแม้แต่ห้านาที ใช่มันมี…นั่นก็เห็นว่าค่อนข้างอวดดีได้อยู่หรอก”

ส่วนมุมมองต่อเรื่องการผูกขาดทางธุรกิจ “บิล เกตส์” ตอบคำถามไว้แบบปลายเปิดว่า...”ถ้าการผูกขาดหมายถึงส่วนแบ่งตลาดที่สูงสุดๆ กับอำนาจทางการตลาดระยะสั้น คำตอบก็คือใช่ แต่ถ้ามันหมายความว่า เราอยู่ในตำแหน่งที่ไม่สามารถโค่นได้ ซึ่งเทคโนโลยีที่ใหม่และดีกว่า ไม่มีโอกาสมาแทนที่เราได้ คำตอบ คือ ไม่”

ซีรีส์สารคดีเรื่องนี้นอกจากสำรวจความนึกคิดในปัจจุบันของ “บิล เกตส์” แล้ว หนึ่งในใจความสำคัญ คือ แต่ละตอนของซีรีส์สารคดีจะตามติดเฝ้าดูผลงานเทคโนโลยีจากไอเดียของบิล เกตส์ และทีมนวัตกรรมของเขา ที่คิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยมีความใฝ่ฝันที่จะเปลี่ยนโลกใบนี้อย่างเต็มที่

ในตอนจบนี้ เราจะได้เห็นความพยายามในระดับทะเยอทะยานที่สูงที่สุด ท้าทายความรู้สึกผู้คน นั่นคือ ความตั้งใจสร้าง “เครื่องปฏิกรณ์พลังงานนิวเคลียร์” ที่สะอาด ปลอดภัย ไม่เป็นมลภาวะต่อโลก

เขาทุ่มเงินทุนให้สตาร์ตอัพที่ชื่อ “เทอร์ร่า พาวเวอร์” ศึกษาและออกแบบสร้างเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ต้นแบบนี้ให้ใช้งานได้จริง เป้าหมายคือต้องลดความผิดพลาดของมนุษย์ให้ได้มากที่สุด ไม่ให้เกิดบทเรียนเช่นกรณี “เชอร์โนบิล” ในรัสเซีย และ “ฟุกุชิมะ” ที่ญี่ปุ่น โจทย์ของนวัตกรรมนี้จึงต้องทนทานต่อการเกิดหายนะ ทั้งคลื่นยักษ์ แผ่นดินไหว เครื่องบินตกใส่ ซึ่งวัสดุกัมมันตรังสีจะต้องไม่หลุดออกไป นำมาสู่การออกแบบสร้างเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่มีฟังก์ชั่นรักษาความปลอดภัยให้ตัวเองได้

หลังใช้เวลาทดสอบ 5 ปี มาถึงขั้นตอนสร้างเครื่องต้นแบบ ที่เลือกจะร่วมมือกับประเทศจีน ในฐานะที่จีนเป็นหนึ่งในประเทศที่สร้างเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ไว้มาก จึงเห็นร่วมที่จะทำงานด้วยกันในการสร้างเครื่องนำร่อง เรื่องราวดูจะดำเนินต่อไปได้ไม่สะดุด เพราะได้ไฟเขียวจากรัฐบาลสหรัฐ (ยุคบารัค โอบามา) ให้ร่วมมือกับประเทศจีน

แต่ทุกอย่างต้องชะงักลงจากปัญหาสงครามการค้าสหรัฐ-จีน ที่ลุกลามเมื่อไม่นานมานี้ หนึ่งในนั้นคือมีข้อห้ามประเด็นข้อจำกัดการลงทุนกับประเทศจีนในด้านเทคโนโลยีขั้นสูง

ผลคือ ข้อตกลงสร้างเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ต้นแบบในจีนจึงทำไม่ได้อีกต่อไป

สถานการณ์ขณะนี้อาจใช้คำว่าความพยายามตลอด 5 ปี “พังทลาย” ลงได้ก็ตามที แต่สำหรับ “บิล เกตส์” เขายังมองโลกในแง่ดี

การทำเรื่องยากๆ ที่ผ่านมาในชีวิตคุณมีวิธีรับมืออย่างไร? ผู้กำกับสารคดีตั้งคำถาม

“ผมก็พยายามก้าวถอยหลังออกมาจากมัน และพยายามจะมองให้เป็นจริงมากขึ้น และพยายามไม่ให้อารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องใหญ่ๆ นั้น”

เวลาเผชิญหน้ากับสิ่งที่ยากมาก เขามักให้คำตอบเดิมเสมอ คือ “ทำงานให้หนักขึ้น”

ไม่มีใครรู้ว่านวัตกรรมเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ของ “บิล เกตส์” ที่ทุ่มเทเวลาหลายปีในการออกแบบและพัฒนาจะได้ไปต่อหรือไม่…แต่ที่แน่ๆ วันนี้ภาพลักษณ์หนึ่งของเขาก็ผุดขึ้นมาในฐานะ “เนิร์ดทรหดผู้ดื้อด้าน” ที่จะเดินหน้าพัฒนาและหานวัตกรรมที่จะเปลี่ยนแปลงโลกต่อไปผ่านมูลนิธิบิล แอนด์ เมลินดา เกตส์

ขณะที่นวัตกรรมต่างๆ ที่บิล เกตส์ ผลักดันให้เราเห็นในตลอด 3 ตอน ของซีรีส์สารคดีเรื่องนี้ แท้ที่สุดแล้วมันจะช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้โลกได้จริงหรือไม่

แต่สิ่งหนึ่งที่สัมผัสได้จากการรับชม ซีรีส์สารคดี “Inside Bill’s Brain : Decoding Bill Gates”

เราได้เห็นวิธีคิดของ “บิล เกตส์” นั่นคือ “ความพยายาม” และ “การลงมือ”

เมื่อได้ทดลองและลงมือทำแล้วอย่างถึงที่สุด หากจะไม่สำเร็จก็ขอให้ตระหนักไว้ว่า…”อย่างน้อยมันก็เป็น ความฝันที่ใกล้ความจริงแล้วเสมอ”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘เบนจามิน เดวิส’ ชวดช่วย ‘ช้างศึก’ ลุยซีเกมส์ 2019 แต่พร้อมร่วมทัพสู้ศึกเอเชีย
บทความถัดไปโจรอาละวาด! ขโมยแบตเตอรี่ ‘รถสิบล้อ-รถไถนา’ หายเกลี้ยง ทำเกษตรกรเดือดร้อน