คอลัมน์ นอกลู่ในทาง : สมรภูมิทีวีจอเล็ก

ทุกวันนี้เราใช้ “สมาร์ทโฟน” ทำแทบทุกสิ่งอย่างอยู่แล้ว รวมถึงเรื่องความบันเทิงอย่างการดูรายการโทรทัศน์ ซึ่งรายการต่างๆ ที่เราดูไม่ใช่แค่รายการที่เผยแพร่ทางช่องทีวีอีกต่อไป ยุคนี้เป็นยุคทองของ “วิดีโอคอนเทนต์” อย่างแท้จริง มีให้ดูมากมายทุกที่ที่มีอินเตอร์เน็ต และทุกเวลาที่อยากดูผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น “ยูทูบ” หรือ”เฟซบุ๊กไลฟ์” และอื่นสารพัด

“ไลน์ทีวี” (LINE TV) เป็นหนึ่งในดิจิทัลแพลตฟอร์มที่ลงมาเล่นในสนามนี้เต็มตัวมากว่า 5 ปี

ในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 6 ยังประกาศด้วยว่าจะเร่งสปีดขยายฐานผู้ชมทั่วประเทศในกลุ่มคนดูที่มีไลฟ์สไตล์คนเมือง ไม่จำกัดเฉพาะคนที่อยู่ในกรุงเทพฯหรือเมืองหลักอีกต่อไป

เมื่อโฟกัสจากไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมในการรับชมทำให้กลุ่มเป้าหมายมีอยู่ทุกที่ ในกลุ่มที่ต้องการจัดการตารางชีวิตตนเองได้ อยากดูเมื่อไรก็ดูได้ ตามความต้องการ และความสะดวก

ประมาณว่าทุกคนสามารถสร้างไพรม์ไทม์ในการรับชมคอนเทนต์ของตนเองได้ เป็นการ Personalize ตามความต้องการของผู้ชมแต่ละคนตามไลฟ์สไตล์ และยังคงคอนเซ็ปต์ “ดูฟรี”

วันนี้ “ไลน์ทีวี” มีผู้ใช้ 40 ล้านราย เกินกึ่งหนึ่งของจำนวนประชากรในประเทศ หรือเกือบทั้งหมดของฐานคนใช้แอพพลิเคชั่น “ไลน์”

ที่น่าสนใจคือ ใน 40 ล้านคน ใช้เป็นประจำทุกวันมากถึง 40% และมีระยะเวลาในการรับชม เฉลี่ย 176 นาทีหรือเกือบ 3 ชั่วโมงต่อคนต่อวัน

65% เป็นผู้หญิง

75% ของคอนเทนต์ที่ได้รับความยอดนิยม คือละคร และซีรีส์ รองลงมาเป็นรายการเอ็นเตอร์เทนเมนต์ และวาไรตี้ 15% และ 10% เป็นประเภทอื่นๆ ปัจจุบันมีประเภทคอนเทนต์กว่า 1,000 คอนเทนต์ รวมกว่า 100,000 คลิปจากผู้ผลิต 220 ราย

กณพ ศุภมานพ รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจคอนเทนต์ LINE ประเทศไทย กล่าวว่าหลังเปิดบริการในปี 2014 ภายในปีเดียว มียอดวิวถึง 1,000 ล้านวิว นอกจากได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ชมขาวไทยแล้วยังสร้างพฤติกรรมการรับชมคอนเทนต์ไทยแบบใหม่ที่สอดคล้องไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปของคนไทยด้วยทำให้เติบโตรวดเร็วทั้งในแง่จำนวนผู้ชม จำนวนคอนเทนต์ และจำนวนพาร์ตเนอร์ รวมถึงยอดวิวเฉลี่ยต่อคอนเทนต์ที่เพิ่มขึ้นทุกปี

“ยอดวิวที่โตมาจากคอนเทนต์หลักอย่างละคร และซีรีส์ ทั้งแบบย้อนหลังจากช่องทีวี และ LINE TV Originals โดยยอดวิวเฉลี่ยของละครท็อปฟอร์มสูงถึง 250 ล้านวิว ส่วนรายการบันเทิงวาไรตี้ มียอดวิวเฉลี่ย 70 ล้านวิว มีคอนเทนต์ที่มีการรับชมเกินร้อยล้านวิว 45 เรื่อง ยอดวิวรวม 8,000 ล้านวิว”

กลุ่มผู้ชมแบ่งได้ 4 กลุ่ม คือ 1.Youngster วัยรุ่น-วัยเรียน อายุ 14-25 ปี 2.Premium Mass วัยทำงาน อายุ 21-34 ปี 3.Segmented Users กลุ่มเฉพาะครอบคลุมช่วงอายุกว้างตั้งแต่ 14-34 ปี มีความชื่นชอบคอนเทนต์ที่มีลักษณะเฉพาะทั้งรูปแบบ และเนื้อหา และ 4.Mass เป็นกลุ่มใหญ่สุดอายุ 14-45 ปี

ช่วงที่มีการรับชมมากที่สุด คือบ่ายสามโมงถึงหกโมงเย็น เป็นช่วงเลิกเรียนเลิกงานทั้งวันธรรมดาและวันหยุด สะท้อนให้เห็นถึงการเข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าการรับชมรายการทีวีได้ เพราะเป็นช่วงที่คนดูทีวีปกติน้อย เนื่องจากยังเดินทางอยู่นอกบ้าน

รองลงมาเป็นช่วง 20.00-22.00 น. ตามด้วย 12.00-14.00 น. ซึ่งเป็นช่วงพักระหว่างวัน

จังหวัดที่มีการรับชมมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพฯ, เชียงใหม่, ชลบุรี, ขอนแก่น และนครราชสีมา

“เป้าหมายถัดไป คือสร้างการเติบโตในหัวเมืองต่างจังหวัดจากหัวเมืองใหญ่ที่มีไลฟ์สไตล์คนเมืองชัดเจนกระจายการเข้าถึงไปทั่วประเทศ ในเมืองเล็กการรับชมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แม้มีข้อจำกัดเรื่องการใช้เดต้า ซึ่งเราต้องสร้างการรับรู้ว่ารูปแบบการรับชมปรับได้ตามจำนวนเดต้าที่มี”

ช่องทางในการรับชมส่วนใหญ่ ดูผ่านแอพพลิเคชั่น “ไลน์ทีวี” 52% ผ่านไลน์อีโคซิสเต็มส์ เช่น ไลน์ออฟฟิเชียลแอคเคาท์, ไลน์ทูเดย์ 24% ผ่านเว็บไซต์ไลน์ทีวีบนมือถือ 14% และเว็บไซต์บนคอมพิวเตอร์ 10%

เท่ากับ 70% ของผู้ใช้เป็นกลุ่มที่ตั้งใจดู โดยเป็นลักษณะ “โมบายเฟิร์ส”

ไม่ใช่ว่าจะดูผ่านหน้าจอเล็กอย่าง “มือถือ” เท่านั้น แนวโน้มยังย้อนกลับไปยังการดูผ่านหน้าจอใหญ่บน “โทรทัศน์” เพิ่มขึ้นด้วย ดูได้จากการเปิดตัวแอพพลิเคชั่น LINE TV บนแอนดรอยด์ทีวีเพื่อรองรับการ

สตรีมมิ่งขึ้นทีวีผ่าน Chromecast ที่โตถึง 70% หลังเปิดเมื่อ 4 เดือนที่แล้ว มียอดวิวรวม 3 ล้านครั้ง โดยคอนเทนต์ที่มีการรับชมส่วนใหญ่เป็นคอนเทนต์ครอบครัวดูง่าย ต่างจากผ่านมือถือที่จะเป็นคอนเทนต์เฉพาะทางกว่า

ค่อนข้างชัดเจนว่าการรับชมคอนเทนต์จะเปลี่ยนไปตามรูปแบบของอุปกรณ์การรับชม

จากนี้ “ไลน์ทีวี” จะเน้นการผลิต “ออริจินอลคอนเทนต์” ที่แมสมากขึ้น เนื้อหาดูง่าย โฟกัสกลุ่มแมสและครอบครัว เนื่องจากมีโอกาสเป็นผู้ชมรายใหม่ ทั้งเตรียมทำตลาดร่วมกับแบรนด์ทีวีต่างๆ เพิ่มขึ้นเพื่อผลักดันการเติบโตในการรับชมบน “บิ๊กสกรีน”

“ฐานผู้ชมทีวี ปัจจุบันมี 55 ล้านคน ขณะที่ไลน์ทีวีมี 40 ล้านคน แสดงว่าคนส่วนใหญ่ดูทั้งทีวี และออนไลน์ การขยายฐานไปกลุ่มแมสจึงต้องมีคอนเทนต์ที่ชอบ ต้องสร้างการรับรู้ ทำให้ไลน์ทีวีเข้าใกล้คนดูมากที่สุดทั้งด้วยการมีคอนเทนต์ที่ดูง่าย และการเพิ่มช่องทางการเข้าถึง”

รายได้ของ “ไลน์ทีวี” มาจากค่าโฆษณา ซึ่งปัจจุบันเติบโตเฉลี่ย 50% ต่อปี แต่มูลค่าโฆษณาบนทีวียังสูงกว่าออนไลน์ทั้งหมดรวมกัน ขณะที่ตลาดโฆษณาออนไลน์เติบโตต่อเนื่อง เพราะการดูย้อนหลังถือเป็น

นิวนอร์มอลไปแล้ว

ผู้บริหาร “ไลน์ทีวี” บอกว่า ไลน์ทีวีไม่ได้เข้ามาแข่งกับทีวี แต่ส่งเสริมกัน เพราะบางคอนเทนต์เรตติ้งบนทีวีไม่ดี แต่ในออนไลน์ดี เมื่อเกิดกระแสบนออนไลน์จากคนดูย้อนหลังจะทำให้คนปกติหันไปดูบนทีวีมากขึ้น ทั้งผู้ผลิตยังได้เงินโฆษณาจากออนไลน์ และมีผู้ชมหน้าใหม่เพิ่มขึ้นด้วย

“ทีวีออนไลน์” จึงช่วยให้อุตสาหกรรมบันเทิงแข็งแรงขึ้น และตอกย้ำว่า “คนดูไม่ได้หายไปไหนแต่เปลี่ยนพฤติกรรมในการรับชม”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘แม็คเคเทียร์’ เชื่อ ‘เจอร์ราร์ด’ รับช่วงคุมทีมหงส์แดงอีก 2 ปีข้างหน้า
บทความถัดไป‘ไทย’ หนุน ‘เวียดนาม’ ปธ.อาเซียนปี’63 ขอขยายเวลาข้อกำหนดนำเข้าชิ้นส่วนยานยนต์-แก้ไอยูยู