คอลัมน์ โลกสองวัย : ประเดี๋ยววันประเดี๋ยวปี

วันเวลาเลื่อนไหลประเดี๋ยววันประเดี๋ยวเดือน ประเดี๋ยวผ่านมาถึงเดือน 12 ธันวาคม 2562 หนึ่งปีมี 12 เดือน เดือนนี้เป็นเดือนสุดท้ายของปี ปีหนึ่งมี 365 วัน แต่ปีหน้ามี 366 วัน เดือนกุมภาพันธ์มี 29 วัน อีก 28 วัน ถึงวันส่งท้ายปีเก่า 31 ธันวาคม 2562

“โลกสองวัย” มิใช่วันเวลาของวัย หากเป็นวันเวลาของแต่ละวัย ไม่ว่าคนหรือสัตว์ หรือแม้แต่ต้นไม้ คือสิ่งมีชีวิต มีเกิด แก่ เจ็บ ตาย ส่วนสิ่งของมีทั้งสิ่งของธรรมชาติ กับสิ่งของที่ผู้คนจัดสร้างขึ้นมา ล้วนมีอายุ ไม่ใช่วัย เป็นไปเช่นเดียวกับวันเดือนปี กลายเป็นโบราณสถาน โบราณวัตถุ

สิ่งของธรรมชาติสร้างยาวนานนับหมื่นนับพันปี เช่นเดียวกับสิ่งของเป็นโบราณสถานโบราณวัตถุ ยาวนานนับหมื่นนับพันปีเช่นกัน

โลกสองวัย ไม่ใช่คนสองคน หรือวัยเด็กกับวัยหนุ่มสาว หรือวัยหนุ่มกับวัยแก่ แต่เป็นวัยของวันเวลา

กาลเวลาย่อมหมุนเวียนเคลื่อนคล้อยไปตามธรรมชาติของโลกที่หมุนรอบตัวเอง เป็นหนึ่งวันของโลกที่เคลื่อนคล้อยหมุนเวียนคล้อยเคลื่อนไปตามรอบดวงอาทิตย์เป็นหนึ่งปี ของดวงจันทร์ที่เคลื่อนคล้อยรอบโลก คะเนว่าเป็นรอบเดือนหนึ่ง ข้างขึ้น 15 วัน ข้างแรม 15 วัน

จันทร์วันเพ็ญข้างขึ้น 15 ค่ำ สว่างกระจ่างใจมน ครั้งหนึ่ง จันทร์วันแรมข้างแรม 15 ค่ำเดือนมืดสนิทแรม 15 ค่ำ ครั้งหนึ่ง ครั้งละ 15 วัน รวมเป็น 30 วัน บวกลบเศษของวันรวมเป็นวันหนึ่ง เป็นเดือนหนึ่ง 31 วัน

วัยของโลกมีแต่นักดาราศาสตร์เท่านั้นที่คำนวณออกมาเป็นกี่พันกี่หมื่นปี นับเป็นปีแสง

รู้กระทั่งโลกสุริยจักรวาลอันเป็นหนึ่งในจักรวาล ยังมีอีกหลายจักรวาลที่รอการประกาศตัวและพิสูจน์ว่ายังมีอีกกี่จักรวาลในจักรวาลอันกว้างขวางหาขอบเขตมิได้ เวิ้งว้างสุดขอบฟ้ายังหาที่สุดมิได้

สรุปย่อลงมาเหลือเพียงโลกสองวัย คือวัยข้าพเจ้า (ผู้เขียน) กับวัยน้องหนูเท่านั้น ยังหาที่สุดมิได้ หรือน้องหนูหาวัยของตัวเองได้ว่าอยู่ในวัยไหน

ข้าพเจ้า (ผู้เขียน) เองยังหาวัยไม่เจอเช่นกันว่าอยู่ในวัยไหน วัยเด็ก วัยหนุ่ม หรือวัยกลางคน เข้าสู่สูงวัย และจะไปถึงวัยไหน หรือกลับไปสู่วัยเด็กที่เขาเรียกว่า “วัยกลับ”

เขาว่ามนุษย์นับแต่วัยแรกเกิดถึงรอบสองขวบปีเท่านั้นที่มีความจำเป็นเลิศ และในแต่ละวัยในแต่ละรอบอายุ เริ่มมีความสามารถเพิ่มขึ้นรอบปีละอย่างสองอย่าง นับแต่คลอดออกจากครรภ์มารดามีชีวิตเป็นวัยทารก ดูดนมจากเต้ามารดาด้วยสัญชาตญาณ มีมือแม่ช่วยจับเต้าให้จ่อตรงกับปาก แล้วดูดกระทั่งอิ่มหลับคาตักแม่จากวันนั้น เจริญเติบโต “จากเล็กจนโตโอ้แม่ถนอม” กระทั่งทุกวันนี้กี่ขวบปี

มันสมองเริ่มเจริญเติบโตเฉลียวฉลาดนับแต่วันแรกคลอดจากครรภ์มารดาถึงสองขวบปี ความสามารถเพิ่มขึ้นทีละเดือนทีละอย่าง เป็นทีละปี จดจำสิ่งแวดล้อมรอบกายตั้งแต่ยังเปล่งเสียงร้องกระทั่งออกมาเป็นคำ เป็นพยางค์ เป็นประโยค

สองสามขวบเริ่มถีบจักรยานสามล้อใช้เท้าถีบไถไปกับพื้น 6 ขวบ เริ่มหัดถีบจักรยานสองล้อ หกล้มหัวเข่าถลอกปอกเปิก เริ่มเข้าโรงเรียนเล่าเรียนเขียนอ่าน เริ่มเดินเริ่มวิ่ง เริ่มอยากขี่มอเตอร์ไซค์รถเครื่อง

ด้วยคำเตือนจากพ่อแม่ระวังอันตรายอย่าประมาท หลายครอบครัว ลูกชายหญิงปลอดภัยผ่านปีใหม่ สงกรานต์ อย่างดีแขนขาหัว อย่างเลวร้าย ไม่เห็นหน้าค่าตากันต่อไป จบชีวิตไปวัยหนึ่งยังไม่รู้ว่าวัยไหน

โลกสองวัยเดินหน้าต่อไป ถึงอายุ 16 เริ่มจับพวงมาลัย ตั้งแต่ฝ่าเท้ายังเหยียบคันเบรกไม่ถึง ที่ใจกว้างใจร้อน ใจเร็วด่วนได้ ใจยังไม่มั่นคงพอ เหยียบคันเร่ง ออกถนนใหญ่ วิ่งทางไกล

อยู่รอดปลอดภัย กลับถึงบ้าน พ่อแม่โล่งอก

โครมเดียว พ่อแม่ต้องไปเฝ้าฟังกุศลาธรรมา อกุศลาธรรมา

โลกสองวัยปรับเปลี่ยนไปอีกวัยเมื่อไหร่ไม่รู้ กุศลคือธรรม อกุศลคือธรรม

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“หนุ่มขายของเงินผ่อน” เก็บเงินลูกค้าไม่ได้ เลยกระชากสร้อยแทน
บทความถัดไป‘ป้อง ณวัฒน์’ ติง มีตติ้งพรรคร่วม เสิร์ฟ ‘หูฉลาม’ ทำไม