สุจิตต์ วงษ์เทศ : ความ “ไม่ไทย” ของหมอลำ และ “ลิซ่า”

ออกจากความเป็นไทยไปหมดแล้วไม่ว่าจะใส่อะไรบนหัว หรือสวมอะไรให้ตัวเอง (ลิซ่า BLACKPINK  นั่งเฉิดฉายอยู่บนบัลลังก์ทองที่มาพร้อมกับเครื่องหัวและชุดไทยสีทอง ในมิวสิกวิดีโอเพลง “LALISA”  ภาพจาก https://www.matichon.co.th/social/news_2933162)

สุจิตต์ วงษ์เทศ : ความ “ไม่ไทย” ของหมอลำ และ “ลิซ่า”

 

  • ความ “ไม่ไทย”
    ของหมอลำ และ “ลิซ่า”

ความสำเร็จระดับโลกของ “ลิซ่า” มาจากความ “ไม่ไทย” ถ้า
ไม่ออกจากความเป็นไทยก็ต้องอยู่ใต้ระบบอุปถัมภ์ของอำนาจนิยมรวมศูนย์จนไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดเห็นโลกกว้างกว่ากะลา

ความ “ไม่ไทย” มีหลักฐานอย่างดีที่หมอลำ “โกอินเตอร์” เพราะหลุดออกจากความเป็นไทย พบหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดี
มีเต็มไปหมด

  • หมอลำ “ไม่ไทย”

หมอลำเป็นการแสดง “ไม่ไทย” ในอีสาน ที่ปรับตนกลมกลืนวัฒนธรรมป๊อป แล้วได้รับความนิยมกว้างขวางมากทั้งในไทยและในระดับสากล โดยมีพัฒนาการเก่าแก่จากการละเล่นในพิธีกรรมถึงการแสดงเป็นมหรสพ

ความเป็นมาของหมอลำมียาวนานจากการละเล่นขับลำทำขวัญของคนกลุ่มที่พูดภาษาไท-ไตหลายพันปีแล้ว ครั้นต่อมาได้ปรับเปลี่ยนดัดแปลงเป็นการแสดงมหรสพสืบเนื่องถึงปัจจุบัน

ต้นตอหมอลำมีรากเหง้าเก่าแก่ จึงมีลักษณะเสรี และมีความฉับไวต่อการปรับเปลี่ยนตนเองเพื่อความทันสมัยและแข็งแรงอยู่รอดในโลกไม่เหมือนเดิม

ลักษณะเสรีอย่าง “ไม่ไทย” ของหมอลำมีเหตุจากปลอดการครอบงำของวัฒนธรรมความเป็นไทยลุ่มน้ำเจ้าพระยา เพราะดินแดนที่ราบสูงอีสานอยู่นอกอำนาจรัฐใหญ่ และถูกทอดทิ้งหลายร้อยปีจากศูนย์กลาง ส่งผลให้คนภาคกลางเหมารวมคนอีสานเป็นลาวไม่เกี่ยวข้องกับความเป็นไทย ถึงขนาดตำราเรียนของกระทรวงศึกษาธิการเคยมีบทที่ว่าด้วยภาคอีสานไม่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมภาคกลางลุ่มน้ำเจ้าพระยา แต่ต่อมาถูกต่อต้านจนต้องยกออกไป

หมอลำมีลักษณะเสรีและฉับไวต่อการปรับตัว เพราะบริเวณอีสานที่ราบสูงปลอดจากการครอบงำของความเป็นไทยในภาคกลาง ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ชาวอีสานประกอบด้วยคนหลายเผ่าพันธุ์และหลายวัฒนธรรม นับถือศาสนาอีสานซึ่งมีศาสนาผีเป็นแกนสำคัญแล้วผสมกับพุทธ, พราหมณ์แบบพื้นเมือง โดยตั้งหลักแหล่งกระจัดกระจายตามลุ่มน้ำและแหล่งน้ำ เช่น หนอง บึง บุ่ง ทาม ฯลฯ

ที่ราบสูงอีสานเป็นแอ่งอารยธรรมเก่าแก่ของอุษาคเนย์ ซึ่งมีผู้คนหนาแน่น และมีทรัพยากรมั่งคั่งด้วยเหล็กและเกลือสินเธาว์มากกว่า 3,000 ปีมาแล้ว ทั้งเคยมีรัฐใหญ่หลายรัฐบริเวณลุ่มน้ำมูลและชี แต่ร่วงโรยแล้วลดความสำคัญลงเมื่อเศรษฐกิจ-การเมืองเปลี่ยนไปราว 700-800 ปีมาแล้ว ทำให้ผู้คนดั้งเดิมของรัฐเหล่านั้นโยกย้ายไปเป็นประชากรของรัฐใหญ่แถบที่ราบลุ่ม เช่น ภาคกลาง ลุ่มน้ำเจ้าพระยา, โตนเลสาบของกัมพูชา

หลังจากนั้นมีคนจากสองฝั่งโขง ซึ่งส่วนมากเป็นกลุ่มคนในวัฒนธรรมลาวจากฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงโยกย้ายเข้ามาแทนที่ โดยเลือกทำเลตั้งหลักแหล่งแห่งหนใหม่เป็นบ้านเล็กเมืองน้อยกระจายตามแหล่งน้ำ แล้วขยายตัวเติบโตเป็นชาวอีสานสืบเนื่องหมอลำจนทุกวันนี้เข้าสู่วัฒนธรรมป๊อปอย่างสมภาคภูมิ

[ยกเว้นเมืองนครราชสีมา บริเวณลุ่มน้ำมูลตอนต้นน้ำ เพราะไม่ลาว และไม่นิยมหมอลำ แต่อยู่ในวัฒนธรรมภาคกลาง ลุ่มน้ำเจ้าพระยา นิยมเพลงโคราชในประเพณีเดียวกับเพลงฉ่อย, เพลงพาดควาย (ขอบเขตพื้นที่เมืองนครราชสีมาสมัยโบราณสิ้นสุดที่เมืองพิมาย พ้นจากนั้นออกไปเป็นพื้นที่ของลาว พบหลักฐานไม่น้อย เช่น นิราศหนองคาย ว่าพ้นเมืองพิมายมีลำน้ำเป็นเส้นแบ่งเขตแดน เมื่อข้ามไปก็เข้าเขตเมืองลาว มีกลอนนิราศกำกับว่า “สิ้นเขตแดนพิมายเมืองชำเลืองแล เข้าแขวงแควเมืองลาวชาวอารัญ”)]

เศรษฐกิจสร้างสรรค์จะสำเร็จได้ต้องมีระบบการศึกษากล้าคิดต่าง, แหกคอก, นอกครู, ไม่อยู่ตายซากในความเป็นไทยที่ถูกเสกสรรปั้นแต่งจากชนชั้นนำ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘บิ๊กตู่’ ชี้ขยายเพดานให้ต่างชาติซื้อบ้านในไทยได้อยู่ในขั้นตอนพิจารณา-เป็นไปตามกรอบ กม.
บทความถัดไปพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ : จากโควิดสู่โควิดเดลต้า