คอนโดเลี้ยงสัตว์ : คอลัมน์ ฟรีสไตล์เรื่องบ้าน บ้าน

ทําอย่างนี้ได้ด้วยเหรอ อยู่คอนโดมิเนียมด้วยเลี้ยงสัตว์ด้วยอ่ะ

บังเอิญว่าเป็นแฟนคลับโครงการอสังหาริมทรัพย์มหาชนบางยี่ห้อ ขออนุญาตเอ่ยนาม “เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์” นั่นเอง ทั่นทำมา 18 ปีแระ มี 30 กว่าโครงการ น่าสนใจมากเพราะดึงจุดขายว่าเป็นคอนโดฯเลี้ยงสัตว์ได้

เหม่ เหม่ เหม่ แบบนี้ต้องตามไปเจาะลึกข้อมูลมาฝากกันสักเล็กน้อย

ข้อมูลชวนคุยวันนี้ โฟกัสเกี่ยวกับโนว์ฮาวในการทำคอนโดเลี้ยงสัตว์ แต่คิดว่าจะต้องมีคนคาใจว่าทำได้ไหม ผิดกฎหมายหรือเปล่า เพราะฉะนั้นก็เลยไปทำการบ้านมาให้เรียบร้อยแล้วค่ะ

การเลี้ยงสัตว์ต้องบอกว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่การเลี้ยงสัตว์จะต้องไม่เป็นเหตุเดือดร้อนรำคาญหรือเป็นอันตรายกับบุคคลอื่น โดยเฉพาะการพักอาศัยในโครงการจัดสรร

ประเด็นน่าจะอยู่ที่ถ้าเป็นหมู่บ้าน ความมีอิสระในการเลี้ยงสัตว์มีสูงมากเพราะบ้านเป็นสินค้าที่มีรั้วรอบขอบชิด

ประเด็นผลกระทบเยอะๆ จึงน่าจะอยู่ที่การพักอาศัยในคอนโดฯ เป็นด้านหลัก เหตุผลเพราะอสังหาฯ ประเภทคอนโดฯสร้างบนที่ดินไม่เยอะ ส่วนใหญ่ 1-3 ไร่ แต่ตัวห้องชุดตั้งซ้อนกันสูงๆ ขึ้นไป บางตึกแค่ 8 ชั้น หลายตึกมีตั้งแต่ 15-30-40 ชั้น

แถมชั้นเดียวกันมีห้องชุดเรียงเป็นตับ ผนังห้องซ้ายก็เพื่อนบ้าน ขวาก็เพื่อนบ้าน โถงทางเดินส่วนกลางกว้างอย่างต่ำ 1.5 เมตร ลิฟต์ที่มีอย่างมาก 2-3 ตัวต่อ 1 ตึก

ทางกูรูกรมที่ดิน “พี่บุ๊ก” มีคำอธิบายว่าสภาวะการพักอาศัยแบบนี้จึงไม่เหมาะสมที่จะเลี้ยงสัตว์ เพราะมีโอกาสไปกระทบสิทธิผู้พักอาศัยห้องติดกัน ห้องบนชั้นเดียวกัน บนตึกเดียวกัน ในโครงการเดียวกัน เพราะพื้นที่ส่วนกลางถูกบังคับให้ใช้ร่วมกันนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม การห้ามเลี้ยงสัตว์ในคอนโดฯไม่เคยมีกฎหมายมาตราใดของกรมที่ดินกำหนดไว้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.อาคารชุดปี 2522, พ.ร.บ.หมู่บ้านจัดสรรปี 2535 เป็นต้น

เพียงแต่เปิดออปชั่นให้ว่า ประเด็นการเลี้ยงสัตว์ในโครงการจัดสรร ทำได้หรือไม่ได้ให้กำหนดเป็นข้อตกลงของนิติบุคคลอาคารชุดเอาเอง ถ้าไม่ให้เลี้ยงต้องมีเหตุผลว่าเพราะอะไร ขณะเดียวกันถ้าให้เลี้ยงสัตว์ได้ก็ต้องกำหนดรายละเอียดไปเลยว่าเลี้ยงอะไรได้-ไม่ได้

มีตัวอย่าง ระเบียบนิติบุคคลอาคารชุดบางแห่งมีข้อกำหนด ดังนี้ (ลอกมาให้อ่านแบบเนื้อๆ เน้นๆ)

“…ห้ามนำสัตว์เลี้ยงทุกชนิดอันอาจก่อให้เกิดอันตราย หรือก่อให้เกิดเสียงรบกวน หรือก่อความเดือดร้อนรำคาญ หรือเป็นอันตรายต่อผู้อื่นเข้ามาภายในห้องชุด และภายในบริเวณอาคารชุด”

เห็นบอกว่า 2-3 ปีก่อนมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการฝ่าฝืนระเบียบนิติบุคคลด้วยการแอบเลี้ยงสัตว์ในคอนโดฯอยู่ประปราย เท่าที่สอบถามเหตุผลที่ไม่ให้เลี้ยงสัตว์ในคอนโดฯเพราะมองว่ากระทบสิทธิเจ้าของห้องชุดในโครงการเดียวกัน

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเหม็นกลิ่นสัตว์ กลิ่นอุจจาระ-ปัสสาวะ กรณีสัตว์เลี้ยงมีพิษหรือสัตว์เลี้ยงอันตรายถ้าเลี้ยงไว้ข้างห้องก็คงขนหัวลุกกันบ้างแหละ

ที่สำคัญ กรณีตัวอย่างคือผู้พักอาศัยเป็นโรคบางชนิดที่แพ้ทางสัตว์ เช่น โรคหอบหืด แค่เลี้ยงน้องหมาน้องแมวมีขนหลุดในพื้นที่ส่วนกลาง ถ้าผู้ป่วยสูดดมเข้าไปก็มีผลทำให้โรคกำเริบได้แล้ว

ดังนั้น เหตุผลหลักที่คัดค้านมักเป็นเรื่องสุขภาพ สุขอนามัย (ความสะอาด) เหตุเดือดร้อนรำคาญ และความปลอดภัยเป็นหลัก

ที่ผ่านมาถ้ามีเหตุกระทบกระทั่งกันก็ต้องไปอ้อมๆ ใช้กฎหมายอื่นมาตัดสิน เช่น กฎหมายแพ่งและอาญาถ้าสร้างเหตุเดือดร้อนรำคาญ หรือมีการไปขบกัดผู้อื่นที่ไม่ใช่เจ้าของ

เรามาถึงจุดไฮไลต์กันแล้วนะคะ ค่ายเมเจอร์ฯ ที่ทำอสังหาฯ ไม่ใช่เมเจอร์ฉายหนัง เขามีโนว์ฮาวอะไรจึงทำคอนโดฯเลี้ยงสัตว์ และขายดิบขายดี 30 กว่าโครงการ (แต่ละแห่งแพงๆ ทั้งนั้น อันนี้แอบเมาธ์มอยค่ะ)

คำตอบที่พบมีกฎเหล็กอยู่ 8-9 ข้อ มีทั้งการดีไซน์ตัวอาคารและกฎระเบียบการอยู่ร่วมกัน

เริ่มจาก 1.การดีไซน์ตัวอาคาร เขาออกแบบให้มีพื้นที่เฉพาะสำหรับสัตว์เลี้ยง เรียกว่าเป็นพื้นที่ส่วนกลางของสัตว์เลี้ยงก็ได้ อยู่บริเวณชั้นล่างหรือชั้น 1 ของตัวอาคาร

2.กำหนดให้สัตว์เลี้ยงมีเพียงน้องแมว กับน้องหมา เท่านั้น สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์มีพิษ สัตว์ปีกทุกชนิด สัตว์ดุร้าย สัตว์แปลกพิสดารห้ามเด็ดขาด เนื่องจากมีความเสี่ยงของเชื้อโรคในอากาศ

3.ไม่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงมาอยู่ในบริเวณล็อบบี้ ลิฟต์โดยสาร ห้องออกกำลังกาย ห้องสมุด ห้องซักผ้า สระว่ายน้ำ มุมบาร์บีคิว ห้องอบไอน้ำและเซาน่า ห้องเด็กเล่น สนามเด็กเล่นกลางแจ้ง ห้องสันทนาการอื่นๆ และบริเวณพื้นที่จอดรถในอาคาร

4.การนำสัตว์เลี้ยงขึ้น-ลงอาคาร อนุญาตให้ใช้เฉพาะลิฟต์ขนของเท่านั้น เท่ากับสงวนสิทธิ์การใช้ลิฟต์โดยสาร (เดาว่าป้องกันคนเป็นโรคหอบหืดไม่ต้องเจอปัญหาสูดหายใจเอาขนน้องหมาน้องแมวเข้าไปกระมัง)

5.ห้ามมิให้สัตว์เลี้ยงของเจ้าของห้องชุดใดสร้างความสกปรกให้กับพื้นที่ส่วนกลาง

6.กรณีพื้นที่ส่วนกลางที่อนุญาตให้เจ้าของห้องชุดสามารถนำสัตว์เลี้ยงไปด้วยได้ เจ้าของสัตว์เลี้ยงจะต้องมีสายผูก/ลากจูงและมีผู้ดูแลตลอดเวลาที่อยู่บริเวณพื้นที่ส่วนกลาง

7.กรณีนำสัตว์เลี้ยงออกมายังพื้นที่ส่วนกลางซึ่งอนุญาตให้เจ้าของห้องชุดสามารถนำสัตว์เลี้ยงไปด้วยได้ จะต้องมีถุงเก็บอุจจาระและกระบอกน้ำเพื่อฉีดล้างปัสสาวะและอุจจาระด้วยทุกครั้ง

8.ไซซิ่งของน้องหมาน้องแมว ให้น้ำหนักสูงสุด 15 กิโลกรัมต่อห้องชุดขนาด 50 ตารางเมตร หมายความว่าอนุญาตให้เลี้ยงเฉพาะสัตว์เลี้ยงไซซ์เล็กเท่านั้น และโควต้าห้องละ 1 ตัว (มีห้องชุดส่วนน้อยที่จะเกิน 50 ตารางเมตรภายในโครงการ)

และ 9.มีการลงทะเบียนประวัติสัตว์เลี้ยงทุกตัว และมีใบรับรองการตรวจโรคจากสัตวแพทย์หรือโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐาน และต้องมีการต่อทะเบียนทุก 1 ปี

จะเห็นว่าแทบทั้งหมดเป็นกฎระเบียบที่ทำขึ้นเพื่อการอยู่ร่วมกันในพื้นที่ส่วนกลางของคนมีและไม่มีสัตว์เลี้ยง ให้สามารถใช้ชีวิตในคอนโดอย่างผาสุกภายใต้หลังคาเดียวกัน

สรุปว่าเป็นโมเดลอสังหาฯ สร้างจุดขายเจาะลูกค้ากลุ่ม Pet Lover ทำจริง ขายจริง รวยจริงค่ะ

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้นายกสมาคมคนกรีดยาง รับ’เจ็บช้ำน้ำใจ’เกษตรกรหนี้ท่วม โวยตลาดกลางเป็นองครักษ์พิทักษ์พ่อค้า
บทความถัดไปอบจ.พิษณุโลกชวนร.ร.ในสังกัดแข่งทักษะวิชาการ ครั้งที่ 15