‘ไลน์’ ติดสปีด เชื่อมโลกออนไลน์-ออฟไลน์ : คอลัมน์ นอกลู่ในทาง

ทุกวันนี้เราก้มๆ เงยๆ อยู่กับหน้าจอในมือกันคนละกี่ชั่วโมง? เชื่อว่าหลายคนคงไม่รู้ว่านานแค่ไหน แต่ยอมรับ และรู้ว่าเยอะมากในทุกชั่วโมงที่ยังตื่น

โทรศัพท์มือถือได้กลายเป็นอวัยวะลำดับที่ 45 ของเราไปแล้ว

ปัจจุบันในไทยมีคนใช้อินเตอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือกว่า 44 ล้านคน คิดเป็น 2 ใน 3 ของประชากรในประเทศ

มากกว่า 80% ใช้อินเตอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือ โดยเฉลี่ยวันละ 4 ชั่วโมง

ผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่นทั้งหลายต่างต้องการที่จะมีส่วนแบ่งในเวลา 4 ชั่วโมง หรืออาจมากกว่านั้นในอนาคต

ซึ่ง ณ เวลานี้ เกือบทั้งหมดครอบครองโดยยักษ์ข้ามชาติทั้งสิ้น

ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก, ยูทูบ หรือ “ไลน์” (LINE)

“ไลน์” เข้ามาเปิดสำนักงานในไทยเมื่อ 4 ปีที่แล้ว มีพนักงาน 3 คน ทุกวันนี้มีกว่า 200 คน

เริ่มจากการแอพพลิเคชั่น “แชต” มายังอื่นๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นไลน์ทีวี, ไลน์ทูเดย์ (บริการข่าว), ไลน์แมน (บริการรับส่งของ) พร้อมๆ ไปกับการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของจำนวนผู้ใช้บริการ

“ไลน์” มีฐานคนใช้ในบ้านเรากว่า 40 ล้านคน เป็น 1 ใน 3 แอพพลิเคชั่นที่ผู้บริโภคนิยมใช้ในแต่ละวัน

อริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการ ไลน์ ประเทศไทย กล่าวว่า ภารกิจสำคัญของไลน์ คือการทำหน้าที่เชื่อมโลกออฟไลน์กับออนไลน์เข้าด้วยกัน ทั้งเชื่อมร้านค้า คนขายของ และธุรกิจต่างๆ ในทุกรูปแบบไปถึงผู้บริโภค โดยทำทุกอย่างให้พร้อมใช้ทันทีเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้ก้าวไปสู่โลกดิจิทัลและไทยแลนด์ 4.0

บริการที่ช่วยเชื่อมต่อผู้ประกอบการกับผู้บริโภคได้ เช่น LINE@ ปัจจุบัน มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีใช้งานแล้ว 1.6 ล้านราย

ส่วน “ไลน์แมน” ได้เชื่อมต่อกับร้านอาหารต่างๆ กว่า 30,000 ราย ช่วยให้ร้านค้าอยู่ที่เดิม แต่ผู้บริโภคขยายวงกว้างขึ้น

และในไตรมาส 4 นี้ จะมีบริการใหม่เพิ่มมาอีก ได้แก่ ไลน์แท็กซี่ (LINE Taxi) ที่จะช่วยให้คนขับรถแท็กซี่ 60,000 คน หรือ 2 ใน 3 ของจำนวนคนขับแท็กซี่ทั้งหมดมีรายได้เพิ่มขึ้น

“วัฒนธรรมองค์กรของบริษัทเทคโนโลยีจะใช้คนน้อย แต่ใช้เทคโนโลยีเยอะสำหรับให้บริการลูกค้า เราเชื่อมร้านค้า คนขายของ และธุรกิจทุกรูปแบบให้ไปถึงผู้บริโภค โดยทำทุกอย่างให้พร้อมใช้งานได้ทันที เพราะในยุค 4.0 หากผู้ประกอบการต้องคิดเยอะทำเยอะจะไม่มีทางแจ้งเกิดสำเร็จ เราตั้งสำนักงานในไทย 4 ปีก่อน ด้วยพนักงานแค่ 3 คน ทุกวันนี้มีกว่า 200 คน แต่ดูแลลูกค้ากว่า 41 ล้านราย”

ตอกย้ำความเป็นบริษัทเทคโลยีที่ใช้คนน้อยๆ แต่ใช้เทคโนโลยีเยอะๆ ดังจะเห็นว่า “ไลน์” มีบริการใหม่ๆ ที่หลากหลายมาก และส่วนใหญ่เพิ่งมีอายุ 1-2 ปีเท่านั้น เพราะยึดหลัก “คิดเร็วทำเร็ว”

ธุรกิจยุคดิจิทัล “ต้องคิดเร็วทำเร็ว” เพราะ “วันนี้” ในอีก 3 ปีข้างหน้าจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง

องค์กรที่ยังวางแผนระยะยาวอาจจะอยู่ไม่รอด!

“ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวที่มีบริการ LINE MAN เพราะคิดนวัตกรรมโดยคนไทยเพื่อคนไทย ดิจิทัลมักมาพร้อมการดิสรัปชั่น แต่ไลน์เชื่อว่าเทคโนโลยีไม่จำเป็นต้องดิสรัปทุกอย่าง จึงเป็นที่มาของ LINE Taxi ที่คนขับทั้งหมดถูกกฎหมาย 100%”

ไม่ใช่แค่นั้น “ไลน์” ยังสร้างอาชีพใหม่อย่างนักวาดสติ๊กเกอร์ ปัจจุบันในไทยมีกว่า 120,000 คน ที่ทำเป็นอาชีพสร้างรายได้จริงจัง

อีกหนึ่งบริการที่ไม่ควรลืมคือ “ไลน์ ออฟฟิเชียล แอคเคานต์” จากบทบาทที่เพิ่มมากขึ้นมากในตลาดโฆษณาดิจิทัล

อย่างที่รู้กันว่า พื้นที่ในออนไลน์ได้กลายเป็นศูนย์กลางของผู้บริโภค และแบรนด์สินค้าต่างๆ นั่นทำให้ตลาดโฆษณาดิจิทัลเติบโตต่อเนื่อง

ในปี 2559 มูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 17% คิดเป็น 9,447 ล้านบาท และปีนี้คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 24% หรือมีมูลค่า 11,000 ล้านบาทแต่แนวโน้มดังกล่าวใช้ไม่ได้กับสื่ออื่น

นรสิทธิ์ สิทธิเวชวิจิตร ผู้อำนวยการฝ่ายขาย และสื่อโฆษณา ไลน์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า แบรนด์ต่างๆ สื่อสารกับลูกค้าของตนเองผ่าน “ไลน์ ออฟฟิเชียล แอคเคานต์” ได้ใน 2 รูปแบบ คือ 1.การโพสต์ข้อมูลต่างๆ บนหน้าโฮมของแบรนด์ ทำคอนเทนต์ของแบรนด์ขึ้นบนไทม์ไลน์ และ 2.จะดำเนินการผ่านช่อง “แชต” ในการพูดคุยแจ้งให้ผู้ที่ติดตามรับรู้ข่าวสารต่างๆ

และเพื่อให้องค์กร และแบรนด์ขนาดใหญ่ที่ใช้ออฟฟิเชียล แอคเคานต์ในหลากหลายอุตสาหกรรม ตอบโจทย์ความต้องการของแบรนด์ในการเข้าถึงลูกค้า และผู้ใช้งานได้ตรงจุดที่สุด จึงมีอีก 2 ฟีเจอร์ใหม่ขึ้นมา

ได้แก่ การเลือกกลุ่มตลาดเป้าหมาย (Targeting) เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับข้อมูลที่ตรงความต้องการสูงสุด และการจัดการฐานข้อมูลผู้ใช้ (Business Connect for CRM :BCRM) พร้อมวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค

“Targeting” จะเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงพฤติกรรมผู้บริโภคมากขึ้น โดยแบรนด์จะเลือกส่งข้อความโดยระบุคุณสมบัติของผู้รับข้อความได้ตามเพศ อายุ ระบบปฏิบัติการที่ใช้ระยะเวลาที่เป็นเพื่อนเพื่อสื่อสารกลับกลุ่มเป้าหมายแบบเฉพาะเจาะจงได้

ปัจจุบัน มีแบรนด์ต่างๆ ใช้ “ไลน์ ออฟฟิเชียล แอคเคานต์” เกือบ 200 แบรนด์ เพิ่มจาก 150 แบรนด์เมื่อสิ้นปีที่ผ่านมา

สำหรับ “ไลน์ ออฟฟิเชียล แอคเคานต์” อีกหนึ่งเครื่องมือทางการตลาด คือ “สปอนเซอร์ สติ๊กเกอร์”

จากข้อมูลปี 2559 พบว่ายอดดาวน์โหลดสปอนเซอร์สติ๊กเกอร์สูงถึง 620 ล้านดาวน์โหลด มีการส่งสติ๊กเกอร์สปอนเซอร์กว่า 16 พันล้านครั้ง

มีสปอนเซอร์สติ๊กเกอร์ออกมาแล้วกว่า 200 เซต ในกว่า 20 อุตสาหกรรม

จากการสุ่มสำรวจผู้ใช้ 69,000 คน พบว่ากว่า 80% สนใจสปอนเซอร์สติ๊กเกอร์ และ 50% รู้จักแบรนด์มากขึ้น โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่เกือบ 40% มีแนวโน้มเข้าร่วมกิจกรรมกับแบรนด์ และ 25% อยากซื้อผลิตภัณฑ์ และบริการ

ถือเป็นอีกหนึ่งยักษ์โซเชียลที่เร่งเกมอย่างหนักในการรุกคืบแย่งชิงช่วงเวลา 4 ชั่วโมงกว่าๆ ในมือ (ถือ) แบบไม่รู้เหนื่อยเลยจริงๆ

บทความก่อนหน้านี้วิวพันล้าน : คอลัมน์ ฟรีสไตล์เรื่องบ้าน บ้าน
บทความถัดไปตะกร้อ ‘อินโดนีเซีย’ ตั้งเป้า 2 ทองเอเชี่ยนเกมส์ในบ้าน รับ ‘ไทย-เกาหลีใต้’ น่ากลัว