เด็กมหัศจรรย์ สิทธิชัย รักพินิจ เบื้องหลัง 1 เดียว ‘เด็กเซราะกราว’

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าผู้อยู่เบื้องหลังวิดีโอคัฟเวอร์ศิลปินเกาหลี ยอดวิวทะลุ 18 ล้าน ผู้ทำทุกอย่างตั้งแต่เลือกเพลง สอนเต้น หาเสื้อผ้า ถ่ายทำ ไปจนถึงตัดต่อ จะเป็นฝีมือนิสิตหนุ่มวัย 20 เพียงคนเดียวเท่านั้น

สิทธิชัย รักพินิจ หรือต่อ วัย 20 ปี คือผู้อยู่เบื้องหลังทุกสิ่งอย่าง ปัจจุบันเรียนอยู่ปี 2 ภาคนิเทศศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ ม.บูรพา

มีกลุ่มแก๊งชื่อ “เด็กเซราะกราว” มาจากภาษาเขมรที่แปลว่า “เด็กบ้านนอก” ร่วมกับ 4 หนูน้อยวัยประถม คนสระแก้วบ้านเดียวกัน น้องกวาง-นวรัตน์ พรมแดน อายุ 8 ขวบ, น้องกุ้งเต้น-อภิดา รักพินิจ อายุ 11 ขวบ, น้องส้ม-ภวิกา เชิดชูนวน อายุ 9 ขวบ และน้องมอมแมม-ชิตา เพ็ชรพารา อายุ 10 ขวบ

“ต่อ” เด็กหนุ่มผู้ชื่นชอบการถ่ายทำ วาดฝันอนาคต

“ผู้กำกับ” ย้อนอดีต “เด็กเซราะกราว” ให้ฟังว่า เริ่มจากการอัดคลิปน้องๆ โพสต์ลงเฟซบุ๊กส่วนตัว ก่อนจะมีเพจหนึ่งนำคลิปไปรีโพสต์ จนมีผู้ชื่นชอบและรอติดตามผลงานน้องๆ ผ่านเฟซบุ๊กตน

ภายหลังได้ขยับขยายและง่ายต่อการติดตาม จึงสร้างแฟนเพจ “เด็กเซราะกราว” ลงผลงานต่อเนื่อง 2-3 ปี จนตอนนี้มีผู้ติดตามมากกว่า 437,000 คน

มีผลงานแจ้งเกิดเป็นวิดีโอลิปซิงค์เพลง “ตัดพ้อ” เวอร์ชั่นคัฟเวอร์ จากน้องมอมแมมและน้องกุ้งเต้น ก่อนจะกลับมาฮือฮาอีกครั้งในเอ็มวีพาโรดี้เพลง WHISTLE ของศิลปินแดนกิมจิ วง BLACKPINK (แบล๊กพิงค์)

ด้วยท่าเต้นอินเนอร์แรงของ 4 หนูน้อย ผสมกับมุมกล้องที่ไม่ธรรมดา แถม “ต่อ” ยังตัดต่อจนเป๊ะปัง ส่งผลให้ผลงานชิ้นใหม่เอี่ยมอย่างเอ็มวีคัฟเวอร์เพลง DDU-DU DDU-DU ของแบล๊กพิงค์เจ้าเดิม ทำสถิติทะลุ 4 ล้านวิว ในเวลา 5 วัน และทะลุ 18 ล้านวิว ในเวลาไม่ถึงเดือน

กลายเป็นที่สนใจของสื่อไทยและต่างประเทศ ไม่เว้นแม้แต่สำนักข่าวเกาหลีใต้ก็ยังหยิบไปรายงานแล้ว

อะไรทำให้คนกว่าแสน กว่าล้าน ติดตามผลงานเด็กๆ เหล่านี้ หรือยังมี “เป้าหมาย” ใดที่พวกเขาอยากไปให้ถึงในเร็ววัน “ต่อ-สิทธิชัย” พร้อมเล่าอยู่แล้ว

ตอนชวนน้องๆ มา ได้บอกไหมว่าจะถ่ายอะไร?

แรกๆ เริ่มจากเราเล่นๆ กัน ชวนน้องว่าไปอัดคลิปกันไหม น้องก็ชอบตามประสาเด็กเลยครับ เห็นกล้องก็คืออยากเล่นอยู่แล้ว แต่หลังๆ มีงอแงบ้าง แต่ไม่อะไรมาก เพราะเราทำแบบพี่น้อง ไม่ได้จริงจังหรือโปรดักชั่นยิ่งใหญ่อะไร

ซึ่งคลิปที่ลงแล้วมีคนสนใจเยอะมาก เป็นคลิปน้องมอมแมมกับน้องกุ้งเต้นลิปซิงค์เพลงตัดพ้อ มีน้องมอมแมมลิปซิงค์ ส่วนน้องกุ้งเต้นบีทบ็อกซ์อยู่ด้านหลัง แต่คลิปนั้นเป็นเวอร์ชั่นลิปซิงค์ของเวอร์ชั่นคัฟเวอร์อีกทีหนึ่ง

จากวันแรกถึงวันนี้ ทุกอย่างพัฒนามาไกลกว่าเดิม?

ระดับหนึ่งแล้วครับ ตอนแรกใช้มือถือถ่าย ใช้โปรแกรม iMovie ในโทรศัพท์ตัดต่อ ตอนนี้ถ่ายด้วยกล้อง DSLR และมาตัดในคอมพิวเตอร์ ตัวงานเองก็เปลี่ยนไปเยอะ เราพัฒนาทุกจุด จากที่ปกติไม่มีตัดต่อ เพราะเมื่อก่อนเอาคลิปมาต่อกันเฉยๆ ตอนนี้กลายเป็นว่าเราใส่ลูกเล่น ใช้มุมกล้อง มันเห็นได้ชัดเลยครับ

พวกมุมกล้องหรือวิธีการถ่ายทำอาศัยดูจากต้นฉบับเขา หรือเรียนรู้จากการดูแล้วทำตาม ฝึกไปเรื่อยๆ อีกอย่างตอนนี้ผมกำลังศึกษาด้านนิเทศศาสตร์อยู่ น่าจะได้ความรู้ทางนี้ช่วยเสริมด้วย

ต้องดูเยอะๆ?

ของวงแบล๊กพิงค์ผมเป็นแฟนคลับวงเขาอยู่แล้ว เลยดูเยอะเป็นปกติ

แต่ความจริงเราไม่ได้เจาะรายละเอียดมากขนาดนั้นครับ เอาแค่ประมาณหนึ่ง ผมไม่มีเวลาดูรายละเอียดหรือวิเคราะห์รายละเอียด เพราะไม่ได้มีความรู้มาก เน้นอาศัยการตัดต่อหรือทำเท่าที่ได้ หลังจากนั้นเปิดให้น้องๆ ให้พ่อแม่ดูว่าตลกไหม เอาแบบไหนดี แต่หลักๆ ผมเป็นคนตัดสินใจเองอยู่แล้ว ซึ่งงานตรงนี้ครอบครัวสนับสนุนเต็มที่มากๆ บางครั้งยังช่วยซัพพอร์ตอุปกรณ์ประกอบฉาก ในคลิปล่าสุดมีปูนาก็ให้พ่อแม่ช่วยหา หรือส้มโอที่ใส่ศีรษะก็ให้เขาช่วยเหมือนกัน แต่เรื่องเลือกเพลง ถ่าย ตัดต่อ ผมทำเองหมดเลย

ก่อนถ่ายทำต้องเขียนสตอรีบอร์ดก่อน?

ไม่เลยครับ ไม่เขียน ดูตามคลิป อยากถ่ายอันไหนก็ถ่าย แค่วางไว้ว่าวันนี้ถ่ายน้องคนนี้ ดูว่าน้องคนไหนว่างก็ไปคุยๆ ไว้ก่อนว่าพรุ่งนี้พี่จะถ่ายคลิปนะ

ไม่ได้เขียนสตอรีบอร์ดอะไรเลยครับ คือไม่มีเวลา เรายังไม่มีความรู้ขนาดนั้น เน้นถ่ายน้องเดี่ยวๆ ให้หมดก่อน เช่น ถ่ายน้องกุ้งเต้นก่อน วันนี้เป็นน้องส้ม หลังๆ ค่อยไปถ่ายเก็บทั้ง 4 คนทีหลัง ไม่ได้มีตารางการทำงานที่ชัดเจนอะไรเลย

คลิปแจ้งเกิด “เด็กเซราะกราว” จากการลิปซิงค์เพลง “ตัดพ้อ” เวอร์ชั่นคัฟเวอร์

แต่ละคลิปใช้เวลาถ่ายทำนานไหม?

นานครับ คลิปล่าสุดใช้เวลา 1 เดือนครึ่ง แต่เราไม่ได้ถ่ายทั้งวัน ใช้เวลาหลังเลิกเรียน หรือเสาร์อาทิตย์บ้างเลยทำให้นาน เพราะน้องก็เรียนอยู่ด้วย มีคลิปนึงที่ใช้เวลาถ่าย 2 เดือน เพราะมีช่วงหนึ่งที่น้องต้องไปออกรายการ น้องต้องซ้อมเป็นอาทิตย์จึงไม่ได้ถ่าย รวมเวลาถ่ายทำวันแรกถึงวันสุดท้ายราวๆ 2 เดือน

ภาพในคลิปมีแตกต่างกันบ้างครับ ในคลิปเพลง WHISTLE ฉากที่น้องนอนข้างๆ ต้นไม้ แรกๆ ต้นไม้ยังไม่มีใบ แต่หลังๆ มีใบออกแล้ว คือเรื่องเวลาเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่ง แต่ไม่ได้เป็นปัญหามากครับ

คลิปแรกในเพจเป็นเพลงไทย ปัจจุบันเป็นเพลงเกาหลี มีแพลนทำเพลงสากลไหม?

ใช่ครับ เริ่มจากเพลงไทย ปัจจุบันก็จะทำเพลงไทยเหมือนกัน แต่ไม่มีเวลาเลยครับ ส่วนเพลงสากลมีแพลนไว้เหมือนกัน แต่ในยูทูบลงเพลงสากลไม่ได้ ลิขสิทธิ์เพลงสากลค่อนข้างแรง พอลงไปแล้วโดนปิด โดนลบไม่ให้เผยแพร่ ซึ่งผมเคยลงไปแล้วและเป็นแบบนั้น

แต่ถ้าของเกาหลีไม่เป็นอะไรครับ พวกคัฟเวอร์แดนซ์เขาลงกันเยอะแยะ สามารถใช้เพลงเขาได้ แต่รายได้ไม่เข้าเลย ไปเข้าทางต้นสังกัดกับเจ้าของเพลงหมด ตรงนี้เขามีรายละเอียดชัดเจนอยู่แล้ว แม้ยอดวิวของเด็กเซราะกราวจะเยอะ แต่ไม่ได้เงินเลยครับ

คลิปล่าสุดกระแสตอบรับดีมาก ทั้งสื่อไทย สื่อต่างชาตินำไปรายงานข่าว รู้สึกอย่างไรที่เห็นงานตัวเองออกสู่สาธารณะเช่นนั้น?

ดีใจครับ ดีใจมากๆ อยู่แล้ว มันไปไกลมากจริงๆ ในความรู้สึกผมก็ไม่คิดว่าจะไปไกลขนาดนี้

ตอนแรกที่ดังในไทยก็ยังไม่รู้ว่าเป็นไปได้ยังไง ยอดแชร์เยอะมาก แล้วตอนนี้ไปถึงเกาหลี ต่างประเทศ คอมเมนต์ก็มีแต่ต่างประเทศทั้งนั้น ดีใจครับ เราไม่ได้หวังขนาดนี้เลย เราทำกันเล่นๆ สนุกๆ ตลกๆ เราชอบทำอะไรแบบนี้อยู่แล้ว แต่กลับได้ผลดี คนก็ติดตามผลงานเราด้วย

แม้จะมีคอมเมนต์เยอะมาก แต่ก็มีที่ไม่น่ารักเหมือนกัน แต่เป็นส่วนน้อย ทั้งนี้ อยู่ที่คอมเมนต์ด้วยว่าเขาพูดถึงอะไร ถ้ามีสาระหรือเขาตั้งใจจะบอกว่าตรงนี้ไม่ดี ผมก็อ่านตลอด แต่ถ้าอันไหนแย่ก็ไม่สนใจ ปล่อยไปเลย

รับมือกับ “ความมีชื่อเสียง” อย่างไร คิดว่าทำให้เป็นปัญหากับเราหรือเปล่า?

ไม่เป็นปัญหานะครับ เพียงแต่เราต้องระวังมากขึ้นเท่านั้นเอง จะพูดหรือโพสต์อะไรออกไป ต้องกรองคำพูด กรองความคิดมากขึ้น เราอาจไม่ได้คิดไม่ดี แต่ถ้าเราพิมพ์ผิดก็ทำให้คนเข้าใจผิดได้แล้ว ต้องระวังตัวมากขึ้น แต่ในชีวิตประจำวันไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยครับ อย่างน้องๆ เองก็บอกเขาว่าเวลาใครมาขอถ่ายรูปก็ยิ้มด้วยนะ

หรือถ้ามีรายได้เข้ามาเกี่ยวข้องก็มีผู้ปกครองช่วยจัดสรรให้ว่าต้องแบ่งกันอย่างไร บางครั้งมีคนติดต่อมาทางกล่องข้อความเฟซบุ๊ก ชวนไปทำวิดีโอ ทำเอ็มวี ให้ช่วยตัดต่อวิดีโอ หรือชวนไปร่วมงานกับเขา ผมอยากทำนะ เพราะรายได้ดีด้วย แต่ตอนนี้ยังทำไม่ได้ครับ ติดเรื่องเรียน เลยบอกให้เขาเข้าใจว่าเราติดช่วงเรียนอยู่

จากซ้าย น้องกวาง, น้องกุ้งเต้น, น้องส้ม และน้องมอมแมม

มีชื่อเสียงมากขึ้น คนรอบข้างปฏิบัติกับเราเปลี่ยนไป?

ไม่เปลี่ยนนะครับ ผมยังรู้สึกเหมือนเดิมทุกอย่าง ชีวิตยังเหมือนเดิม คนรอบข้างยังเหมือนเดิม บางครั้งมีเพื่อนของเพื่อนมาแซวๆ ทักว่าเมื่อไหร่จะปล่อยคลิป เขารออยู่ แต่ไม่ถึงขนาดที่คนไม่เคยรู้จักเลยแล้วเดินมาทัก

มีคนติดตามมากขึ้นทำให้งานชิ้นต่อไปกดดันกว่าเดิม?

มีส่วนนิดหน่อยครับ แต่ทุกๆ ชิ้นผมพยายามอยู่เสมอ เช่น คลิปนี้เราตัดไม่ตรงจังหวะ ต่อไปก็พยายามให้เหมือนกว่าเดิม คลิปแรกจังหวะไม่ตรงบ้าง มุมกล้องไม่ถูก เราพยายามพัฒนาตลอด แต่มีผลนะครับ แม้จะไม่เยอะมาก

แต่มันเป็นงานของเราเอง มันสนุกกว่างานที่ทำส่งอาจารย์ ไม่เช่นนั้นจะกดดันกว่านี้ แต่นี่เป็นงานของผมที่ไม่มีกฎเกณฑ์อะไรเลย จะครีเอตอย่างไรก็ได้ตามสไตล์ผม คือกดดันบ้างแต่เป็นส่วนน้อย แต่เราทำเต็มที่ตลอดอยู่แล้ว ผลักดันให้งานพัฒนามากกว่า

อนาคตอยากเป็นผู้กำกับ ปัจจุบันผลักดันตัวเองให้ไปสู่จุดนั้นยังไง?

เราทำงานที่ตัวเองชอบอยู่ ซึ่งงานที่ทำอยู่ก็ได้ฝึกไปในตัว งานบางอย่างลักษณะคล้ายงานผู้กำกับ แม้จะไม่รู้ว่า “ผู้กำกับ” ที่แท้จริงเป็นอย่างไร แต่ผมทำทุกอย่างอยู่แล้ว ผมว่าที่ทำอยู่ทุกวันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ได้ฝึกตัวเองอยู่ครับ เป็นประสบการณ์ น่าจะเป็นประโยชน์ที่ดีในอนาคต

พัฒนาฝีมืออย่างไร?

ต้องย้อนกลับไปว่า ตอนเด็กๆ ชอบเล่นถ่ายคลิป ถ่ายอะไรแบบนี้อยู่แล้ว ทำให้ถ่ายบ่อยครับ อย่างกิจกรรมรับน้องผมอยู่สายที่ต้องถ่ายวิดีโอ ตัดต่อวิดีโออยู่ตลอด บางทีไม่มีอะไรทำก็อัดคลิปตัดต่อวิดีโอลงเพจ เป็นเรื่องสนุก

ไปแล้วครับ หรืออาจารย์บางท่านรู้ว่าผมทำตรงนี้อยู่ก็มาให้คำแนะนำ หรือแนะนำเวทีประกวดให้ บอกว่าถ้ามีผลงานก็ให้ลองส่งไป

ผลงานคัฟเวอร์ล่าสุด เพลง DDU-DU DDU-DU ศิลปิน BLACKPINK มียอดผู้ชมมากกว่า 18 ล้านวิว

จุดมุ่งหมายในการสร้างสรรค์คลิป?

“อยากทำ” เป็นส่วนหนึ่งที่เยอะมาก อยากทำเพราะว่าเราชอบ ไม่ได้ทำเพราะรู้สึกว่ามันเป็นงาน แค่รู้สึกว่าชอบมันก็สนุกครับ เพราะถ้าทำงานที่มีมาตรฐานมันเหนื่อยนะ แล้วเราไม่อยากทำต่อ แต่นี่รู้สึกอยากทำ ขนาดไม่ได้เงินก็อยากทำ อยากคิดอยู่ แม้จะไม่ได้เงินจากศิลปิน ยอดวิวขึ้นหลายล้านก็ไม่มีผล แต่ขณะเดียวกันก็ได้งานจากสิ่งนี้เหมือนกัน เพราะเขาเห็นผลงานเรา แม้เป็นงานที่เหนื่อย รายละเอียดเยอะ ใช้เวลานาน แต่มันเป็นความชอบ

อีกอย่างหนึ่งเรามีผลงานของเราซึ่งอาจมีผลกับการทำงานในอนาคต ได้ฝึกฝีมือไปในตัว น้องเองก็ได้ฝึกด้วย เพราะถ้าผมไม่ได้ทำก็ไม่รู้ว่าตัวเองชอบทางนี้ เมื่อทำแล้วเห็นผลมากขึ้นเรื่อยๆ ผลตอบรับชัดขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผมรู้ว่ามันคือทางของผมแล้ว เลยอยากทำต่อ

น้องทั้ง 4 คนบอกไหมว่าชอบหรือไม่ชอบกับสิ่งที่ทำอยู่?

ชอบนะครับ เพราะน้องๆ รู้สึกสนุกเวลาถ่าย ยอมรับว่ามีงอแงบ้าง อยากไปเล่นกับเพื่อนบ้าง แต่น้องชอบ หรือตัวศิลปินเองเขาก็ชอบ

จริงๆ งานนี้เริ่มจากน้องๆ ฉายแววให้ผมเห็น เริ่มจากผมชอบถ่ายคลิป น้องๆ ชอบเต้น ชอบร้อง พอให้น้องเห็นกล้อง เขาก็เล่นกล้อง จนปัจจุบันนี้ก็ยังเป็นความชอบจากทั้ง 2 ฝ่าย ผมอยากถ่ายและน้องก็อยากทำ

มีคนเข้าใจว่าเบื้องหลัง “เด็กเซราะกราว” ทำงานเป็นทีม แต่จริงๆ ทำคนเดียว?

ใช่ครับ มีหลายคนที่ยังไม่รู้ แต่คลิปล่าสุดที่ลงไปเมื่อเดือนสิงหาคมทำให้คนรู้มากขึ้นว่าผมทำคนเดียว เขารู้จากสื่อมาสัมภาษณ์ เพราะผมเองไม่ค่อยโพสต์ลง หรือไลฟ์คุยกับแฟนเพจอยู่แล้ว คนอาจไม่ค่อยรู้ แต่ในอนาคตพยายามหาโอกาสไลฟ์สดกับน้องๆ แต่ด้วยเวลาและหลายๆ อย่างจึงยังไม่ได้จังหวะสักที

เสน่ห์ของ “เด็กเซราะกราว” ?

เอกลักษณ์ความเป็นบ้านๆ ที่ยังเป็นอย่างนี้มาตลอด ใช้อะไรรอบบ้าน ชุด ฉาก สถานที่ยังเป็นรอบบ้าน เป็นที่เดิมๆ อาจเปลี่ยนบ้าง แต่ยังคงเป็นสถานที่ที่หาง่าย ไม่ต้องสรรหาอะไรมากมาย เสื้อผ้าของน้องก็ใช้ผ้าขาวม้าของยาย ของแม่ รองเท้าอาจมีอะไรที่ดูไม่บ้านๆ มาก แต่ก็เป็นของที่มีอยู่ในบ้าน

เสน่ห์ของเด็กเซราะกราวเองคือ เป็นเด็กต่างจังหวัดที่ใช้ของที่มีอยู่รอบตัว

ในอนาคตวางแผนไว้อย่างไร จะชวนน้องๆ ถ่ายคลิปไปเรื่อยๆ?

อยากถ่ายไปเรื่อยๆ แต่อยากมีผลงานเป็นของตัวเอง เป็นเพลงของตัวเอง หรือเป็นลิขสิทธิ์ของเราไปเลย เพราะรายได้จะได้เข้ามาหาเรา ช่วยให้เติบโต

เราทำคัฟเวอร์มาเยอะแล้ว มีความรู้สึกว่ามันควรจะถึงเวลาแล้วที่เราน่าจะมีผลงานเป็นของตัวเองบ้าง

คำแนะนำสำหรับคนที่อยากเก่งแบบเรา หรือน้องๆ ทั้ง 4 คน?

ให้ลองทำจากจุดที่มีอยู่ ไม่ต้องขวนขวายหาอะไรยากมาทำ มีอยู่แค่ไหนก็เริ่มจากตรงนั้นก่อน หรือไม่ก็ลองรวมกลุ่มกันสนุกกับเพื่อนๆ เพราะอย่างผมก็เริ่มจากโทรศัพท์ อัดเล่นๆ ก่อน ดูว่ามันใช่ตัวเราไหม เมื่อใช่แล้วก็ทำต่อไปเรื่อยๆ พัฒนามาตลอด

บทความก่อนหน้านี้มาอีกแล้ว! ‘รอมแพง’ ส่งเนื้อหา’พรหมไม่ได้ลิขิต’ ให้อ่าน งานนี้ยั่วกันชัดๆ
บทความถัดไปภาพอ.ถวัลย์ยึดจากปทุมธานี พิสูจน์หลักฐานตรวจสอบ 24 ก.ย.