‘ดำรงค์ พิเดช’ ในวันที่มีต้นไม้และสัตว์ป่าเป็นเจ้านาย ในเวลาที่เป็น ส.ส.เต็มตัว

เมื่อ 8 ปีก่อน ครั้งที่ยังทำหน้าที่เป็นอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ใครๆ ก็รู้จัก ดำรงค์ พิเดช หรือ อธิบดีเอี้ยง ในฐานะ อธิบดีจอมรื้อ (รีสอร์ต) แบบที่ไม่เคยมีอธิบดีคนไหนกล้าทำมาก่อน สำหรับรีสอร์ต โรงแรม และบ้านพักตากอากาศที่บุกรุก เข้าไปก่อสร้างในพื้นที่อนุรักษ์ อย่างที่อุทยานแห่งชาติ กระทั่งเกษียณอายุราชการออกไป โดยเดิมทีตั้งใจจะไปใช้ชีวิตสงบเงียบเรียบง่าย เปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวหมู ที่บ้าน จ.เชียงราย แต่ทุกอย่างไม่เป็นไปอย่างที่คิด เพราะติดตามข่าวคราวบ้านเมือง แล้วคิดว่างานที่ตัวเองทำที่ผ่านมานั้นยังไม่เสร็จสิ้น ประกอบกับรู้สึกว่าตัวเองยังมีเรี่ยวแรงทำงานอยู่ จึงตัดสินใจเข้าสู่สนามการเมือง โดยตั้งพรรคการเมือง ชื่อพรรคทวงคืนผืนป่าประเทศ (ทป.) และเปลี่ยนเป็น พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย (รป.) ในเวลาต่อมา ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้รับเลือกตั้งมีคะแนนเสียงที่ประชาชนเลือกเข้ามา 134,532 เสียง และตัดสินใจที่จะเข้าร่วมกับฝั่งฟากรัฐบาล

เป็นที่ฮือฮาอีกครั้งเมื่อเกิดกรณี กลุ่ม ส.ส.พรรคพลังประชารัฐไปจัดงานสัมมนาพรรคในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา โดยสถานที่ที่ไปสัมมนาก็คือ 88 การ์มองเต้ รีสอร์ต หรือ ชื่อเดิม การ์มองเต้ รีสอร์ต ประเด็นก็คือ สถานที่ดังกล่าว เป็น 1 ใน 140 กว่าบ้านพัก และรีสอร์ต ที่เคยเข้าไปจับกุมด้วยตัวเองสมัยที่ยังเป็นอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เมื่อปี 2555 ถึงแม้จะได้ขึ้นชื่อว่าเป็น ส.ส.ในพรรคร่วมรัฐบาล แต่ดำรงค์ พิเดช ก็ไม่สามารถให้เรื่องนี้ผ่านไปได้

มีคนสงสัยว่าตกลงแล้ว ‘ดำรงค์ พิเดช’ เป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้านกันแน่?

ผมอยู่ฝั่งที่ทำถูกต้อง อะไรที่ถูกก็ว่ากันไปตามที่ถูก แต่ถ้าทำผิดเราไปบอกว่าถูกมันจะมีปัญหาทันที ที่สำคัญคือพรรคการเมืองที่ผมตั้งขึ้นมามีนโยบายชัดเจนว่าดูแลป่าไม้ ดูแลสัตว์ป่า รีสอร์ตดังกล่าวนั้นผมก็ไปจับเอง มีความผิดชัดเจนว่าไปสร้างอยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์อย่างอุทยานแห่งชาติทับลาน หากผมออกมาบอกว่าทำถูก หรือแม้กระทั่งปิดปากเงียบไม่พูดอะไรเลย ผมคงอยู่ไม่ได้ แล้วจะไปตอบคำถามกับประชาชนแสนสามหมื่นกว่าเสียงได้อย่างไร ผมต้องทำสิ่งที่ถูกต้อง ไม่งั้นผมอยู่ไม่ได้ ทำหน้าที่ตรงนี้ในฐานะพรรครักษ์ผืนป่า ซึ่งเป็นพรรคการเมืองเดียวที่มีนโยบายเดียวเรื่องการดูแลทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้สัตว์ป่า เจ้านายของผมคือต้นไม้ คือสัตว์ป่า เจ้านายของผมพูดไม่ได้ ผมจึงต้องทำหน้าที่พูดแทนและจะทำหน้าที่ดูแลเจ้านายให้ดีที่สุด

เคยชินกับการทำหน้าที่ ส.ส.แบบเต็มตัวในรัฐสภาหรือยัง?

ก็ยังไม่ชินเท่าไหร่นัก แต่ผมพยายามเรียนรู้ทั้งเรื่องระเบียบ ขั้นตอน และการวางตัว แต่สิ่งที่ผมคิดอยู่เสมอและคงไม่มีอะไรที่สามารถมาเปลี่ยนแปลงผมได้ คือหากอะไรไม่ถูกต้องก็ไม่ควรให้ฝั่งที่มีพวกมากกว่ามาพยายามทำให้เป็นเรื่องที่ถูก

กลับมาเล่นการเมืองทำไม?

เกิดจากความค้างคาใจกรณีวังน้ำเขียวตั้งแต่แรก พอผมเกษียณราชการออกมา ปรากฏว่าการดำเนินคดีกับบ้านพักและรีสอร์ตที่บุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติ โดยเฉพาะพื้นที่วังน้ำเขียว ในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน และที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ จ.ภูเก็ต ทราบมาว่าไม่ได้มีการดำเนินการเรื่องนี้ มีการชะลอกันไปชะลอกันมา ซึ่งถ้าทำกันอย่างจริงจัง ผ่านไป 8 ปี วันนี้อุทยานฯก็น่าจะยึดคืนพื้นที่ได้หมดแล้ว แต่ตอนนี้หลายรีสอร์ตยังเปิดดำเนินการอยู่ ผมคิดว่าในระหว่างที่ยังมีเรี่ยวแรง มีความรู้ มีผู้หลักผู้ใหญ่ และมีลูกน้องอยู่บ้าง มาทำงานการเมืองเพื่อสานต่อการทำงานด้านป่าไม้ของเราดีกว่า

ชีวิตความเป็นนักการเมือง ต่างจากการรับราชการอย่างไรบ้าง?

สำหรับผม ทั้ง ส.ส.และข้าราชการต้องทำงานให้ประชาชนเหมือนกัน แต่อำนาจหน้าที่อาจจะต่างกันบ้าง แต่ในที่สุดแล้วปลายทางก็เหมือนกัน คือต้องทำงานตามเป้าหมายให้สำเร็จ ส.ส.ส่วนใหญ่อาจจะคิดว่าเอาพื้นที่ของตัวเองเป็นหลักไว้ก่อน แต่ในความคิดของผมทุกอย่างเกี่ยวข้องกันหมด อะไรเกิดขึ้นทั้งดีและไม่ดีกระทบกันหมดเมื่อถึงจุดๆ หนึ่ง เพราะประเทศไทยใช้กฎหมายฉบับเดียวกัน ดังนั้น ส.ส.ไม่ว่าจะพื้นที่ไหนก็ตาม ต้องคำนึงถึงคนส่วนใหญ่ก่อนคนในพื้นที่ของตัวเอง

ตั้งเป้าการเป็น ส.ส.ของตัวเองอย่างไร?

ตอนนี้ถือว่าตัวผมเองยังใหม่มาก ยังอยู่ระหว่างการเรียนรู้ที่จะทำงานให้ประสบความสำเร็จในที่ทำงานใหม่ มีคนถามเหมือนกันทำไมผมไม่พูดบ้าง คนที่ดูทีวีจะได้เห็นว่าเราทำงาน ถ้ามีโอกาสก็อยากจะพูด แต่บางทีมันเป็นวาระเร่งด่วน ผมก็ออกมาพูดข้างนอกก็ได้ในขอบข่ายของผม เรื่องอื่นที่ผมไม่รู้ ไม่ได้ทำ ผมก็ไม่พูด ผมรู้แต่เรื่องทรัพยากรผมก็จะพูดแต่เรื่องนี้ เพราะทรัพยากรเป็นของทุกฝ่าย ทุกคน ทรัพยากรไม่มีแบ่งพวก ฝ่ายค้านทำดีผมก็ชมและพร้อมจะสนับสนุน ฝ่ายรัฐบาลทำไม่ดีผมก็พร้อมจะแย้ง

เป็นหัวหน้าพรรคที่มีนโยบายเฉพาะด้านเรื่องสิ่งแวดล้อมเท่านั้น มองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมคนใหม่อย่างไร?

ผมเชื่อว่าเป็นคนหนุ่มที่มีความคิดก้าวหน้า เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความตั้งใจในการทำงานมาก ผมก็ให้กำลังใจและบอกท่านไปแล้วว่า ยินดีที่จะให้ความช่วยเหลือในฐานะผู้ที่พอจะมีความรู้และผ่านการทำงานด้านป่าไม้และสัตว์ป่ามาบ้าง ก่อนหน้านี้เคยคุยกับท่านมาแล้ว เห็นแววตาเป็นคนมุ่งมั่น เป็นนักการเมืองที่มีอนาคตคนหนึ่ง

ถามจริงๆ ว่าต้องการจะมีตำแหน่งหน้าที่ในรัฐบาลชุดนี้ไหม?

ทุกคนก็อยากจะมีตำแหน่งเพื่อทำงานกันทั้งนั้น แต่ส่วนตัวแล้วผมเข้าใจว่าพรรครักษ์ผืนป่าของเรามีแค่ 2 เสียง 2 ที่นั่งเท่านั้น พรรคการเมืองที่เขาได้ดูแลกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อย่างพรรคชาติไทยพัฒนาก็ย่อมมีคน มีนโยบาย มีแนวทางของเขาอยู่แล้ว โดยมารยาทเราไปยุ่งอะไรไม่ได้ แต่ถึงแม้ไม่มีตำแหน่งอะไร ผมก็ยังมีหน้าที่ที่ต้องทำในฐานะ ส.ส.พรรครักษ์ผืนป่าอยู่

ตั้งเป้าอะไรจากการทำหน้าที่หรือไม่?

สิ่งที่ผมอยากจะผลักดัน คือการเอาพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่ชาวบ้านบุกรุกเข้าไปทำสวนยาง สวนปาล์มกันทั่วประเทศนับล้านไร่เวลานี้มาให้ชาวบ้านที่ยากจนเช่าทำมาหากินให้หมด ไร่ละ 10 บาท มิฉะนั้นแล้วก็จะบุกรุกกันอยู่อย่างนี้ ให้ออกก็ไม่ออก ให้ไปไหนก็ไม่ไป ป่าก็เอาคืนมาไม่ได้ สู้ให้เขาเช่าเสียเลยไม่ดีกว่าหรือ ตั้งกฎ กติกา ให้รอบคอบ ให้เขาดูแลพื้นที่ ให้ปลูกป่าเพิ่ม แทนที่จะบุกรุกลุกลามออกไปเรื่อยๆ ทำให้เขาเช่าเสียให้ถูกต้อง จะลดปัญหาความเหลื่อมล้ำลง ทุกวันนี้ยางที่เราขายไม่ออก ราคาตกต่ำเป็นเพราะต่างชาติเขารู้ว่ามันมาจากพื้นที่ที่ถูกบุกรุกป่า พื้นที่ที่ผิดกฎหมาย แต่ถ้าเราแปลงให้พื้นที่กลายเป็นที่ที่ถูกต้อง ก็ได้ใจชาวบ้าน ให้พวกเขาช่วยกันดูแลพื้นที่ด้วย

ทำไมถึงได้ฝังใจกับเรื่องการทำงานป่าไม้มาก?

อาจจะเป็นเพราะตั้งแต่ทำงานรับราชการมาก็เติบโตมาจากการปลูกป่าตั้งแต่ต้น ทำงานปลูกป่าบนพื้นที่สูง เป็นหัวหน้าโครงการหลวงดอยอ่างขาง โครงการหลวงห้วยน้ำดัง โครงการหลวงดอยตุง ปลูกป่าต้นน้ำมาตลอด จนกระทั่ง สมเด็จย่าเสด็จมาประทับที่ดอยตุง ก็ถวายงานพระองค์ท่านเป็นเวลากว่า 10 ปี ถวายงานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อยู่ 6 ปี ทำโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ เป็นผู้อำนวยการเกษตรที่สูงบ้านปางขอน จ.เชียงราย ฯลฯ ก่อนจะย้ายเข้ามาในกรุงเทพฯ ผมอยู่กับกล้าไม้และต้นไม้ทุกขนาดมาตลอด ทั้งหาบต้นกล้าขึ้นเขา ลงเขา กินอยู่หลับนอนในหน่วย หน้าร้อนสู้กับไฟป่า หน้าฝนสู้กับน้ำหลาก มองเห็นว่าต้นไม้โตมายังไง ผมถึงได้มีความรู้สึกมากหากใครรุกพื้นที่ป่า เสียใจทุกครั้งที่รู้เรื่องการโค่นต้นไม้

ที่สุดของการทำหน้าที่ตรงนี้คืออะไร?

ต้องการเห็นป่าในประเทศไทยมี 50% ปลูกจากป่าที่เคยถูกโค่นทั้งหมด ประเทศไทยลดการใช้สารเคมีลง ให้คนไทยทุกระดับได้กินผักปลอดสารเคมี ทั้งหมดนี้ต้องผ่านขั้นตอน ผ่านกระบวนการมากมาย แต่ผมอยากจะทำให้ได้

นี่คือที่สุดของการทำหน้าที่แล้ว


 

“ส่วนตัว ใช้ชีวิตเรียบง่าย อาศัยอยู่คอนโดมิเนียมขนาดกะทัดรัดย่านชานเมืองคนเดียว วันหยุดยาวหรือสุดสัปดาห์ถึงได้กลับบ้าน ภรรยาและลูกสาวอยู่ที่ จ.เชียงราย หากอาทิตย์ไหนไม่ได้กลับเชียงรายก็อยู่คอนโด ไม่ค่อยไปไหน มีออกไปพบเพื่อนฝูง วนศาสตร์รุ่น 37 บ้าง ไปกินข้าวที่ตลาด อ.ต.ก.บ้าง แต่ถ้าไม่ไปไหนก็ทำกับข้าวกินเองอยู่ที่คอนโดนั่นแหละ หุงข้าวกินเอง ปลูกกะเพราไว้หลังห้อง อาทิตย์หนึ่งก็เด็ดมาผัดกินทีหนึ่ง ทอดไข่ดาว แค่นี้ก็อิ่มแล้วมื้อหนึ่ง เคยคิดจะเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวหมูตอนเกษียณราชการใหม่ๆ แต่ไม่ได้ทำ ทุกวันนี้ถ้าว่างก็จะหาก๋วยเตี๋ยวหมูที่เพื่อนฝูงบอกกันมาว่าร้านไหนอร่อยกิน”

“ไม่ใช้ชีวิตหวือหวาฟุ่มเฟือยอะไรเลย มีเงินเดือนจากเกษียณราชการเดือนละ 4 หมื่นกว่าบาท ก็เหลือเฟือแล้ว แต่เมื่อมาตั้งพรรคการเมือง มาเป็น ส.ส. ได้เงินเดือนอีกเดือนละแสนกว่าบาท แต่ก็มีลูกน้องที่ต้องดูแลที่พรรคอีก 3 คน ส่วนกรรมการบริหารพรรคส่วนใหญ่เป็นเพื่อนวนศาสตร์รุ่น 37 มีอะไรก็ช่วยเหลือกันไป”

 

บทความก่อนหน้านี้รวบโจรตระเวนลักทรัพย์ พบของกลางพระเครื่องอื้อ
บทความถัดไปชาวนาแก-จิตอาสาพัฒนา “อนุสรณ์สถานแห่งความสงบฯ” ถวายในหลวง