ต้นน้ำริเวอร์วิว ร้านกุ้งแม่น้ำเผามันเยิ้มๆระดับตำนาน โดย ปิ่นโตเถาเล็ก

เมื่อไรก็ตามที่เหล่าบรรดานักชิมถกกันเรื่องของกินอร่อยๆ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กรุงเก่าของเราแต่ก่อน มโนภาพของกุ้งแม่น้ำเผามักจะผุดขึ้นมาทันทีเป็นอันดับแรกเสมอ

การเดินทางไปอยุธยาจากกรุงเทพฯนั้นเพียงแค่ 1 ชั่วโมงเศษก็ถึงแล้ว ถึงแม้เวลานี้จะอยู่ในช่วงสถานการณ์ไม่ปกติ แต่ร้านอาหารในอยุธยาก็ยังเปิดบริการให้นั่งที่ร้านได้เช่นเดิม (โดยปฏิบัติตามมาตรการของสาธารณสุข) ด้วยสภาพร้านเป็นพื้นที่เปิดโล่งและส่วนใหญ่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ อากาศจึงถ่ายเทสะดวก ผู้มารับประทานจึงสะดวกใจมากกว่าเวลาไปที่ร้านในระบบปิด

เมื่อต้นเดือนที่แล้ว ปิ่นโตเถาเล็กเลยถือโอกาสไปทบทวนร้านกุ้งแม่น้ำเผาเจ้าอร่อย ซึ่งแต่ก่อนถือเป็นร้านโปรดของคุณชายถนัดศรี ชอบไปนั่งกินลมชมวิวเป็นประจำ พ่อเคยชวนชิมไปตั้งแต่ปี 2543 ร้านนี้มีชื่อว่าต้นน้ำริเวอร์วิว

ร้านต้นน้ำริเวอร์วิวหรือเรียกกันสั้นๆ ติดปากว่าร้านต้นน้ำ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตอำเภอบางปะอิน โดยตัวร้านอยู่ที่ต้นทางของถนนสายในของตัวอำเภอ แทนที่จะเลี้ยวไปยังพระราชวังบางปะอิน ก็ให้วิ่งตามป้ายชื่อร้านตรงไปอีกไม่กี่สิบเมตรจนสุดริมน้ำ ติดกับท่าเรือขนานยนต์ข้ามฟาก มีที่จอดรถกว้างขวาง (ค้นในกูเกิลไม่ยากเลย)

ในยามที่โลกเรายังไม่มีสถานการณ์การแพร่ระบาด ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงร้านในดวงใจของเหล่าพี่น้องชาวไทยทั้งนั้น แต่ยังเป็นร้านโปรดของบรรดานักธุรกิจชาวต่างชาติจากนิคมอุตสาหกรรมใกล้เคียง ราวกับว่าหลุดไปอยู่ในยุครุ่งเรืองของสมัยอยุธยา นั่นก็ญี่ปุ่น โน่นก็คนจีน นี่ก็ฝรั่ง สรุปว่าร้านนี้ดังระดับนานาชาติจริงๆ
โดยมากนักชิมทั้งหลายต่างนิยมนั่งในแพรับลมแม่น้ำเย็นสบาย อีกทั้งยังมีที่นั่งในเรือไม้ทางด้านซ้ายมือ ซึ่งเรือจะโคลงเคลงไปมาเล็กน้อย เป็นที่ชื่นชอบของฝรั่งชาติตะวันตกและผู้ที่ไม่เมาคลื่นง่าย แต่ช่วงนี้จะปิดเรือไม่ให้นั่งไปก่อนนะจ๊ะ

เจ้าของร้านต้นน้ำคือพี่คมหรือคุณธนัช เทพาลัย และพี่สมศรี นาที น้องสาวของพี่คม จะคอยดูแลอยู่ที่ร้านตลอด ซึ่งหน้าซุ้มทางเข้าจะติดป้ายเชลล์ชวนชิมป้ายแรกเมื่อ 21 ปีก่อนไว้เลย
ครอบครัวเรารู้จักสนิทสนมกับพี่คมตั้งแต่เมื่อเกือบ 40 ปีก่อน เคยไปอุดหนุนร้านโป๊ะแตกของพี่คมสมัยอยู่ตรงสามเสน จากนั้นพี่คมก็ไปทำร้านอู่ข้าวตรงสวนจตุจักรได้ 3 ปี แล้วก็ย้ายมาเปิดร้านต้นน้ำริเวอร์วิวที่บางปะอินเมื่อ พ.ศ.2533 มาบัดนี้นับได้เกิน 30 ปีเป็นที่เรียบร้อย

พอเดินผ่านซุ้มร้านเข้ามาแล้ว ท่านก็จะเห็นเตาถ่านสำหรับย่างของดีต่างๆ ควันโขมง ส่งกลิ่นหอมฉุยอยู่ทางซ้ายมือ โดยจะจุดเตาเผาแต่เช้า แน่นอนพระเอกของร้านย่อมต้องเป็น กุ้งแม่น้ำผ่าครึ่งซีกแล้วเผา เห็นมันกุ้งเดือดปุดๆ และทีเด็ดอีกอย่างคือปลาน้ำเงินย่างซีอิ๊ว ผู้มาเยือนทุกโต๊ะจึงเหมือนโดนป้ายยา ต้องสั่งกุ้งแม่น้ำเผากันแทบทั้งนั้น พี่คมกับพี่สมศรีเล่าว่าเดี๋ยวนี้จะมีเจ้าประจำมาส่งกุ้งแม่น้ำให้จากลุ่มน้ำต่างๆ ทั่วประเทศ อีกทั้งจากประเทศเพื่อนบ้าน มาไกลจากศรีลังกาก็มีด้วย

ข้อดีของร้านต้นน้ำคือมีกุ้งแม่น้ำมาส่งตลอดเวลาไม่เคยขาด ซึ่งถ้าเป็นบางร้านยังไม่ทันหมดวันอาจจะขายหมดเกลี้ยงแล้ว โดยยุคนี้จะขายกุ้งแม่น้ำกันเป็นตัวๆ คิดราคาต่อตัว ไม่ใช่ต่อกิโลกรัมแล้ว สนนราคาล่าสุดมีตั้งแต่ตัวย่อมๆ จนตัวใหญ่ๆ หนัก 2-2.5-3-3.5-4-4.5 ขีด (ตัวละ 300-400-500-600-700-800 บาท) ไปจนถึงตัวยักษ์ขนาดครึ่งกิโล (5 ขีด) ตัวละ 1,000 บาท อีกทั้งวันนั้นมีขนาดมหึมา ตัวขนาด 6-7 ขีด มันทะลักเต็มหัวอีกด้วย ดังในรูป (ตัวละ 1,200-1,400 บาท) ขอบอกว่าใหญ่ขนาดนี้สั่ง 1 ตัวแบ่งกันกิน 2 คนยังได้เลย

กุ้งแม่น้ำตัวใหญ่แทบล้นจาน มันกุ้งสีเหลืองสวยเต็มหัว ล้นทะลักถึงขนาดเอามาคลุกข้าวจานเดียวไม่พอ ต้องเติมข้าวเพิ่มอีก ราดน้ำจิ้มรสแซ่บ แกล้มด้วยเนื้อกุ้งที่เผามาสุกกำลังดี เนื้อยังสั่นระริกอยู่เลย อร่อยหาไหนปานทีเดียว กุ้งที่นี่ไม่ใช่กุ้งเลี้ยง จึงเอามาทำต้มยำกุ้งแม่น้ำ (350-600 บาท) มันลอยฟ่องได้อร่อยเช่นกัน พี่คมบอกว่าเคล็ดลับคือห้ามแช่ฟรีซกุ้งแม่น้ำจนแข็ง แต่ให้โปะน้ำแข็งแทน (ช่วงส่งมาร้านจะใช้น้ำแข็งแห้ง) เนื้อกุ้งที่ได้จึงแน่นสดหวาน ไม่ยุ่ยเละ

เมนูกุ้งของดียังไม่หมด ก้ามกุ้งนั้นควรสั่งให้เอาไปทำก้ามกุ้งผัดกระเทียม ก้ามกุ้งผัดหน่อไม้ฝรั่ง (คิด 180 บาท เวลาสั่งกุ้งเผาด้วย) เราสั่งก้ามกุ้งผัดกะเพรา (ถ้าสั่งเพิ่มต่างหากคิด 300 บาท) ตัวก้ามอวบอ้วนสดอร่อยกินคู่กับกะเพราหอมๆ เผ็ดกำลังดี

นอกจากต้มยำกุ้งแม่น้ำแล้ว ต้มยำปลาม้า (200-300 บาท) เนื้อสดแน่นคือเมนูยอดนิยมอีกอย่าง และมีโป๊ะแตก (200-300 บาท) เมนูดังในอดีตก็ยังหากินได้เช่นเดิม ใส่เครื่องทะเลมากมายทั้ง ปลาหมึกสดที่กรอบอร่อย ปูม้าสดๆ เนื้อใสแจ๋ว กุ้งทะเล หอยแมลงภู่ ปรุงรสน้ำใสแบบต้มยำพริกสด เพิ่มกะเพราลงไป ซดแล้วชื่นใจดีแท้

มาบางปะอินต้องกินปลาแม่น้ำแสนอร่อย ปลาน้ำเงินตัวโตๆ ญาติปลาเนื้ออ่อน เอามาทำปลาน้ำเงินย่างซีอิ๊วทั้งตัว (ขีดละ 80 บาท) ซึ่งไม่ได้มีขายทุกวัน และถ้าไม่สดจะไม่เอามาทำขาย เนื้อจึงสดหอมหวานมากด้วยกลิ่นซีอิ๊ว ปลาซาบะย่างชิดซ้ายไปเลย จิ้มได้ทั้งน้ำจิ้มแจ่วหอมปลาแห้ง กับน้ำจิ้มน้ำปลาหวานใส่หอมเจียวกับพริกแห้ง อีกเมนูคือฉู่ฉี่ปลาน้ำเงิน (350 บาท) หอมเครื่องแกงและกะทิสด จานนี้ใส่ปลาชิ้นโตกินกันได้ทั้งคณะ

ยังมีเมนูปลาน่าลิ้มลองหลายอย่าง เช่น ปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม ปลาเนื้ออ่อนทอด (250 บาท ทั้ง 2 เมนู) ตัวเล็กๆ กำลังดีกรอบๆ ทอดมันปลากราย( 5 ชิ้น 150 บาท) ตีเองวันละ 10 กิโลกรัม จนเนื้อทอดมันเด้งๆ ไม่มียุบ ต้มยำปลาคัง (หม้อไฟ 300 บาท) ปลาคังผัดฉ่า (250 บาท) ห่อหมกปลาช่อนใบยอ (เฉพาะเสาร์-อาทิตย์และวันนักขัตฤกษ์) ส่วนเมนูกุ้งแม่น้ำอื่นที่น่าสนใจก็มี กุ้งแม่น้ำพล่า (350-600 บาท) และส้มตำกุ้งแม่น้ำ

ร้านต้นน้ำริเวอร์วิว เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึง 3 ทุ่ม โทร 0-3526-1006 และ 0-3526-2398 ไปช่วงนี้ที่ร้านจัดโต๊ะหลวมๆ นั่งกินได้อย่างสบายใจเฉิบ
อิ่มหมีพีมันกันแล้ว ถ้าหน้าร้านมีโรตีฟารีนาวางขายอยู่ ให้ซื้อกลับบ้านติดไม้ติดมือกลับไปด้วย นี่คือสุดยอดโรตีสายไหมในดวงใจของปิ่นโตเถาเล็กเลย แล้วเร็วๆ นี้จะเขียนแนะนำให้อย่างละเอียด อยุธยามีอะไรดีๆ กว่าที่คุณคิดอีกเยอะเลย

ข้อมูล
ต้นน้ำริเวอร์วิว
โดย คุณธนัช เทพาลัย (พี่คม) และคุณสมศรี นาที
ที่ตั้ง 26/7 ม.6 ต.บ้านเลน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา 13160
โทร 0-3526-1006 0-3526-2398
เปิดบริการ 10.00 – 21.00 น. ทุกวัน
หยุด หลังเทศกาลปีใหม่และหลังสงกรานต์
แนะนำ กุ้งแม่น้ำเผา ก้ามกุ้งเอาไปผัดกระเทียมหรือผัดกะเพราหรือผัดหน่อไม้ฝรั่ง ปลาน้ำเงินย่างซีอิ๊ว ฉู่ฉี่ปลาน้ำเงิน ต้มยำกุ้งแม่น้ำ ต้มยำปลาม้า ปลาเนื้ออ่อนทอด ทอดมันปลากราย โป๊ะแตก

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘จิรัฏฐ์’ แฉ ชั้นอนุ กมธ.พิจารณางบฯ65 ของบกันปกติ ทั้งที่บ้านเมืองวิกฤต ชี้ภารกิจซ้ำซ้อน-ต้องใช้ของดีที่สุด
บทความถัดไปมช.ประกาศลดค่าเทอม 50% ช่วย น.ศ.ยืดเวลาจ่ายถึง 30 ก.ย.