ฟังความ 2 ด้าน 980 ล้าน สวนเลียบ ‘คลองช่องนนทรี’ ดีจริง หรือ จกตา?

คลองช่องนนทรี
ภาพสวนคลองช่องนนทรี 200 เมตรแรก จากถนนสาทรถึงซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 7 (ช่วงที่ 2) งบ 80 ล้าน

เกิดเป็นประเด็นวิพากษ์อย่างกว้างขวาง หลังกรุงเทพมหานครเปิดตัวสวนสาธารณะคลองช่องนนทรีอย่างยิ่งใหญ่เป็นของขวัญในวันคริสต์มาส 25 ธันวาคม 2564 คาดหวังให้เป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ ในฐานะสวนสาธารณะเลียบคลอง (Linear Park) ที่ยาวที่สุดแห่งแรกของไทย ปักป้าย “แลนด์มาร์กใหม่” โดยมีต้นแบบมาจาก “คลองชองกเยชอน” เกาหลีใต้

อย่างไรก็ตาม ด้วยงบประมาณกว่า 980 ล้านบาท กับภาพที่เห็นตรงหน้า นำมาซึ่งเสียงวิจารณ์อย่างหนักหน่วงจากทั้งโซเชียลมีเดีย นักวิชาการ นักการเมือง จนถึงประชาชนทั่วไปในหลากหลายประเด็น โดยเฉพาะความคุ้มค่ากับเม็ดเงินมหาศาล ความโปร่งใสในการดำเนินงาน ประสิทธิภาพของระบบการระบายน้ำ และการบำบัดน้ำเน่าเสีย เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยืนยันถึงศักยภาพทั้งในด้านภูมิทัศน์ สิ่งแวดล้อม โดยเป็นหนึ่งใน “โครงการฟื้นเมือง เชื่อมย่าน สานอนาคต” (Regenerative Bangkok) ผ่าน 5 โครงการนำร่อง เพื่อฟื้นฟูโครงข่ายคลอง ถนน ทางเท้า และพื้นที่สีเขียวของ กทม. อีกทั้งเป็นจุดเริ่มต้นของ “โครงข่ายการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคสีฟ้าเขียว”

หลังอุณหภูมิร้อนแรงและฝุ่นตลบตั้งแต่ปลายปี 2564 ข้ามปีมาถึงต้นเดือนมกราคมนี้ ถึงเวลาฟังความ 2 ด้านที่ต่างฝ่ายก็มีเหตุผลในมุมของตัวเองมาตีโต้กันอย่างน่าสนใจยิ่ง

คุ้มทุน-ไม่คุ้มค่า

ผักชีโรยหน้าราคาเกือบพันล้าน?

“980 ล้านที่ไม่เหมือน 980 ล้าน #คลองช่องนนทรี” คือข้อความจาก วงดังอย่าง Getsunova ศิลปินเพลงที่มีสไตล์เด่นชัดในด้านการตั้งชื่อเพลงแนวย้อนแย้ง

เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นิสิตจุฬาฯ ทวีตข้อความ #หยุด5โครงการผักชีโรยหน้า #คลองช่องนนทรี พร้อมลงพื้นที่ถือป้ายประท้วง

“ผมอยากให้เมืองดีขึ้น แต่ไม่ใช่แบบผักชีโรยหน้า งบประมาณต้องโปร่งใสประชาชนในละแวกต้องได้ร่วมแสดงความเห็น-ปรับปรุง” เนติวิทย์ย้ำ

ประเด็น ผักชี (แพง) มาจากไหน? นั้น สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามงบประมาณโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ออกมาชี้เป้าโดยเผยแพร่เอกสาร เกี่ยวกับใบแสดงรายการวัสดุและค่าใช้จ่าย (BOQ) ของโครงการดังกล่าว พร้อมระบุในตอนหนึ่งว่า

“เปิด BOQ คลองช่องนนทรี เป็น ค่าผักชี เกือบทั้งหมด เสาที่ปักลงไปในคลองและลานคอนกรีตที่ไปบังแสงอาทิตย์ให้สัมผัสน้ำได้น้อยลง โดย BOQ ค่างานส่วนแรก ที่แบ่งซื้อแบ่งจ้างโดยเอางบกลางมาเร่งทำให้ทันวันคริสต์มาส”

มุมมองจากบนสะพานลอย บริเวณเชื่อมต่อสวนคลองช่องนนทรี

อาจารย์สถาปัตย์ ตรวจงาน

ชี้โครงสร้างประหลาดถึงขั้น “อันตราย” คาใจระบบบำบัดน้ำ

จากความเห็นของชาวเน็ต คนดัง และนักการเมือง มาเจาะมุมมองของนักวิชาการตัวจริง ที่ลงพื้นที่จริง ตั้งแต่ก่อนเปิดตัว และหลังแกรนด์โอเพนนิ่งกันบ้าง

ผศ.ดร.นิรมล เสรีสกุล ภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้อำนวยการศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC) โพสต์เฟซบุ๊กตั้งคำถามสำคัญ ทั้งการบำรุงรักษาเรื่องขยะ การอุดตัน การขุดลอก รวมถึงระบบที่เคยโปรโมตว่าจะให้เป็นดังเช่นคลองชองกเยชอน แห่งเกาหลีใต้ ก็ยังไม่เห็นแต่อย่างใด

อีกทั้ง การประชาสัมพันธ์ว่าจะใช้ระบบ CSO หรือ COMBINED SEWER OVERFLOW ที่ใช้ในโครงการชองกเยชอน เกาหลีใต้ แต่จากที่สังเกต “ไม่เห็นระบบนั้นเลย”

“การจะให้เป็นต้นแบบของ NATURE-BASED SOLUTION หรือการแก้ปัญหาแบบธรรมชาติ แต่การปลูกพืชบนคอนกรีตที่ดินมีความลึกน้อยท่ามกลางแดดร้อนๆ ของกรุงเทพฯ ต้นไม้รอดก็ถือว่าเต็มที่แล้ว อีกทั้งยังปลูกลอยอยู่เหนือระดับน้ำคลอง การที่จะใช้ต้นไม้เพื่อบำบัดน้ำจึงแทบเป็นไปไม่ได้

เนติวิทย์และเพื่อน จี้หยุดโครงการผักชีโรยหน้า

นอกจากนี้ ระบบท่อและระบบปั๊ม ซึ่งโครงการชองกเยชอนสามารถบำบัดน้ำเสียในคลองจากค่าปริมาณออกซิเจน 20 mg/l เป็น 2-3 mg/l โดยการใช้ระบบวิศวกรรม 3 ระบบหลัก คือ 1.การแยกน้ำเสียออกจากน้ำฝน ด้วยระบบ CSO 2.การสูบน้ำจากแม่น้ำฮัน ปริมาตรจำนวนมากต่อ 1 วัน เพื่อมารักษาระดับน้ำให้คลองชองกเยชอนสวยงาม และ 3.สูบน้ำจากแหล่งน้ำใต้ดินเพื่อช่วยการรักษาระดับน้ำด้วย ซึ่งโครงการประชาสัมพันธ์ว่าจะใช้ระบบ CSO หรือ COMBINED SEWER OVERFLOW ซึ่งเป็นระบบเดียวกับโครงการชองกเยชอน แต่จากที่สังเกตไม่เห็นระบบนั้นเลย” ผศ.ดร.นิรมลระบุ

อาจารย์สถาปัตย์ รั้วสามย่านอีกท่าน คือ ผศ.ดร.รชพร ชูช่วย ก็มีคอมเมนต์หลังแวะเข้าไปชมสวนคลองช่องนนทรีด้วยตนเอง หลังเปิดตัวราว 5 วัน โดยคอนเฟิร์มว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่คนวิจารณ์กัน ไม่ว่าจะเป็น น้ำมีกลิ่นเหม็นทะลุหน้ากาก วัสดุเชยมาก รายละเอียดการก่อสร้างหยาบและบางจุดถึงขั้นอันตราย การตกแต่งเหมือนงานอีเวนต์ อยู่บริเวณเกาะกลางถนนทำให้มีควันรถเยอะมาก เพราะรถติดสนิททั้งสองฝั่ง เป็นต้น

“อีกข้อสงสัยคือการประสานงานเรื่องงานวิศวกรรมโครงสร้างกับงานสถาปัตยกรรม เพราะทางเดินลอยฟ้าที่ขดไปมานั้นไม่ได้เข้ากับโครงสร้างเลย เหมือนแยกออกแบบกันคนละโครงการทั้งยังมีโครงสร้างแปลกประหลาดลอยยื่นออกมาน่ากลัวอยู่หลายจุด” อาจารย์สถาปัตย์ จุฬาฯ กล่าว

ก่อนแสดงความห่วงใยว่า การออกแบบสามารถผิดพลาดได้ ถ้าโครงการนี้มีต้นแบบที่ผิดพลาด แล้วใช้การไม่ได้ ทางแก้ไขคือการหยุดสร้าง แต่หากต้องดำเนินการต่อไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพราะด้วยงบประมาณที่มหาศาล เรื่องนี้คงต้องติดตามกันต่อไป

ท่อระบายน้ำบนบกบริเวณด้านหลังกำแพงทางเดิน

แจงวงเงิน 5 ช่วงโครงการ ยันไม่ใช่แค่สวน

แต่พัฒนาคลอง-เชื่อมโครงข่ายสาธารณูปโภค

ฟังเสียงภาคประชาชนและนักวิชาการแล้ว หันมาพิจารณาข้อมูลอีกด้านผ่านถ้อยคำของ ไทวุฒิ ขันแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการโยธา กทม.ซึ่งเปิดเผยถึงรายละเอียดของโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์คลองช่องนนทรีพร้อมงบประมาณว่า มีจุดเริ่มต้นโครงการ บริเวณถนนสุรวงศ์ถึงถนนพระรามที่ 3 ระยะทางรวมประมาณ 4.5 กิโลเมตร ความกว้างประมาณ 15 เมตร การดำเนินโครงการแบ่งออกเป็น 5 ช่วง ประกอบด้วย

ช่วงที่ 1 จากถนนสุรวงศ์ถึงถนนสาทร ระยะทาง 800 เมตร วงเงิน 80 ล้านบาท

ช่วงที่ 2 จากถนนสาทรถึงซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 7 ระยะทาง 200 เมตร วงเงิน 80 ล้านบาท

ช่วงที่ 3 จากซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 7 ถึงถนนจันทน์ ระยะทาง 1,600 เมตร วงเงินงบประมาณ 370 ล้านบาท

ช่วงที่ 4 จากถนนจันทน์ถึงถนนรัชดาภิเษก ระยะทาง 1,000 เมตร วงเงินงบประมาณ 250 ล้านบาท

ช่วงที่ 5 จากถนนรัชดาภิเษกถึงถนนพระรามที่ 3 ระยะทาง 900 เมตร วงเงิน 200 ล้านบาท

ท่อระบายน้ำระดับน้ำคลองบริเวณด้านล่างทางเดิน

เมื่อเฉลี่ยงบประมาณทั้งโครงการถือเป็นการลงทุน 7,000-8,000 บาท/ตารางเมตร
ตลอดแนวโครงการทั้ง 5 ช่วง มีงานโครงสร้างเสาเข็มเพื่อค้ำยันเขื่อนและเป็นฐานที่แข็งแรงรองรับการปลูกต้นไม้และงานอื่นๆ รวมทั้งการขุดลอกคลอง ซึ่งจะช่วยลดโคลนตมที่สะสมและลดกลิ่นเหม็นของน้ำในคลองได้ในระดับหนึ่ง

“ส่วนที่เราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจน คืองานก่อสร้างสวนสาธารณะในคลองช่องนนทรีซึ่งคิดเป็นพื้นที่ประมาณ 70 ไร่ รวมถึงการปรับปรุงทางเท้าบริเวณโดยรอบและส่วนต่อเนื่อง ระบบไฟฟ้าส่องสว่าง งานก่อสร้างและปรับปรุงลานกิจกรรม และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง 200 เมตรแรก จากถนนสาทรถึงซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 7 (ช่วงที่ 2) ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จ และเปิดให้ใช้ตั้งแต่ 25 ธ.ค.2564 ที่ผ่านมา” ไทวุฒิอธิบาย

พร้อมย้ำว่า การพัฒนาคลองช่องนนทรีไม่ได้มุ่งแต่การปรับปรุงพื้นที่ให้เป็นสวนสาธารณะเท่านั้น แต่เป็นอีกหนึ่งโครงการที่จะทำให้คลองมีประโยชน์มากกว่าทางระบายน้ำ โดยให้ความสำคัญกับการจัดการน้ำเสียแยกออกจากน้ำดี และน้ำเสียที่แยกออกมาจะถูกบำบัดเพื่อนำกลับไปใช้ไล่น้ำเสียในคลองสายอื่นที่เชื่อมต่อกับคลองช่องนนทรี รวมทั้งยังคงมีศักยภาพในการลำเลียงน้ำในฤดูฝนได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้มของโครงข่ายการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคสีฟ้าเขียวซึ่งจะเชื่อมต่อเส้นคลองสาทร สู่สวนลุมพินี และสวนเบญจกิติ สู่คลองแสนแสบและคลองเตยซึ่งเชื่อมต่อหากันทั้งหมด

พื้นที่ขั้นบันไดโค้งบริเวณด้านหน้าสวนคลองช่องนนทรี

สำหรับไฮไลต์สำคัญคือการเป็นจุดเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้า BTS ที่รองรับคนที่ใช้บริการวันละกว่า 1 แสนคน และ BRT ประมาณ 1-1.5 หมื่นคนต่อวัน รวมถึงประชาชนที่อยู่อาศัยและทำงานบริเวณใกล้เคียงกว่า 2.3 หมื่นคน สามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ในการพักผ่อนหย่อนใจ และทำกิจกรรมต่างๆ ในพื้นที่นี้ได้

จุดนี้จึงมีการออกแบบให้มีความโดดเด่นแปลกตา โดยเฉพาะโซนลานกิจกรรม ซึ่งมีการติดตั้ง 3D Printing ผนังน้ำตก ระบบน้ำล้น (Fog) ทำทรายล้าง ปลูกต้นไม้ใหญ่ ไม้พุ่ม และไม้น้ำนานาชนิด งานติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างและไฟประดับ โซนสกายวอล์กมีการปูหินแกรนิตพื้นทางเดิน ติดตั้งราวกันตกทางเดิน ปลูกต้นไม้ใหญ่และไม้พุ่ม รวมทั้งทำทางพื้นคอนกรีตเป็นทางเดินเข้าสวน เชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้า BTS ช่องนนทรี และ BRT

“ขณะนี้กำลังเร่งรัดช่วงที่ 1 จากถนนสุรวงศ์ถึงถนนสาทร ระยะทาง 800 เมตร เป็นพื้นที่ต่อเนื่องกับช่วงที่ 2 ที่ได้ดำเนินการไปแล้ว ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการประกวดราคา ครั้งที่ 2 เพื่อหาตัวผู้รับจ้าง ส่วนอีก 3 ช่วงที่เหลือจะดำเนินการหาตัวผู้รับจ้างต่อไป คาดว่าทั้งโครงการจะแล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม 2565” ผอ.สำนักโยธาฯกล่าว

ส่วนคำถามที่ว่าการก่อสร้าง รถไฟฟ้าสายสีเทา อาจมีการทับซ้อนกับโครงการคลองช่องนนทรีหรือไม่นั้น?

ประพาส เหลืองศิรินภา ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง มีคำชี้แจงว่า การก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเทา จะใช้พื้นที่การเดินรถบีอาร์ที (BRT) เดิม ซึ่งจะไม่มีการรื้อสวนนี้ ส่วนที่หลายคนตั้งคำถามว่า เหตุใดไม่รอให้รถไฟฟ้าสายสีเทาสร้างเสร็จก่อน แล้วจึงค่อยปรับสวนสาธารณะ เพราะจะมีปัญหาเรื่องค่าเสียโอกาส เกี่ยวกับการพัฒนาผังเมืองและการระบายน้ำ โดยปัจจุบันการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเทาอยู่ระหว่างการจ้างจัดทำรายงานประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอ (EIA)

กำแพงน้ำตก ขึ้นรูปด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติและทางเดินเลียบคลอง

เหม็นทะลุหน้ากาก น้ำมาตรฐานต่ำ

เร่งขอจัดสรรงบกันน้ำเสียไหลลงคลองช่องนนทรี

มาถึงประเด็นสำคัญอย่างการแก้ปัญหาน้ำเสียคลองช่องนนทรี ที่ถูกตั้งคำถาม

สมศักดิ์ มีอุดมศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กทม. ชี้แจงว่า สาเหตุที่คุณภาพน้ำในคลองช่องนนทรีมีมาตรฐานต่ำ ส่งกลิ่นเหม็น เกิดจากแหล่งกำเนิดในชุมชนริมคลองที่ทิ้งน้ำเสียลงคลองเสาหิน คลองมะนาว และคลองพิพัฒน์ ซึ่งจะไหลลงสู่คลองช่องนนทรีโดยตรง ไม่ได้ส่งเข้าสู่ระบบท่อรวบรวมน้ำเสียของโรงควบคุมคุณภาพน้ำช่องนนทรี และมีตะกอนเลนสะสมใต้ท้องคลอง เกิดการย่อยสลายส่งกลิ่นเหม็นรบกวนเมื่อระดับน้ำในคลองต่ำ

“สำนักการระบายน้ำ อยู่ระหว่างขอจัดสรรงบประมาณเพื่อก่อสร้างระบบท่อรวบรวมน้ำเสียรับน้ำเสียจากคลองเสาหิน คลองมะนาว และคลองพิพัฒน์ ป้องกันไม่ให้น้ำเสียไหลลงสู่คลองช่องนนทรีโดยตรง ส่วนน้ำเสียที่รวมอยู่ในระบบท่อรวบรวมในพื้นที่ ซึ่งเป็นระบบท่อที่รวมทั้งน้ำฝน และน้ำเสียเข้าด้วยกัน เมื่อมีการสูบระบายน้ำฝนในช่วงที่มีน้ำท่วมขังบริเวณสถานีสูบน้ำซอยนราธิวาส 17 สถานีสูบน้ำสวนพลู และสถานีสูบน้ำถนนจันทน์ ซึ่งเดิมระบายลงสู่คลองช่องนนทรี ยังอยู่ระหว่างสำรวจออกแบบระบบระบายน้ำ โดยปรับปรุงบ่อ CSO (Combined Sewer Overflow) ซึ่งเป็นโครงสร้างที่เชื่อมระหว่างท่อระบายน้ำและท่อดักน้ำเสีย เพื่อรวบรวมน้ำเสียไปยังระบบบำบัดน้ำเสียและระบายน้ำเสียปนน้ำฝนส่วนเกินให้ไหลล้นออกสู่แหล่งน้ำตามธรรมชาติ โดยน้ำล้นนี้จะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำในแหล่งรองรับ หรือต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานน้ำทิ้งให้ผันเฉพาะน้ำฝน

ส่วนน้ำเสียจากบ้านเรือนประชาชนจะไหลเข้าสู่ระบบรวบรวมน้ำเสียของ โรงควบคุมคุณภาพน้ำช่องนนทรี นอกจากนั้น ยังได้ขุดลอกตะกอนเลนที่สะสมใต้ท้องคลอง ซึ่งในเบื้องต้นการดูด หรือขุดลอกตะกอนเลนที่เน่าเสียใต้ท้องคลอง เป็นการฟื้นฟูสภาพคลองให้มีความสะอาดก่อนที่จะมีการถ่ายเทน้ำที่มีคุณภาพดี เพื่อเจือจางน้ำคลองที่มีคุณภาพต่ำ พร้อมกันนี้ต้องบริหารจัดการนำน้ำเสียจากแหล่งกำเนิดเข้าสู่ระบบท่อรวบรวมน้ำเสียของโรงควบคุมคุณภาพน้ำช่องนนทรี ไม่ให้ปล่อยลงสู่คลองช่องนนทรีต่อไป” ผอ.สำนักการระบายน้ำอธิบาย

พื้นหญ้าปลอมตัดแต่งบริเวณต้นไม้

ทั้งนี้ แหล่งน้ำที่จะนำมาใช้สำหรับคลองช่องนนทรีมาจากน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วของโรงควบคุมคุณภาพน้ำช่องนนทรี ประมาณ 120,000 ลบ.ม./วัน ไหลผ่านคลองช่องนนทรี ความยาว 4.5 กิโลเมตร และคลองสาทร ความยาว 3.5 กิโลเมตร ระบายออกทางอุโมงค์ถนนพระราม 4 บริเวณใต้สะพาน-ไทยเบลเยียม แยกวิทยุ และถนนสี่พระยาตัดถนนพระราม 4 เพื่อระบายออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาด้วยสถานีสูบน้ำพระราม 4 บริเวณถนนเชื้อเพลิง และเมื่อมีการปรับปรุงระบบระบายน้ำคลองไผ่สิงโตแล้วเสร็จ น้ำที่ผ่านการบำบัดของโรงควบคุมคุณภาพน้ำช่องนนทรีจะถูกผันเข้าไปในคลองไผ่สิงโต คลองต้นสน-สมคิด และลงสู่คลองแสนแสบ

กทม.ระบุว่า เนื่องจากคุณภาพน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วของโรงควบคุมคุณภาพน้ำช่องนนทรี มีค่า BOD ใกล้เคียงกับแม่น้ำเจ้าพระยา จึงสามารถใช้เจือจางน้ำในคลองได้ และอีกส่วนหนึ่งเป็นน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา โดยถ่ายเทน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาผ่านสถานีสูบน้ำช่องนนทรีที่ตั้งอยู่บริเวณปากคลองช่องนนทรีติดแม่น้ำเจ้าพระยาและสถานีสูบน้ำเสียสาทรที่ตั้งอยู่ปากคลองสาทรติดแม่น้ำเจ้าพระยา ควบคุมให้น้ำไหลผ่านคลองช่องนนทรี ซึ่งรวมกับน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วจากโรงควบคุมคุณภาพน้ำช่องนนทรี

ทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งของข้อมูล ความคิด ความเห็นจาก 2 ด้าน ทั้งภาครัฐและประชาชน ในโครงการใหญ่ที่ยังต้องร่วมจับตากันต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon