50 ปี 14 ตุลา เจ้าฝันถึงโลกสีใด นิทรรศการที่จะพาย้อนกลับสัมผัสพลังของมวลชน

50 ปี 14 ตุลา เจ้าฝันถึงโลกสีใด นิทรรศการที่จะพาย้อนกลับสัมผัสพลังของมวลชน พร้อมชวนตั้งคำถามว่าโลกแบบไหนที่คุณฝันถึง

ฉากการเคลื่อนไหวทางการเมืองไทยสมัยใหม่ ล้วนมีต้นกำเนิดมาจากเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 เหตุการณ์การเคลื่อนไหวครั้งแรกของมวลชนที่สามารถโค่นล้มเผด็จการทหาร และนำพาประชาธิปไตยในไทยให้เบ่งบานอย่างงดงามได้อีกครั้ง

เหตุการณ์ในครั้งนั้นนับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ที่ทำให้เหล่าชนชั้นกลางเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเมืองไทยร่วมกับระบอบราชการ ทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้สังคมเกิดความเท่าเทียมกันในมิติของเศรษฐกิจและสังคมมากยิ่งขึ้น

Advertisement

แต่แน่นอนว่ากว่าจะได้มาซึ่งชัยชนะ เส้นทางการต่อสู้เหล่านั้นล้วนผ่านการเสียสละเลือดเนื้อของเหล่าวีรชนมากมายที่ยอมสละชีวิตของตนเพื่อให้ประชาธิปไตยกลับคืนสู่สังคมอีกครั้ง ด้วยแววตาที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของเหตุการณ์นี้ ประกอบกับความเป็นประชาธิปไตยในไทยที่ถูกตั้งคำถามอยู่ในทุกวัน เป็นผลให้ทางสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จัดจำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) ได้จัดนิทรรศการ “50 ปี 14 ตุลา เจ้าฝันถึงโลกสีใด” ภายในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 28 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคม-23 ตุลาคม พ.ศ.2566

“50 ปี 14 ตุลา เจ้าฝันถึงโลกสีใด” คือนิทรรศการที่จะพาทุกท่านย้อนกลับไปดูการเคลื่อนไหวของเหล่าวีรชนที่ร้อยเรียงตั้งแต่เรื่องราวก่อนเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลา ไปจนถึงผลกระทบภายหลังจากเหตุการณ์ 14 ตุลา จบลง

นิทรรศการนี้แบ่งการจัดแสดงออกเป็น 5 โซนด้วยกัน

โซนที่ 1 : Timeline โซนนี้จะพาทุกคนย้อนไปอ่านเรื่องราวต่างๆ ในช่วงที่ประเทศไทยต้องตกอยู่ภายใต้รัฐบาลเผด็จการยาวนานถึง 16 ปี จนเป็นผลให้เยาวชนคนหนุ่มสาวหัวก้าวหน้าไม่อาจทนไหว และได้ริเริ่มการต่อสู้เพื่อทวงคืนสิทธิเสรีภาพ เพื่อนำประชาธิปไตยให้หวนคืนสู่สังคมไทย

โซนที่ 2 : The Media ที่พาทุกท่านย้อนไปสัมผัสบรรยากาศเหตุการณ์ 14 ตุลา ผ่านสื่อในรูปแบบต่างๆ ผ่านสื่อวีดิทัศน์ที่บันทึกภาพเหตุการณ์จริงของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยอันแรงกล้าระหว่างรัฐบาลเผด็จการกับประชาชน

โซนที่ 3 : Literature & Poster จัดแสดงหนังสือและโปสเตอร์การเมืองในเหตุการณ์ 14 ตุลา ที่สะท้อนให้เห็นถึงการแพร่กระจายทางแนวคิดผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ในยุคนั้น ทั้งยังแสดงให้เห็นถึงบทบาทของศิลปินและคนในวงการศิลปะที่เข้ามามีส่วนร่วมในการประท้วงต่อต้านเผด็จการ

โซนที่ 4 : Interactive Area พื้นที่ชวนคิดที่ชวนตั้งคำถามว่าโลกแบบไหนที่คุณฝันถึง เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการผ่านการแสดงความคิดเห็นลงบนบอร์ด และร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

โซนที่ 5 : Landmark เป็นโซนไฮไลต์ของงานที่เป็น หุ่น “นกสีเหลือง” ซึ่งทำงานโดยมีกลไก เป็นมือหมุนสามารถทําให้นกขยับเสมือนบินได้

“เจ้าฝันถึงโลกสีใด” มาจากบทเพลง “นกสีเหลือง” ที่ถูกประพันธ์โดย วินัย อุกฤษณ์ และมี สุรชัย จันทิมาธร หรือหงา คาราวาน เป็นผู้ขับร้อง บทเพลงนี้ถูกแต่งขึ้นในช่วงเวลาที่มีการจับกุม 13 กบฏเรียกร้องรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2516 นกสีเหลืองไม่เพียงแต่ตั้งคำถามถึงโลกที่ทุกคนฝันถึง แต่มันยังสะท้อนความเศร้าหมองที่เหล่าวีรชนผู้อยากโบยบินสู่อิสรภาพต้องสละเลือดเนื้อของตนในช่วงชีวิตที่กำลังรุ่งโรจน์

“ทุกวันนี้สีผมก็เปลี่ยนได้ สีตาก็เปลี่ยนได้ ดังนั้น การมองโลกมันจะไม่ใช่เพียงสีเดียวหรือแค่สองสีสามสี ผมคิดว่ามันควรจะเป็นโลกของการแสวงหาความเป็นไปได้ใหม่ๆ และในขณะเดียวกันก็ต้องไม่ลืมว่าเราเรียนรู้อะไรบ้างใน 50 ปีที่ผ่านมา”

คือสิ่งที่ รศ.ดร.บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง และรองคณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เป็นวิทยากรนำชมรอบพิเศษในนิทรรศการ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้กล่าวเมื่อนึกถึงสีของโลกที่อยากให้เป็น พร้อมกับทิ้งคำถามไว้ว่า 50 ปีที่ผ่านมาเรามาไกลพอรึยัง แล้วถ้าหากวันนี้เรายังมาได้ไม่ไกลพอ เราอาจต้องพยายามมากกว่านี้หรือเปล่า?

นี่อาจเป็นอีกหนึ่งคำถามที่เราอยากชวนให้ทุกคนคิด และร่วมค้นหาคำตอบด้วยตัวเองในนิทรรศการนี้

นิทรรศการ “50 ปี 14 ตุลา เจ้าฝันถึงโลกสีใด” เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่วันที่ 12-23 ตุลาคม ที่งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 28 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ชั้น LG ฮอลล์ 5-7

นอกจากนิทรรศการที่จัดแสดงแล้ว ภายในงานยังมีกิจกรรมการนำชมรอบพิเศษในวันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม เวลา 16.00 น. โดย รศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ ที่จะพาผู้ชมร่วมย้อนรำลึกถึงทุกแง่มุมของเหตุการณ์สำคัญในครั้งนั้นโดยละเอียด พร้อมทั้งทบทวนประชาธิปไตยตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ กิจกรรมทั้งหมด เข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ผู้ที่สนใจสามารถ Walk-in เพื่อเข้าร่วมกิจกรรม ตามวันและเวลาที่สะดวก

ศูนย์ข้อมูลมติชน

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image