คุยกับ ‘คนเลี้ยงนก’ สลัดพันธนาการกับวิหคบำบัด

การรวมตัวของ “คนเลี้ยง” และ “ฝูงนก” บริเวณที่โล่งกว้างหรือท้องทุ่งนา ในช่วงเช้าหรือเย็นของวันว่าง เป็นภาพคุ้นตาของ กลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า “กลุ่มนกบิน”

จุดร่วมของคนเหล่านี้ คือความรักและความชอบในสิ่งที่เหมือนกัน และรวมตัวกันเป็นกลุ่มเครือข่ายหรือสมาคมในแทบทุกจังหวัดของประเทศ

ทุกครั้งที่มีโอกาส กลุ่มนกบินจะพา “นก” ที่เลี้ยงไว้ มาบินออกกำลังกายและผ่อนคลายท่ามกลางธรรมชาติ

นกหลายชนิด หลากสีสัน บินทั่วท้องฟ้าอย่างเป็นอิสระ ไร้ซึ่งการผูกมัดและไม่ถูกพันธนาการไว้ในกรงขัง แต่เมื่อได้ยินเสียงสัญญาณหรือถูกเรียกโดยเจ้าของมันจะรีบโผเข้าหาอย่างคุ้นเคย

กว่าจะควบคุมนกได้แบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องศึกษา ต้องใส่ใจ ต้องมีเวลา และมีความพร้อมด้วย

จิราวัฒน์ ถิรพัฒน์นนทชัย

จิราวัฒน์ ถิรพัฒน์นนทชัย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หนึ่งในสมาชิกกลุ่มนกบิน เล่าว่า เริ่มต้นเลี้ยงนกประมาณ ป.5 แรกเลี้ยงแบบใส่กรงไว้แทบตลอด จนกระทั่งได้เห็นภาพของกลุ่มที่เลี้ยงนกแบบปล่อยบินอิสระไม่ต้องขังกรง เป็นจุดเปลี่ยนให้เกิดความสนใจและศึกษาอยู่นานเกือบปี

“เริ่มต้นจากดูในกลุ่มว่าเขาบินกันที่ไหน แล้วก็ไปหาเขาไปพูดคุย ไปถามข้อมูลว่าเลี้ยงยังไง ฝึกยังไงไม่ให้นกบินหาย แล้วมาเริ่มฝึกเอง”

จากนั้น จิราวัฒน์ก็ทุ่มเทกับการฝึกนกบินแบบอิสระ ปัจจุบันมีนก 24 ตัว เป็นนกตระกูลซันคอนัวร์, นกมาคอว์, นกเลิฟเบิร์ด และนกฟอพัส โดยเริ่มฝึกตั้งแต่ยังเป็นลูกนก

“เริ่มต้นฝึกให้มันเดินมาหา พอมันบินได้ก็ค่อยฝึกให้มันบินตรงหาเรา และฝึกให้บินลงมาจากที่สูง เผื่อว่านกติดบนต้นไม้แล้วลงมาไม่ได้”
จิราวัฒน์อธิบาย

ถึงตรงนี้หลายคนอาจจะสงสัยว่า “นก” บินลงจากต้นไม้เองไม่ได้ ต้องฝึกด้วยหรือ?

“ใช่ครับ นกทุกตัวที่เราเลี้ยงต้องผ่านการฝึกถึงจะทำสิ่งที่นกมันทำได้ ไม่ใช่อยู่ๆ มันจะบินมาหาเราได้เลย มันต้องเริ่มจากการฝึกยิบๆ ย่อยๆ ซึ่งนกทุกสายพันธุ์สามารถเลี้ยงแบบปล่อยบินอิสระได้หมด ไม่ว่าจะเป็นนกแก้ว นกกระจอก เหยี่ยว หรือนกนักล่า ขอแค่เราให้ความสำคัญกับเขา เล่นกับเขาบ่อยๆ แล้วเลี้ยงตั้งแต่เขาเป็นนกลูกป้อน ส่วนความต่างของแต่ละชนิดก็มีบ้าง เช่น นกนักล่าเราอาจจะไม่สามารถโอบกอดหรือจุ๊บได้เหมือนนกแก้ว”

นอกจากฝึกบินแล้วสิ่งที่ไม่ควรละเลยคือเรื่องความปลอดภัย จิราวัฒน์จึงมองว่าแม้นกจะมีอิสระแต่การขังกรงก็ยังจำเป็นอยู่

“ถ้าอยู่บ้านผมจะปล่อยออกมาเล่น แต่ถ้าอยู่นอกรั้วบ้านผมจะไม่ปล่อยครับเพราะมันมีสิ่งเร้าเยอะ ส่วนหนึ่งคือมันมีความเสี่ยงต่อตัวนกเองด้วย เช่น ถ้าเกิดมีเสียงดังขึ้นมา ก็มีโอกาสที่นกเราตกใจแล้วเตลิดไปได้ แล้วการขังกรงมันก็มีข้อดี คือสมมุติว่าเราไม่อยู่บ้าน หรือมีเหตุจำเป็นที่จะต้องให้เขาอยู่ในกรง ถ้านกถูกเลี้ยงมาแบบไม่เคยถูกขังกรงเลยตั้งแต่เด็ก พอเอาเข้าไปอยู่ในกรงเขาก็จะเกิดอาการเครียด จิกขนตัวเองได้”

แต่บางครั้งด้วยความที่นกเป็นสัตว์ฉลาด มันสามารถหนีออกจากกรงไปเที่ยวได้

“ครับ (หัวเราะ) แต่ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความประมาทของเราด้วย แล้วนกเป็นสัตว์ที่มีไอคิวสูง บางครั้งเขาเปิดกรงเองได้ ผมกลับบ้านมาเห็นมันอยู่บนกรงของนกอีกตัวหนึ่งก็มี ครั้งหนึ่งนกผมหลุดจากบ้านหายไป 2 ปี แล้วมีลุงคนหนึ่งนำไปเลี้ยงในกรง ตอนที่ไปดูไม่รู้แล้วว่านกเรา แต่นกจำได้เพราะเราเลี้ยงมา พอผมเดินไปทางซ้ายหรือขวามันปีนกรงตามไปตลอด แล้วตอนเปิดกรงเอากลับบ้านผมยื่นมือเข้าไปมันก็เดินขึ้นมือเฉยเลย แต่คุณลุงที่เก็บได้เอามือเข้าไปใกล้ ก็โดนกัดจนเลือดออกเลย”

ส่วนการปล่อยนกบินอิสระ จิราวัฒน์บอกว่า เริ่มแรกพาเขาไปดูการบินก่อนสัก 2-3 อาทิตย์ เพราะนกยังตื่นสถานที่ ต้องให้เขาคุ้นหูคุ้นตาแล้วค่อยปล่อยนกบินอิสระ นอกจากนี้ยังมีเรื่องสถานที่ส่วนใหญ่จะเลือกที่โปร่ง เช่น ทุ่งนา บ่อเลี้ยงกุ้ง บ่อเลี้ยงปลา ที่ไม่มีสิ่งรบกวน เช่น รถยนต์ขับผ่าน เสียงแตรรถ ถึงจะปลอดภัยที่สุด

“การปล่อยนกทุกครั้งมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะบินได้เก่งขนาดไหน เพราะนกกับต้นไม้เป็นของคู่กันเหมือนเด็กกับสนามเด็กเล่น ดังนั้นมีโอกาส 50 เปอร์เซ็นต์ ที่มันจะบินไปแล้วไม่ยอมกลับมา เราไม่รู้ว่าความคิดนกในตอนนั้นเขาคิดอะไรอยู่ เขามีปีกของเขา จะไปเลยก็ได้หรือจะอยู่กับเราก็ได้ มีหลายครั้งที่ไปเรียกอยู่ใต้ต้นไม้ให้เขาลงมาหาเรา ซึ่งวิธีการป้องกันที่ดีที่สุดคือสร้างปฏิสัมพันธ์กับเขาเยอะๆ ให้เกิดความผูกพัน ทำให้นกเขาอยากอยู่กับเรา” จิราวัฒน์ทิ้งท้าย

จักรกฤษณ์ พ่วงสมจิตร

สอดคล้องกับ จักรกฤษณ์ พ่วงสมจิตร หนุ่มปทุมธานี ที่มักพานกไปปล่อยบินร่วมกับกลุ่มต่างๆ อยู่เสมอ

จักรกฤษณ์เริ่มเลี้ยงนกประมาณ 5 ปี โดยมีจุดเริ่มต้นจากการอยากหาสัตว์เลี้ยงสักชนิดหนึ่งมาอยู่เป็นเพื่อน ไปไหนไปด้วยกัน

“มองอยู่หลายชนิด แต่พอมองเห็นนกที่อยู่บนฟ้า คิดว่าถ้าเราสามารถคอนโทรลเขาได้ ไม่ต้องขังกรงคงจะมีความสุข”

จุดนั้นเองทำให้เริ่มศึกษาการเลี้ยงนกอย่างจริงจัง โดยเลี้ยงนกทั้งสิ้น 5 สายพันธุ์ หลักๆ ก็มีนกมาคอว์ แล้วก็มีนกอิเลคตัส นกกรีนชีค นกซันคอนัวร์ นกเลิฟเบิร์ด

“เริ่มศึกษาว่าจะฝึกยังไงให้เขากลับมาหาเราทุกครั้งที่เราปล่อยเขาออกไป ช่วงแรกข้อมูลก็หายากพอสมควร ต้องเอาหลายอย่างมาผสมกัน ซึ่งการเลี้ยงนกก็เหมือนกับคนที่มีนิสัยไม่เหมือนกัน นกแต่ละตัวมีนิสัยไม่เหมือนกัน การฝึกก็จะแตกต่างกัน” จักรกฤษณ์บอก

แต่หลักๆ แล้วแนวทางการฝึกนกปล่อยบินอิสระ มีกฎ 3 ข้อด้วยกันคือ

1.ฝึกนกตอนหิว

2.บินในที่โล่งแจ้งไร้สิ่งเร้า และเราสามารถมองเห็นเขาได้

3.ต้องมีท่าเรียกนกหรือเสียงเรียกนก

“นอกจากนี้ยังต้องใส่ใจนกให้มาก เพราะถ้าเขาไม่รักเราเขาไม่บินกลับมา” จักรกฤษณ์อธิบาย และว่า หลังจากฝึกหลายครั้ง คือบินในที่โล่งแล้วเขากลับมาหาเราแล้ว ทีนี้ก็ฝึกเพิ่มโดยการพาไปบินต่างจังหวัดบ้าง พาไปทะเลบ้าง ไปตามภูเขาบ้าง พาไปบินให้เด็กดูในสวนสาธารณะบ้าง เป็นการเพิ่มสกิลให้กับนก

“สำหรับผมการเลี้ยงนกแบบปล่อยบินอิสระ มันเป็นเหมือน ‘วิหกบำบัด’ คือบางครั้งเราทำงานกลับมาเหนื่อยๆ แล้วได้เห็นเขาบิน ได้กอดได้หอม ทำให้รู้สึกมีความสุข แล้วนกที่อยู่นอกกรงมันสวยมากกว่านกที่อยู่ในกรงหลายเท่า โดยเฉพาะตอนที่เห็นเขาบิน และยิ่งกว่านั้นคือการที่เขาบินไปแล้ว เขากลับมาหาคุณ มันมีความสุขมาก”

ส่วนการพานกบินอิสระในฐานะ “คนเลี้ยง” ห้ามประมาทเด็ดขาด เพราะอาจจะเจอสิ่งที่จักรกฤษณ์เรียกว่าศัตรูทางธรรมชาติ

“บางครั้งอาจจะเจอนกเจ้าถิ่น เช่น อีกาไล่ เหยี่ยวไล่ ถ้านกฝูงบางทีเขาจะช่วยกัน แต่ถ้านกขนาดเล็กอาจจะมีปัญหามากหน่อยเวลาไปบินนอกสถานที่ ซึ่งมีหลายครั้งที่นกบินเตลิดหนีไป หากนกบินหนี วิธีการติดตามเบื้องต้นคือการประกาศหาทั้งในโซเชียล และในพื้นที่ละแวกที่เราทำหลุดหรือทำหาย นอกจากนี้ยังมีการลงพื้นที่ตามหาโดยการล้อมกรอบจุดที่นกบินหายไป”

จักรกฤษณ์อธิบายว่า ที่สามารถระบุพิกัดได้เพราะมีปัจจัยหลายอย่าง เช่น นกแก้วจะไม่บินออกน้ำ แต่จะบินเข้าฝั่ง แล้วมันไม่ใช่นกที่ย้ายถิ่นฐาน ดังนั้นมันจะไม่บินไปไกลมาก เวลาก็สำคัญด้วย คือนกจะไม่บินตอนกลางวันแต่จะบินตอนเช้ากับตอนเย็น บางครั้งเขาจะบินไปเกาะบนต้นไม้ ไม่ได้บินต่อไปเรื่อยๆ แล้วแต่ละสายพันธุ์บินได้ไกลไม่เท่ากัน เช่น นกซันคอนัวร์ 1-2 วัน จะบินไม่ไกลเกิน 2-3 กิโลเมตร

“ด้วยพฤติกรรมเหล่านี้ทำให้เราตีวงได้ว่ามันจะบินไปไกลสุดได้แค่ไหนในระยะที่เป็นไปได้ แต่ก็มีกรณียกเว้น เช่น ถูกอีกาไล่ มันก็เตลิดไปไกลเรื่อยๆ นอกจากนี้เราจะใส่ห่วงขาไว้เป็นเบอร์โทร เผื่อถ้าเจอคนดีเขาจะคืนให้”

จักรกฤษณ์ยังให้คำแนะนำสำหรับมือใหม่ที่อยากเริ่มต้นว่า ก่อนอื่นต้องมีใจรัก ต้องมีเวลา แล้วต้องศึกษา แต่ถ้าจะเอาเขามาเลี้ยงแบบทิ้งๆ ขว้างๆ ทำให้เขาทรมานอย่าเลี้ยงดีกว่า ส่วนสายพันธุ์แนะนำนกซันคอนัวร์ ค่อนข้างเป็นพื้นฐานของคนเริ่มเลี้ยงนกแบบบินอิสระ เพราะเป็นนกราคาไม่แพง สีสวย เสียงดัง ตามง่าย ยังมีความฉลาด น่ารัก เป็นนกสายพันธุ์เล็กที่ฝึกได้ง่ายที่สุด

ส่วนคนที่เลี้ยงนกในกรงอยู่ก่อนแล้ว อยากปรับมาลองเลี้ยงแบบอิสระ จักรกฤษณ์บอกว่า ขณะนี้กำลังทดลองอยู่ โดยนกที่เอามาล่าสุดเป็นนกอายุ 4 ปี ซึ่งนกที่มีอายุเยอะเขาจะมีความคิดเป็นของตัวเอง การควบคุมจะยากกว่านกเด็กเยอะมาก

“นกตัวนี้เดิมอยู่ในกรงตลอด ตอนแรกที่ได้มาสภาพดูไม่ได้เลย นกเครียดเพราะถูกขังกรงเล็กๆ ในห้องอับๆ จิกขนตัวเองจนเละ ตอนพาเขาออกมาได้เขาซบมาที่อกเราเห็นแล้วก็สงสาร ก็เอามาฝึกให้เวลาเยอะมาก ตอนนี้เริ่มเชื่องแล้ว เขาบินกลับมาหาผมได้แล้ว แต่ยังไม่ได้พาบินออกธรรมชาติ”

แต่มุมมองเรื่อง “นก” กับ “กรง” นั้น จักรกฤษณ์มองว่า ยังคงเป็นของคู่กัน

“นกที่เชื่องแล้วยังจำเป็นต้องใส่ในกรง ผมจะปล่อยเฉพาะตอนที่สามารถดูแลเขาได้ เพราะมันมีเรื่องของความปลอดภัย เคยเลี้ยงแล้วปล่อยไว้ทั้งวันพอถึงเวลานอนเขาจะบินมานอนในรังที่ทำไว้ แต่แล้ววันหนึ่งเขาโดนอะไรกัดมา ปีกมีเลือดเต็มเลยแล้วหางก็หาย สภาพเหมือนกับจะกลับมาตายที่บ้าน ผมก็เลยรู้ว่าเราไม่ควรปล่อยทั้งวันเพราะเขาอาจจะเจออุบัติเหตุ หรือถูกทำร้าย ดังนั้นการจะปล่อยต้องมั่นใจว่าดูแลเขาได้ด้วย” จักรกฤษณ์ทิ้งท้าย

สำหรับผู้สนใจอยากเลี้ยงนกแบบปล่อยบินอิสระสามารถปรึกษาและสอบถามข้อมูลจากจักรกฤษณ์ได้โดยตรงที่เฟซบุ๊ก เหินฟ้า พาเพลิน และในวันที่ 20-21 ตุลาคมนี้ จะมีการรวมตัวของคนรักนกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ในงาน We Love PETs ครั้งที่ 8 ที่ชั้น 4 ห้องพระราม 2 ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา พระราม 2

โดยในงานจะมีการสาธิตการเลี้ยงนกบินอิสระ และการแข่งขันนกบินอิสระเพื่อชิงถ้วยรางวัลอันทรงเกียรติ จากสถานทูตเบลเยียม พร้อมกิจกรรมสำหรับสัตว์เลี้ยงต่างๆ อีกมากมาย งานนี้คนรักสัตว์ไม่ควรพลาด

บทความก่อนหน้านี้สุดสลด! หนูน้อย 5 ขวบเดินออกจากห้องลำพัง ก่อนพลัดตกโรงแรม
บทความถัดไป‘แอฟ ทักษอร’ รับหย่า ‘สงกรานต์’ แล้ว บอกจบด้วยดีจากนี้ขอโฟกัสเรื่องลูก