หลากความสำเร็จ โครงการ แบ่งปันความรู้ เชิดชูศาสนา พัฒนาแหล่งน้ำลำคลอง 2561

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงยกช่อฟ้าศาลาการเปรียญวัดแก้วไพฑูรย์ แขวงบางขุนเทียน เขตจอมทอง กรุงเทพ เมื่อเวลา 17.23 น. 23 กันยายน 2561

ไม่เพียงภารกิจหลักคือการนำเสนอข่าวสารอย่างถูกต้องฉับไวในทุกวัน ทุกชั่วโมง ทุกนาที

เครือ “มติชน” ยังดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมตลอดมา โดยร่วมกับ มูลนิธิ ดร.โกวิท วรพิพัฒน์ และ มูลนิธิบรรจง พงศ์ศาสตร์ ก่อกำเนิดโครงการ “แบ่งปันความรู้ เชิดชูศาสนา พัฒนาแหล่งน้ำลำคลอง” ตั้งแต่ พ.ศ.2553 และสานต่องานอันเป็นประโยชน์มาจนถึงทุกวันนี้

ตลอดปี 2561 มีการต่อยอดกิจกรรมต่างๆ ภายใต้โครงการดังกล่าว ทั้งด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ศิลปวัฒนธรรม และส่งเสริมการอ่าน

พร้อมก้าวเข้าสู่ปีที่ 42 ของ “หนังสือพิมพ์คุณภาพ เพื่อคุณภาพของประเทศ” อย่างเต็มภาคภูมิ

ธัชชัย ยอดพิชัย ผู้ช่วยบก. นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ในเครือ “มติชน” กราบบังคมทูลอธิบายประวัติการปฏิสังขรณ์ ศาลาการเปรียญ

บูรณะ ‘เรือนไม้อันวิเศษ’
ศาลาการเปรียญ วัดแก้วไพฑูรย์

การเริ่มต้นบูรณะโบราณสถานสำคัญของชาติอย่างศาลาการเปรียญ วัดแก้วไพฑูรย์ ย่านบางขุนเทียน กรุงเทพฯ เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ พ.ศ.2554 หลังจาก ขรรค์ชัย บุนปาน ประธานกรรมการบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) รวบรวมคณะทำงานลงพื้นที่วางแผนปฏิสังขรณ์สถาปัตยกรรมดังกล่าวที่ทรุดโทรมอย่างน่าใจหาย

มีการจัดทอดผ้าป่า ร่วมกับ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลในขณะนั้น รวมกับเงินของทางวัดซึ่งชาวบ้านร่วมใจบริจาค อีกทั้งได้รับการสนับสนุนจากบุคคลต่างๆ พร้อมด้วยหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนมากมาย

กระทั่งเสร็จสมบูรณ์อย่างงดงามใน พ.ศ.2560 ได้มีการฉลองศาลาและเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงยกช่อฟ้า ในช่วงเย็นของวันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน พ.ศ.2561 นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

“การเปรียญนี้ทำด้วยฝีมือช่างในสมัยรัตนโกสินทร์นี้เอง ควรถือเป็นศิลปะอันสำคัญที่ต้องทะนุถนอม ช่วยกันรักษาไว้ให้ดี คงสภาพเดิมไว้ทุกอย่าง ต่อไปข้างหน้าคงจะไม่มีใครรู้จักเรือนไม้อันวิเศษเช่นนี้อีกแล้ว”

คือคำกล่าวของ ประยูร อุลุชาฎะ หรือ น. ณ ปากน้ำ ปราชญ์สยามที่กล่าวถึงศาลาการเปรียญวัดแก้วไพฑูรย์ ริมคลองบางประทุน ซึ่งสร้างขึ้นในยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โดดเด่นด้วยความวิจิตรของฝีมือจำหลักไม้ทั้งหลัง

เครือมติชน บูรณะศาลาการเปรียญวัดแก้วไพฑูรย์จนเสร็จสมบูรณ์ กลับมาเป็นสถาปัตยกรรมที่งดงาม มีบทบาทต่อชุมชนในปัจจุบันและอนาคตสืบไป
สภาพก่อน-หลังอนุรักษ์ภาพจำหลักไม้

รูปแบบเป็นเรือนไทย ใต้ถุนสูง หลังคาจั่วลดชั้น 2 ชั้น มุงกระเบื้องหางมน ประดับด้วยช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ ด้านล่างของกรอบหน้าต่าง สลักภาพชุด “สุธนุชาดก” จากปัญญาสชาดก แผ่นแรกจากมุมทิศตะวันตกเฉียงใต้ วนไปทางขวาแบบทวนเข็มนาฬิกา รวม 44 ช่อง เนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับพระพุทธเจ้าครั้งเสวยพระชาติเป็นพระสุธนุ ต้องพลัดพรากจากพระนางจิรัปภาผู้เป็นชายากลางมหาสมุทรด้วยกรรมจากอดีตชาติที่เคยหยอกเย้าสามเณรจนเรือล่ม ตอนจบได้พบกันที่ศาลาโรงธรรมกลับไปครองเมืองอย่างสงบสุข

สภาพก่อนการบูรณะนอกจากทรุดโทรมแล้วยังผิดเพี้ยนจากรูปแบบดั้งเดิมเมื่อแรกสร้าง เนื่องจากมีการเทปูนโดยรอบ ทำให้ตัวศาลาซึ่งเป็นเรือนไม้ยกพื้นสูงกลายเป็นอาคารชั้นเดียว ลวดลายรดน้ำลบเลือน ภาพจำหลักไม้สูญหายไปบางส่วน เสานับสิบต้นเริ่มผุกร่อน ส่วนประกอบสถาปัตยกรรมอีกหลายจุดเสียหาย ประมุข บรรเจิดสกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านการบูรณะโบราณสถาน นำทีมอนุรักษ์โดยพยายามรักษาให้คงสภาพเดิม

รศ.สมใจ นิ่มเล็ก ราชบัณฑิตผู้ล่วงลับ, สุจิตต์ วงษ์เทศ คอลัมนิสต์ในเครือมติชน, โสมสุดา ลียะวณิช อดีตอธิบดีกรมศิลปากร, บุญยืน สวนชัง หัวหน้าช่างไทย และผู้รู้อีกหลายท่านร่วมให้คำปรึกษาเขียนแบบบูรณะโดย พลอากาศตรี อาวุธ เงินชูกลิ่น ศิลปินแห่งชาติและอดีตอธิบดีกรมศิลปากรผู้ล่วงลับ

ขั้นตอนแรกเริ่มจากการรื้อตัวศาลารวมถึงสิ่งปลูกสร้างฝั่งขวาออกทั้งหมดเพื่อขยับตัวอาคารให้สามารถต่อเติมระเบียงสำหรับเดินชมภาพจำหลักได้โดยรอบ สร้างบันไดด้านข้างตามแบบเดิม ยกพื้นสูงเพื่อเลี่ยงน้ำท่วมและความชื้น นำไม้ใหม่เข้าแทนที่ไม้ที่ผุพังเสริมความมั่นคง เสาไม้นับสิบต้นยังใช้ของเดิม โดยซ่อมแซมส่วนที่เสียหาย ส่วนลวดลายรดน้ำที่ลบเลือน ช่างฝีมือได้บรรจงวาดขึ้นตามแบบเก่าราวกับมีชีวิต

นับแต่วันแรก เมื่อสำรวจสภาพในวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ.2554 แล้วจัดพิธีบวงสรวงเพื่อเริ่มการบูรณะร่วมกับกรมศิลปากร และชาวบ้านในท้องถิ่น เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ.2555 จนกระทั่งเสร็จสมบูรณ์ พร้อมเปิดใช้งานโดยมีการทำบุญเมื่อวันศุกร์ที่ 7 เมษายน พ.ศ.2560 ปรับภูมิทัศน์ให้กลมกลืน เขียวขจี รวมงบประมาณทั้งสิ้นกว่า 30 ล้านบาท

จิตรกรรมบนคอสองถูกเขียนขึ้นตามแบบเดิม

ปลื้มปีติ สมเด็จพระเทพฯ เสด็จยกช่อฟ้า

วันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน พ.ศ.2561 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯไปทรงยกช่อฟ้าศาลาการเปรียญ โดยมี คุณสิริกิติยา เจนเซน พระธิดาในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี วีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม อนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ขรรค์ชัย บุนปาน ประธานกรรมการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ฐากูร บุนปาน กรรมการผู้จัดการบริษัทมติชน และ ปานบัว บุนปาน รองกรรมการผู้จัดการ สายการตลาด บริษัทมติชน พร้อมคณะผู้บริหารบริษัทมติชน เฝ้าฯรับเสด็จ

บรรยากาศในวันนั้นเต็มไปด้วยความปลื้มปีติ ตลอดสองฝั่งถนนสายเล็กๆ เนื่องด้วยเป็นเส้นทางเรือกสวนเดิม ชาวบ้านออกมารวมตัวนั่งพนมมือริมน้ำหน้าบ้านฝั่งตรงข้ามวัด ชมพระบารมีด้วยความจงรักภักดี บ้างก็เดินเท้า พายเรือ กระทั่งว่าจ้างเรือยนต์ออกจากบ้านสวนในคลอง และเมื่อขณะขบวนรถยนต์พระที่นั่งเคลื่อนผ่านท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย ประชาชนต่างก้มลงกราบแนบพื้น เปล่งเสียงถวายพระพร “ทรงพระเจริญ” กึกก้อง เมื่อเสร็จพิธีทรงยกช่อฟ้าศาลาการเปรียญแล้ว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จขึ้นชั้น 2 ทอดพระเนตรธรรมาสน์ยุคกรุงศรีอยุธยาตอนปลายภายในศาลาการเปรียญ และภาพจำหลักไม้ โดยมี ธัชชัย ยอดพิชัย ผู้ช่วยบรรณาธิการนิตยสารศิลปวัฒนธรรม กราบบังคมทูลอธิบาย พระครูวิมลรัตนาธาร หรือ หลวงพ่อจรินทร์ กระต่ายแก้ว เจ้าอาวาสวัดแก้วไพฑูรย์ และประชาชน ทูลเกล้าฯถวายของที่ระลึก


ยังความปลื้มปีติแก่พสกนิกรเป็นล้นพ้น

สภาพทรุดโทรมของจิตรกรรมก่อนการอนุรักษ์
ปฏิสังขรณ์โดยยกพื้นสูงป้องกันน้ำท่วมและแก้ไขปัญหาความชื้นทำระเบียงเพื่อให้เดินชมภาพจำหลักได้รอบ

 

สานต่อด้วยศรัทธา
ปลูกสัก-ตะเคียน พุทธมณฑล อุทัยธานี

นับเป็นกิจกรรมที่เดินหน้าอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 9 สำหรับการอนุรักษ์ธรรมชาติ โดยในโอกาสครบรอบ 27 ปี ก้าวสู่ปีที่ 28 ของหนังสือพิมพ์ข่าวสด 9 เมษายน มีการปลูกไม้สักและไม้ตะเคียนที่ พุทธมณฑล จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งมีเนื้อที่ 154 ไร่ 3 งาน 96 ตารางวา ตั้งอยู่ในหมู่บ้านเด่นโก หมู่ 7 ต.ทุ่งโพ อ.หนองฉาง

“พระราชอุทัยโสภณ” (มนัส สมชาโน) เจ้าคณะจังหวัดอุทัยธานี เจ้าอาวาสวัดหนองขุนชาติ และ สิงห์ชัย ทุ่งทอง อดีต ส.ว.อุทัยธานี ร่วมจัดเตรียมสถานที่บริเวณพุทธมณฑลในการปลูกป่าซึ่งเสร็จสิ้นลงอย่างอิ่มใจถ้วนหน้า

กิจกรรมนี้เป็นการสานต่อเจตนารมณ์ของ พล.อ.ต.อาวุธ เงินชูกลิ่น ศิลปินแห่งชาติผู้ล่วงลับ เพื่อให้มีไม้คุณภาพดีไว้ทำนุบำรุงโบราณสถาน บูรณะซ่อมแซมวัดและอาคารสาธารณประโยชน์ในชุมชน

เน้นความร่วมมือสำหรับวัด โรงเรียนและชุมชน การทำกิจกรรมแต่ละครั้ง ข่าวสดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับการอนุเคราะห์พันธุ์กล้าไม้จากกรมป่าไม้ เฉลี่ยแล้วแห่งละ 300-400 ต้น

นอกจากนี้ยังมีการมอบทุนการศึกษาให้โรงเรียนในท้องถิ่นอีกด้วย

ขรรค์ชัย บุนปาน ประธานฯ เครือมติชน พร้อมคณะผู้บริหารและพนักงานข่าวสด-มติชนร่วมปลูกต้นสัก ตะเคียน ยางนา ที่จังหวัดอุทัยธานี 16 มีนาคม 2561

’10 เล่ม 1,000 โรงเรียน’
เสริมการอ่าน ก่อรากฐานชีวิต

เพราะการอ่านคือรากฐานของชีวิต

โครงการ “10 เล่ม 1,000 โรงเรียน” จึงผุดขึ้นเพื่อมอบหนังสือแก่โรงเรียนและหน่วยงานต่างๆ ทั่วประเทศ โดยจัดส่งหนังสือไปยังโรงเรียนและหน่วยงานต่างๆ ครบ 1,000 แห่ง เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ.2561 หลังจากประกาศให้หน่วยงานที่ต้องการหนังสือเข้าห้องสมุดเพิ่มเติมแจ้งความประสงค์ส่งให้คณะกรรมการพิจารณา

สำหรับหนังสือที่ส่งมอบล้วนเป็นหนังสือคุณภาพ โดยผลิตจาก “สำนักพิมพ์มติชน” และหนังสือที่ได้รับการสนับสนุนโดย มูลนิธิ ศ.ดร.ก่อ สวัสดิ์พาณิชย์ รวม 17 เล่ม มากกว่าเดิมที่ตั้งเป้าไว้ถึง 7 เล่ม

คาดหวังว่าจะมีส่วนทำให้เด็กนักเรียน เยาวชน รวมทั้งประชาชนที่ใช้ห้องสมุดได้อ่าน สร้างความบันเทิงและได้ความรู้

การส่งมอบหนังสือได้ดำเนินการ 3 ครั้ง ครั้งแรกส่งมอบให้ 419 แห่ง ครั้งที่สอง

ส่งมอบให้ 281 แห่ง และครั้งสุดท้ายส่งมอบให้ 200 แห่ง รวมถึงหนังสือที่มอบให้ห้องสมุดกรมราชทัณฑ์อีก 137 แห่งด้วย

ตัวอย่างหนังสือที่มอบให้โรงเรียนต่างๆ ประกอบด้วย สถิตในใจชน, พระจันทร์เรนเจอร์ เมล็ด ไข่ไก่ และเจ้าหญิงนิทรา (My), คือลมหายใจไม่ใช่อากาศ, ซุนวูฉบับการ์ตูน, คำส่องใจ, แมวน้อยอยากนิพพาน, เก้าอี้สารพัดนึก, 7 กฎเหล็กสู่ความเป็นซูเปอร์ฮีโร่, ชีวิตไม่ทิ้งให้ว่างเปล่า, โจเซฟ นีดแฮม ผู้ชายที่หลงรักเมืองจีน, ปฏิบัติการกู้โลกร้อน, 50 คนดังนอกตำรา, พ่อแม่หมายเลข 1 และ 50 สิ่งแรกในเมืองไทยเป็นต้น

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความสำเร็จที่เกิดขึ้นในรอบปีที่ 41 ของ “มติชน” ซึ่งยังคงเดินหน้าโครงการเพื่อสังคมต่อไป อย่างไม่หยุดยั้ง

สมหมาย ปาริฉัตร รองประธานกรรมการ บมจ.มติชนมอบหนังสือแก่ห้องสมุดพร้อมปัญญา และห้องสมุดเรือนจำ-ทัณฑสถานทั่วประเทศ
บทความก่อนหน้านี้น้ำมันขึ้นราคา30-50สต./ลิตรพรุ่งนี้
บทความถัดไปมติสนช. รับหลักการ พ.ร.บ.หวย 140 ต่อ 1 ไฟเขียว ออกสลากรูปแบบใหม่ๆ