คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ฯ ชู Thai Natural Dye คอลเล็กชั่นใหม่ ‘เลสเตอร์ ซิตี้’

ผลการแข่งขันฟุตบอลระหว่างทีมเลสเตอร์ ซิตี้ กับ บอร์นมัธเมื่อวันที่ 30 มีนาคม ที่สนามกีฬาคิง เพาเวอร์ สเตเดียม เมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ ทำให้แฟนทีมเลสเตอร์ ซิตี้ร้อง เฮ เมื่อครบ 90 นาทีปรากฏว่า เลสเตอร์ฯเอาชนะไปได้ 2 ประตูต่อ 0

ในขณะที่บรรดาแฟนบอลนับหมื่นเดินทางกลับ มีบางคนที่หิ้วเอาสินค้าที่จับจ่ายซื้อจาก เดอะ ซิตี้ แฟนสโตร์ กลับไปด้วย

ในจำนวนนี้มี “Thai Natural Dye” คอลเล็กชั่นใหม่ล่าสุดจากประเทศไทยอยู่ด้วย

คอลเล็กชั่นดังกล่าวได้นำภูมิปัญญาไทยทั้งเรื่องการย้อมสีและการทอผ้า ซึ่งสืบทอดในชุมชนทางภาคเหนือของไทยมาผนึกกับการดีไซน์นำสมัยจนกลายออกมาเป็นเสื้อ หมวก และกระเป๋าแบบใหม่ที่ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใคร

แนวคิดเช่นนี้เป็นแนวทางของคิง เพาเวอร์ ที่จัดโครงการ คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย ขึ้นมา โดยมีวัตถุประสงค์ส่งเสริมพลังคนไทยให้โลกได้รับรู้

การใช้ภูมิปัญญาไทยผลิตสินค้าแบรนด์ระดับโลกออกมาเช่นนี้มิได้เพิ่งเกิดขึ้น หากแต่เมื่อปีที่แล้ว คิง เพาเวอร์ เคยทำมาแล้วครั้งหนึ่ง โดยครั้งนั้นเป็นคอลเล็กชั่น INDIGO ใช้ภูมิปัญญาการย้อมผ้าครามจาก จ.สกลนคร ภาคอีสานของไทย มารังสรรค์

แต่คราวนี้คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย ใช้ภูมิปัญญาไทยที่เป็นเอกลักษณ์ จากภาคเหนือ มานำเสนอ

เป็นภูมิปัญญาเส้นใยย้อมสีจากชุมชนปกากะญอ จ.ลำพูน และ ต.ตะเคียนปม จ.ลำพูน

และภูมิปัญญาการทอจกตามแบบเฉพาะแบบ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่

อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา

อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ขยายความว่า จากความสำเร็จของ INDIGO คอลเล็กชั่น

เมื่อปีที่แล้ว คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ และทีมดีไซเนอร์แบรนด์เลสเตอร์ ซิตี้ ประเทศไทย ได้ร่วมพัฒนาคอลเล็กชั่นใหม่ Thai Natural Dye กับสามชุมชนทางภาคเหนือของไทยอย่างใกล้ชิด เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ในการช่วยเหลือชุมชนให้สามารถสร้างอาชีพได้อย่างยั่งยืนจากความถนัดของตัวเอง และภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานหลายยุคสมัย เพื่อให้ตอบโจทย์กับความต้องการของตลาดทั้งไทย ต่างประเทศ และเทรนด์แฟชั่นทันสมัย ใส่ได้ทุกโอกาส

“อัยยวัฒน์” บอกว่า ความพิเศษของคอลเล็กชั่นนี้ คือ การนำเส้นใยย้อมสีธรรมชาติมาทอจกแบบกลับหัวเป็นครั้งแรก จนได้เป็นลายหน้าจิ้งจอก ซึ่งเป็นโลโก้ประจำสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ เรียกได้ว่าเป็นการนำเสนอความงดงาม และเสน่ห์ของผ้าไทยในรูปแบบสากลได้อย่างลงตัว

(ซ้าย) อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา (บน) ถ่ายภาพร่วมกันหลังชมฟุตบอล (ล่าง) ต้นแบบตัวปั๊มลายจิ้งจอกบนหมวก

“ที่ผ่านมา คิง เพาเวอร์ เน้นการให้องค์ความรู้กับผู้ผลิตในชุมชน เพื่อต่อยอดพัฒนาสินค้าพื้นถิ่นให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย และเป็นช่องทางในการจัดจำหน่ายสินค้าไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับโลก สะท้อนขนบธรรมเนียม วิถีชีวิตอันดีงามดั้งเดิม ความเป็นอัตลักษณ์พื้นถิ่นภาคเหนือ และศักยภาพฝีมือคนไทยให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในระดับสากล”

เสื้อยืดมัดย้อมคอกลมแขนสั้น

สําหรับคอลเล็กชั่น Thai Natural Dye Collection นี้ มีที่มาที่ไปที่น่าสนใจ

คอลเล็กชั่นดังกล่าว ริเริ่มจากการศึกษาและทดลองการย้อมสีจากธรรมชาติที่ จ.ลำพูน เพื่อให้ได้สีที่ตอบโจทย์กับ DNA ของเลสเตอร์ ซิตี้ และ คิง เพาเวอร์ และต้องเป็นวัสดุย้อมสีจากธรรมชาติที่เป็นภูมิปัญญาจากชาวบ้าน จึงได้สีหลักสำหรับคอลเล็กชั่นทั้งหมดด้วยกัน 4 สี ที่ผ่านทั้งกระบวนการย้อมแบบธรรมชาติ 2 วิธี

หนึ่ง คือ การย้อมร้อนที่ใช้ความร้อนในการดึงเอาสีออกมาจากต้นพืช

สอง คือ การย้อมเย็น ซึ่งเป็นการดึงสีออกจากวัสดุธรรมชาติ โดยไม่ได้ผ่านกระบวนการความร้อน

กรรมวิธีเหล่านี้เกิดจากการคิดค้นเพื่อให้ได้โทนสีที่สวยงามพอเหมาะ

ดังนั้น พืชหรือวัสดุจากธรรมชาติแต่ละชนิดก็จะมีกระบวนการย้อมร้อนหรือเย็นต่างกันไปเพื่อให้ได้สีเฉพาะในการย้อม

ถ้าเป็น “สีฟ้าและสีน้ำเงิน” ใช้วิธีย้อมเย็น

สีฟ้าและน้ำเงินนี้ มาจากใบของต้นฮ่อม หรือห้อม พืชที่เจริญเติบโตได้ดีในภาคเหนือ และต้องปลูกใกล้กับเทือกเขาเท่านั้น เพราะต้องการความชื้น และอุณหภูมิต่ำ

สีที่ได้จะคล้ายคลึงกับต้นคราม

การเก็บใบสดเพื่อนำมาย้อมสี

ทั้งต้นฮ่อมและต้นครามต่างใช้กระบวนการย้อมเย็นเหมือนกัน เพียงแต่ต้นฮ่อมจะดูแลยากกว่าต้นคราม รวมถึงกระบวนการย้อมจะใช้เวลานานกว่า และมีกรรมวิธีที่ซับซ้อนกว่า

ขยายความการย้อมฮ่อม เริ่มจากการเตรียมขี้ฮ่อม โดย “แช่ใบฮ่อม” ในน้ำสะอาดเป็นเวลา 4 วัน หลังจากครบกำหนดแล้ว นำใบฮ่อมออกจากน้ำโดยบีบใบฮ่อมเพื่อให้สะเด็ดน้ำ แล้วนำน้ำที่ได้นั้นมาผสมกับปูนขาว อัตราส่วนในการผสมคือ ปูนขาว 3 ขีดต่อน้ำ 5 ลิตร

ตามด้วยการใช้ปลายไม้ตำ ย้ำทั่วๆ ให้อากาศเข้าอย่างทั่วถึง จนเกิดเป็นฟองบริเวณผิวน้ำ ทิ้งไว้เป็นเวลา 1 คืนเพื่อให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น

รุ่งเช้า รินน้ำออก และใช้ผ้าขาวบางกรอง เพื่อเก็บส่วนที่เป็นปูนขาวหมัก

ตรงนี้แหละเรียกว่า “ขี้ฮ่อม”

“ขี้ฮ่อม” นี้จะนำไปก่อหม้อฮ่อมสำหรับการย้อมสีต่อมา

(ซ้ายบน) การเก็บใบสดเพื่อนำมาย้อมสี (ขวาบน) การย้อมผ้า (ซ้ายล่าง) วิโรจน์ คำฑิยะ ชุมชนปกากะญอ บ้านแม่แสม อ.ทุ่งหัวช้าง จ.ลำพูน (ขวาล่าง) ทีมดีไซเนอร์ และชุมชน

เมื่อได้ “ขี้ฮ่อม” ก็ต้องมา “เตรียมน้ำด่าง” โดยนำกาบกล้วย ซึ่งเป็นส่วนลำต้นของต้นกล้วย (ส่วนของต้นที่โผล่ขึ้นเหนือจากพื้นดิน) มาเผาเพื่อให้เป็นขี้เถ้า และนำขี้เถ้าที่ได้มาผสมกับน้ำสะอาดเพื่อให้เกิดเป็นน้ำด่าง

สุดท้ายก็มาถึงขั้นตอนที่เรียกว่า “ก่อหม้อฮ่อมและย้อมสี”

การย้อมผ้า

วิธีการย้อม ประกอบด้วย 1.นำขี้ฮ่อมที่ได้จากขั้นตอนที่หนึ่ง และน้ำด่างจากขั้นตอนที่สองมาผสมกัน พร้อมนำมะขามเปียกที่เอาเม็ดออกแล้ว และกล้วยน้ำว้าใส่ลงไปพร้อมกันเพื่อก่อหม้อฮ่อม 2.ตำส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันทุกวัน เป็นเวลา 12 วัน จนกว่าน้ำจะเป็นสีเหลืองอำพันซึ่งจะพร้อมสำหรับการย้อมผ้าแล้ว

3.นำผ้าหรือเสื้อที่ต้องการจะย้อม จุ่มลงไปในหม้อฮ่อม แล้วนำขึ้นมาตากทิ้งไว้ ผ้าที่ย้อมจะเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (oxidation) กับอากาศ แล้วเปลี่ยนสีจากสีเหลืองเป็นสีน้ำเงิน และ 4.การย้อมสามารถย้อมได้หลายครั้งจนกว่าจะได้ความเข้มของสีตามต้องการ โดยจะต้องทิ้งหม้อฮ่อมไว้เป็นเวลา 7 ชั่วโมงอย่างต่ำก่อนการย้อมผ้าในหม้อฮ่อมครั้งถัดไป

ทั้งหมดที่อธิบายมานั้นเป็นเพียงแค่สีฟ้าและสีน้ำเงิน

วิโรจน์ คำฑิยะ ชุมชนปกากะญอ บ้านแม่แสม อ.ทุ่งหัวช้าง จ.ลำพูน

ส่วนสีอื่นๆ ก็มาจากวัถุดิบอื่นๆ ประกอบด้วย “สีน้ำตาลและสีเทา” จะนำผลมะเกลือมาเป็นวัตถุดิบ โดยนำผ้าลงไปย้อมในน้ำที่ผ่านกรรมวิธีการกรองกากผลมะเกลือแช่น้ำด่าง

การย้อมจะทำให้ได้สีน้ำตาลเข้ม และสีเฉดเทา

ขณะที่ “สีส้ม” นั้น มาจากต้นคำแสด และใช้วิธีการย้อมร้อน

ส่วน “สีเหลือง” มาจากใบเพกา ได้มาจากการนำใบสดไปต้มในน้ำเดือด จะทำให้ได้สีเหลืองมัสตาร์ด

ทีมดีไซเนอร์ และชุมชน

สำหรับสีเหลืองนี้ ทีมดีไซเนอร์จากคิง เพาเวอร์ อยากได้สีเหลืองมีความสดเหมือนกับลูกเลมอน จึงใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านเข้ามาช่วย โดยนำสารส้มไปแกว่งตอนผสมกับน้ำด่าง

นอกจากการย้อมสีธรรมชาติอย่างที่กล่าวถึง คอลเล็กชั่นใหม่นี้ยังใช้วิธีการทอผ้าแบบชุมชนทางภาคเหนือของไทย ซึ่งถือเป็น “วิถีของจกแม่แจ่ม” มาร่วมพัฒนา

“การทอจก” เป็นวิธีการทำลวดลายบนผืนผ้า โดยเพิ่มเส้นด้ายพุ่งพิเศษเข้าไปเป็นช่วงๆ ไม่ติดต่อกันตลอดหน้ากว้างของผืนผ้า ใช้ไม้ขนเม่น หรือนิ้วมือยกเส้นด้ายยืนขึ้น แล้วพุ่งเส้นด้ายสีพิเศษต่างๆ เข้าไปตามจังหวะของลวดลาย ผ้าซิ่นตีนจก

ไฝทอง เนตรพงษ์ คนทอผ้าจก

ลวดลายที่ใช้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของคนแม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ซึ่งขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ มีทั้งหมด 16 ลาย

ความมหัศจรรย์ของการร่วมมือครั้งนี้ ก่อนให้เกิดรูปแบบการทอจกกลับหัวที่เกิดจากการ “ทดลอง” จนกระทั่งสำเร็จเป็นนวัตกรรม เกิดเป็นลายทอที่สามารถดูได้ทั้งสองด้านอย่างสวยงาม

โดยเฉพาะโลโก้ที่เป็นหน้าจิ้งจอก และโลโก้ LCFC นั้นไม่ได้เป็นการทอปกติและทางชุมชนยังไม่เคยทำมาก่อน

ต้นแบบตัวปั้มลายจิ้งจอกบนหมวก

ทั้งเสื้อ หมวก และกระเป๋าที่ผลิตออกมาจึงมีอัตลักษณ์ไม่เหมือนใครในโลก

ส่วนลวดลายที่ใช้คือลวดลายที่เป็นมงคล ทั้งลายทอจก ลายดอกจัน ลายโกม ซึ่งเป็นลายทอหน้าหมอน และดีไซเนอร์นำไปใช้ทอหน้าหมวกในคอลเล็กชั่นนี้

เป็นลายที่แตกต่างจากลายบนผ้าซิ่นทั่วไป

เป็นไอเดียของชุมชนที่มองว่า ลวดลายบนหมวกซึ่งต้องสวมบนศีรษะ ไม่ควรจะเป็นลายที่เหมือนกับผ้าซิ่นมาใช้

หมวกผ้าทอตีนจก

ด้วยระยะเวลาประมาณ 1 ปี จากการสำรวจ ค้นหา ทดลอง และผลิต ในที่สุด คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย ก็ได้นวัตกรรมใหม่ออกมา

ทีมดีไซเนอร์ได้ลงไปคลุกคลีอยู่กับปราชญ์ชาวบ้านและชาวบ้านที่มีฝีมือด้านการย้อมผ้าและการทอ

ทั้ง “ไฝทอง เนตรพงษ์” มือทอผ้าจาก จ.เชียงใหม่ ทั้ง “วิโรจน์ คำธิยะ” “รัตนา หลักคำ” ทั้ง “เจนจิรา จอมแปง” จาก จ.ลำพูน

กระทั่งกลายเป็นนวัตกรรมที่นำภูมิปัญญาไทยมาต่อยอด กระทั่งกลายเป็นสินค้าระดับอินเตอร์ มีทั้งเสื้อผ้ายืดมัดย้อมคอกลมแขนสั้น 3 แบบ ราคา 1,250 บาท กระเป๋า Tote มัดย้อม พิมพ์ลายหน้าจิ้งจอก ราคา 1,250 บาท หมวกผ้าทอตีนจก 2 แบบ ราคา 1,350 บาท และหมวกมัดย้อมสี ราคา 1,100 บาท

คอลเล็กชั่นใหม่ดังกล่าวได้ออกสู่สายตาชาวโลกไปเมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา ที่ประเทศอังกฤษวางจำหน่าย ณ เดอะ ซิตี้ แฟนสโตร์ แอท คิง เพาเวอร์ สเตเดียม เมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ

สำหรับประเทศไทยมีจำหน่ายที่ คิง เพาเวอร์ สาขารางน้ำ, พัทยา, ศรีวารี, ภูเก็ต และคิง เพาเวอร์ มหานคร ภายในสนามบินดอนเมือง, สนามบินสุวรรณภูมิ, สนามบินภูเก็ต และสนามบินอู่ตะเภา

หลังเปิดตัวคอลเลกชั่นใหม่ เริ่มมีผู้เข้ามาเลือกซื้อ

หลายต่อหลายคนที่ไปชมฟุตบอลระหว่างเลสเตอร์ ซิตี้ กับ

บอร์นมัธ จึงพกพาเอาเสื้อ หมวก และกระเป๋าที่เป็นคอลเล็กชั่นใหม่ของเลสเตอร์ ซิตี้ กลับบ้านด้วยความอิ่มเอม

เอมอิ่มทั้งผลฟุตบอลที่คว้าชัย และความสวยงามจากเสื้อผ้าที่อวดภูมิปัญญาจากภาคเหนือของไทยให้โลกได้ซึมซาบ

รับทราบความประณีตจากฝีมือคนไทยที่มีดีไซน์ระดับอินเตอร์ และมีคุณภาพระดับโลก

ถือเป็นอีกก้าวในการผลักดัน “พลังคนไทย” สู่เวทีโลก

ถ่ายภาพร่วมกันหลังชมฟุตบอล

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้โคราชประเดิมเซ่น 3 ศพ ปิกอัพป้ายแดงชนต้นไม้ข้างทาง
บทความถัดไปโครงการลดวันละถุง…คุณทำได้ เฟส 2 ดึง BNK48 ผนึกกำลังพี่ตูน