ผิดกฎหมาย! อย่าให้คนงานขึ้น ‘เครน’ วิศวกรรมสถานฯแนะใช้นวัตกรรม-ลดสูญเสีย

เป็นข่าวคราวให้สังคมไทยตกอยู่ในความสลดอยู่บ่อยครั้ง เมื่อเกิดอุบัติเหตุจากการใช้เครนในเมืองใหญ่ที่กำลังพัฒนาเศรษฐกิจและคมนาคมขนส่งทั้งการก่อสร้างอาคารสูง ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานต่างๆ ซึ่งขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในเครื่องจักรกลขนาดใหญ่อย่าง ปั้นจั่น หรือเครน ได้ถูกมาใช้เป็นเครื่องทุ่นแรงและอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจและอุตสาหกรรม โดยเฉพาะภาคธุรกิจการก่อสร้างอาคารสูงระฟ้า มีผู้ประกอบการให้เช่าและตัวแทนจำหน่ายปั้นจั่นกว่า 200 ราย และมีการใช้งานเครนรวมทั่วประเทศกว่า 1,500 เครื่อง

แน่นอนว่าความปลอดภัยคือหัวใจสำคัญ ทว่าทุกวันนี้ยังเกิดเหตุเครนพังถล่ม อีกทั้งการปล่อยให้คนงานโดยสารขึ้นไปพร้อมกับการขนวัสดุในงานก่อสร้าง เช่น บักเก็ตปูน ซึ่งก่อให้เกิดการพลัดตกลงมาเสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัส สร้างความสูญเสียที่ไม่อาจเรียกคืน

ประเด็นนี้ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ไม่รอช้า ออกมาแจ้งเตือนกันอย่างจริงจัง โดยผู้เชี่ยวชาญที่คุ้นหน้าอย่าง หฤษฎ์ ศรีนุกูล คณะอนุกรรมการวิศวกรรมยกหิ้วและปั้นจั่นไทย

“ปกติการสัญจรของคนงานในไซต์ก่อสร้างอาคารสูงต้องขึ้นผ่านบันไดอาคาร หรือลิฟต์ก่อสร้างในกรณีที่เป็นอาคารสูง 20-30 ชั้น เมื่อเร็วๆ นี้มีเหตุร้าย เครนยกกระบะทรายสะลิงขาดเป็นเหตุให้คนงานทั้ง 3 คน ที่นั่งโดยสารขึ้นไปกับเครนหรือปั้นจั่นด้วยนั้นร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิต 1 คน เพราะไม่ต้องการเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นที่จะโยกเทบักเก็ตกระบะทรายที่เครนขนส่งขึ้นไป ถึงแม้คนงานจะมีการใช้อุปกรณ์ป้องกันการตกจากที่สูงแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถรักษาชีวิตไว้ได้ เนื่องจากคนงานได้คล้องเกี่ยวอุปกรณ์เซฟตี้กันตกไว้กับรอกตะขอยกที่สะลิงขาด” หฤษฎ์กล่าว

อีกกรณีที่พบบ่อยเช่นกัน คือการปล่อยให้คนงานขึ้นไปกับบักเก็ตบรรจุปูนเพื่อทำหน้าที่โยกเทปูนบนชั้นสูงของอาคารก่อสร้าง ในบางครั้งจะพบว่าคนงานได้ขึ้นเครนไปตั้งแต่โหลดปูนที่ท้ายรถโม่ปูนเลยทีเดียว

ผู้เชี่ยวชาญท่านนี้ยังย้ำว่า ผู้ประกอบการและหัวหน้างานควรเร่งพัฒนาให้ความรู้ในหลักการทำงานตามกฎแห่งความปลอดภัยแก่ผู้ปฏิบัติงานและให้เกิดความตระหนักใส่ใจเห็นความสำคัญและรับผิดชอบด้านความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน ตลอดจนให้กระตุ้นเตือนผู้ที่ทำงานร่วมกับเครน หรือปั้นจั่นต้องมีการปฏิบัติการที่ดีและยึดกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด

“อยากให้ผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับปั้นจั่นหรือเครนช่วยกันพิจารณาหาวิธีหรือนวัตกรรมกระบวนการใหม่ๆ ที่ไม่ต้องให้คนงานต้องสุ่มเสี่ยงต่ออันตรายที่จะเกิดขึ้น เพื่อป้องกันและลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย จึงขอเน้นย้ำผู้ประกอบการและผู้ปฏิบัติงานให้ตระหนักถึงอันตรายที่ต้องเผชิญจากความประมาทเลินเล่อและอาจไม่รู้ แง่มุมความคุ้มครองทางกฎหมายแรงงาน ทั้งนี้ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับปั้นจั่นหอสูง จากกฎกระทรวงได้กำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง พ.ศ.2551 ซึ่งได้กำหนดไว้ว่า ‘ให้นายจ้างควบคุมดูแลมิให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในห้องควบคุม หรือในรัศมีการทำงานของเครื่องจักร และควบคุมดูแลมิให้ผู้ใดห้อยโหน เกาะ ยืน หรือโดยสารไปกับเครื่องจักรซึ่งเคลื่อนที่ได้และมิได้จัดไว้เพื่อการนั้น ในกรณีมีลูกจ้างทำงานในรัศมีการทำงานของเครื่องจักร นายจ้างต้องดูแลระมัดระวังมิให้ลูกจ้างได้รับอันตรายจากเครื่องจักรหรือวัสดุสิ่งของที่ตกจากเครื่องจักรนั้น'”

แม้เป็นเพียงคนเล็กๆ ของสังคม ก็มีสิทธิได้รับความคุ้มครองไม่แตกต่าง เพราะทุกชีวิตในโลกนี้ ย่อมมีค่าอย่างเท่าเทียม

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ชมคลิป ปราจีนบุรีตาวัย 85 เครียด ค่าน้ำประปาเดือนละหมื่น 2 เดือนติด!
บทความถัดไป“บิ๊กป้อม”ลงพื้นที่เมืองสองแคว ลุยมอบโฉนดที่ดินคืนความสุขให้พี่น้องประชาชน