จุดพลัง เติมฝันนักเตะเยาวชน ‘กัลฟ์-ปราสาทสายฟ้า’ ลุยมอบสนามฟุตบอล

ดูเหมือนสนามหญ้าสีเขียวขจีจะยังไม่เป็นที่ชินตาของเยาวชนและคนในชุมชนบ้านหัน อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ มากนัก ทว่า นี่คือ ฝัน ที่พวกเขารอคอย และวันนี้ได้รับการเติมเต็มอย่างสมบูรณ์

“สนามฟุตบอลขนาดมาตรฐาน” ได้รับการเนรมิตอย่างงดงามจาก บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) และ “ปราสาทสายฟ้า” สโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างและดูแลสนามฟุตบอล “ช้างอารีน่า” ของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เข้ามาดำเนินการปรับปรุงสนามฟุตบอลเก่าภายใน โรงเรียนชุมชนบ้านหัน ให้มีมาตรฐานสากล และใช้งานได้อย่างปลอดภัย

การพลิกโฉมสนามฟุตบอลนี้เป็นส่วนหนึ่งของ โครงการ Gulf Football Camp : ชาร์จพลังปลุกฝันนักเตะเยาวชน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโครงการภายใต้การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของ “กัลฟ์” ที่มุ่งมั่นเป็นบริษัทพลังงานชั้นนำของไทย พร้อมสร้างมูลค่าทางธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าร่วมอย่างยั่งยืนให้แก่สังคม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ที่บริษัทเข้าไปตั้งโรงไฟฟ้า การเติบโตของเศรษฐกิจ ความร่วมมือภายในชุมชน และการพัฒนาสังคมด้านต่างๆ อาทิ การศึกษา สาธารณสุข การกีฬา เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติในหลากหลายมิติ

นอกเหนือจากการปรับปรุงสนามฟุตบอลเก่าในชุมชนให้ได้มาตรฐานแล้ว “กัลฟ์ฟุตบอลแคมป์” ยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมสุดคูล Trial Tournament ที่ “กัลฟ์” และ “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด” ร่วมกันเฟ้นหาเยาวชนไทย 4 คน อายุ 11-12 ปี ที่มีความสามารถด้าน “ฟุตบอล” โดดเด่น เดินทางไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์กับ “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทีมดังในศึกบุนเดสลีกา ที่ประเทศเยอรมนี เป็นเวลา 7 วัน

4 เยาวชนที่ผ่านการคัดเลือกจากโครงการ “กัลฟ์ฟุตบอลแคมป์” ร่วมเปิดประสบการณ์ฟุตบอลกับ “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่เยอรมนี ก่อนจะได้เป็นสมาชิก “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อะคาเดมี” โดยอัตโนมัติ

4 แข้งจิ๋วที่ผ่านการคัดเลือกได้เดินทางไปเก็บเกี่ยววิชาลูกหนังกับ “ดอร์ทมุนด์” แล้วเรียบร้อย ประกอบด้วย จักรภัทร มีศรี, รัฐพล อินทรสมพันธ์, ศิวกร ฉิมพงษ์ และภัทรพงศ์ ศรีทอง ภายหลังการฝึกซ้อมที่ต่างประเทศ เยาวชนทั้ง 4 คน ยังตีตั๋วเป็นสมาชิกของ “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อะคาเดมี” แบบอัตโนมัติ

10 กรกฎาคม ยามแดดร่มลมตก นอกจากจะมีพิธีส่งมอบสนามฟุตบอลให้ ร.ร.ชุมชนบ้านหันแล้ว ยังมีโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลนัดกระชับมิตรระหว่างทีมเยาวชนโรงเรียนบ้านหัน VS ทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อะคาเดมี โดย 4 นักเตะเยาวชนจาก “กัลฟ์ฟุตบอลแคมป์” ร่วมประชันฝีเท้า

ระหว่าง 4 แข้งจิ๋วเก็บวิชาลูกหนังกับดอร์ทมุนด์

เปิด ‘เรียงความ’ ชนะเลิศ
เจ๋งขนาดไหน ถึงชนะใจกรรมการ?

ก่อนหน้านี้ กิจกรรม “กัลฟ์ฟุตบอลแคมป์” เปิดให้มีการส่งเรียงความหัวข้อ สนามฟุตบอลของฉัน ปลุกฝันนักเตะเยาวชน เพื่อให้คณะกรรมการพิจารณาและคัดเลือกสนามฟุตบอลจากทั่วประเทศที่ต้องการปรับปรุงให้สามารถฝึกซ้อมได้อย่างมีมาตรฐานและใช้งานได้อย่างปลอดภัย

ในที่สุด สนามของโรงเรียนชุมชนบ้านหัน จ.ชัยภูมิ ก็เข้าตากรรมการ ได้รับเลือกให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าปรับปรุงและพัฒนา กระทั่ง “กัลฟ์” และ “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด” ร่วมกันส่งมอบเมื่อไม่นานมานี้

วันนั้น มีการเปิดเผย “คลิปเสียง” สำคัญ นั่นคือเรียงความชนะเลิศโดย ชุมพล งามผ่อง หรือครูแมน ครูพลศึกษาของ ร.ร.ชุมชนบ้านหัน พร้อมควบตำแหน่ง โค้ชจิตอาสาทีม FC บ้านหัน

ครูแมนเล่าว่า ความฝันของเขาคือการมีสนามฟุตบอลที่มีมาตรฐานให้เด็กและเยาวชนฝึกซ้อม โดยปัจจุบัน ตนเองเป็นโค้ชฟุตบอลจิตอาสาทีม FC บ้านหัน ให้กับเยาวชนและเด็กๆ ในชุมชนบ้านหัน ซึ่งเป็นชุมชนที่ผู้ปกครองส่วนใหญ่มีฐานะยากจน ทว่า ให้ความสำคัญและให้การสนับสนุนการเล่นกีฬาฟุตบอลอย่างมาก ตลอดจนเยาวชนและเด็กๆ ก็ชื่นชอบการเล่นฟุตบอลเช่นกัน

“เรามีสมาชิกที่รักการเล่นฟุตบอล ทั้งเด็กและเยาวชนกว่า 40 คน ทุกๆ วันจะฝึกซ้อมในเวลา 05.30 น. และ 16.00 น. เริ่มแรก สนามที่ทำการฝึกซ้อมทุกวันเป็นสนามที่ไม่มีหญ้า ประตูก็ไม่มี อุปกรณ์การเล่นหายาก ผมและผู้ปกครองจึงช่วยกันจัดหาซื้อสิ่งที่ขาดแคลน เพื่อพัฒนาการเล่นฟุตบอลของเยาวชนและเด็กๆ จนได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น โรงเรียน องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แต่ปัจจุบันพวกเรายังขาดแคลนและต้องการสนามที่มีหญ้า เพราะปัญหาและอุปสรรคที่พบคือ เมื่อเด็กๆ ฝึกซ้อมและหกล้ม ทำให้ได้รับบาดเจ็บ ต้องเสียเวลาฝึกซ้อม ทำให้การฝึกซ้อมไม่ต่อเนื่อง ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 ผมได้นำเด็กๆ ไปคัดตัวที่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อะคาเดมี รุ่น U10, U11, และ U12 ผลการคัดเลือกทำให้ ด.ช.คมธง หารธงไชย นักเรียนชั้น ป.4 สามารถผ่านการคัดเลือกรุ่น U10

ชุมพล งามผ่อง หรือครูแมน โค้ชจิตอาสาทีม FC บ้านหัน

“จากเด็กบ้านนอกที่รักการเล่นฟุตบอล ทั้งๆ ที่ไม่มีสนามหญ้าในการฝึกซ้อม แต่สามารถผ่านการคัดเลือกเข้าไปในทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อะคาเดมี รุ่น U10 ทำให้หัวใจของผมพองโตและมีกำลังใจที่จะฝึกสอนเด็กๆ และเยาวชนเหล่านี้ต่อไป จากผลสำเร็จครั้งนี้ ทำให้เด็กๆ ต่างมีความฝันในการเล่นฟุตบอล บางคนอยากติดทีมชาติ บางคนอยากเล่นฟุตบอลอาชีพ นี่คือความฝันของเด็กๆ ในทีมหลังกลับมาจากการคัดตัวที่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อะคาเดมี ผมได้ทำในสิ่งที่ผมรักและชื่นชอบ เพราะการเล่นกีฬาฟุตบอลช่วยให้ร่างกายเด็กๆ แข็งแรง รักการออกกำลังกาย มีการใช้ทักษะต่างๆ ในการเคลื่อนไหว ที่สำคัญคือเยาวชนไทยห่างไกลยาเสพติด ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ห่างไกลจากมือถือ และไม่ติดเกม” คลิปเสียงครูแมนดำเนินต่อเนื่อง ก่อนจะเข้าสู่ช่วงสุดท้าย

ความฝันของผมจะสำเร็จได้อีกครั้ง ถ้าสามารถหาสนามฟุตบอลที่ได้มาตรฐานให้เด็กๆ ฝึกซ้อมทุกๆ วัน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านคณะกรรมการผู้พิจารณาจะให้ความอนุเคราะห์สนามฟุตบอลที่ได้มาตรฐานในการฝึกซ้อมฟุตบอลให้กับเด็กๆ ผู้ด้อยโอกาส ที่มีความรักในกีฬาฟุตบอลต่อไป

ฝันให้ไกล ไปให้ถึง

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ครูแมน หรือโค้ชแมนคนนี้ คือคนเดียวกับที่เคยปลุกปั้นแข้งเยาวชนรุ่น U13 ให้ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด จนประสบความสำเร็จมาแล้ว

พัฒนาการของเด็กในเมือง ทำให้เขา “คิดถึงบ้านเกิด” ด้วยหวังจะพัฒนาเด็กและเยาวชนในต่างจังหวัดให้ได้ฝึกฟุตบอลอย่างถูกวิธี

“ผมออกจากตรงนั้นมาทำตรงนี้ มาทำที่บ้านเกิด จ.ชัยภูมิ ซ้อมมาปีกว่าๆ จนน้องแซน ด.ช.คมธง หารธงไชย ติดทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อะคาเดมี หลังจากนั้นได้มาเจอเพจเฟซบุ๊ก GulfSPARK ให้เขียนเรียงความเพื่อปรับปรุงสนาม จึงนำเรื่องราวตลอดปีกว่าๆ มาเขียนลงไป”

ถามถึงฝีเท้าเด็กๆ บ้านหัน ครูแมนถึงกับส่ายหัว “ตอนแรกน้องๆ ยังไม่เป็นอะไรเลย เริ่มจากศูนย์หมด ยากมากครับ เหนื่อย แถมอุปกรณ์ก็ไม่มี”

“เมื่อก่อนสนามไม่มีหญ้า เป็นดิน เป็นฝุ่น ฤดูแล้งเหมือนหมอกลง ได้แต่คิดว่าจะทำอย่างไรให้เด็กๆ ได้ซ้อมในสนามดีๆ ตอนแรกจะหาผู้สนับสนุน แต่ไม่มี ตอนนี้มีแล้ว (ยิ้ม)”

พิธีส่งมอบสนามฟุตบอลขนาดมาตรฐานให้กับโรงเรียนชุมชนบ้านหัน จ.ชัยภูมิ เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา

จนถึงตอนนี้ สนามหญ้าก็มี อุปกรณ์การเล่นก็เริ่มพร้อม ถามว่าวาดหวังให้เด็กๆ เยาวชนทีมบ้านหันไปได้ไกลถึงขนาดไหน ครูแมนบอกว่า อยากให้เขาติดทีมชาติ

เพราะทุกคนมีสิทธิจะฝัน และสามารถทำให้เป็นจริงได้ โดยเฉพาะในวันนี้ที่ “น้องแซน” ยกระดับฝีเท้าจนพาตัวเองเข้าไปอยู่ใน “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อะคาเดมี” กลายเป็นไอดอลของเด็กในหมู่บ้าน ซึ่งครูแมนมองว่านี่คือแรงบันดาลใจของเด็กๆ ที่ในวันข้างหน้าอยากจะเป็นเช่นนั้นบ้าง

‘ชุมชนบ้านหัน’ ความเข้มแข็งยืนหนึ่ง

การคัดเลือกให้สนามฟุตบอลแห่งใดได้รับการพัฒนาไม่ใช่เรื่องง่าย ทว่า ความโดดเด่นของ “ชุมชนบ้านหัน” คือความร่วมมือ ร่วมใจ จนผู้สนับสนุนต่างเห็นพร้อมให้การช่วยเหลือ

“ผมเป็นหนึ่งในทีมงานที่เข้ามาเซอร์เวย์ว่าสนามไหนที่เรากับกัลฟ์จะเข้ามาพัฒนาให้ วันแรกที่มาถึงสนามฟุตบอล ร.ร.บ้านหัน ไม่ได้เป็นรูปแบบนี้ ไม่ได้เขียวแบบนี้ แถมฝุ่นยังเยอะนิดหน่อย แต่เมื่อเข้ามาแล้วรู้สึกประทับใจ”

วรุศม์ หิตาธาร รองผู้อำนวยการสายงานการตลาดและการสื่อสาร บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จำกัด เอ่ยด้วยความชื่นชม

พร้อมกล่าวว่า ความตั้งใจและความร่วมมือร่วมใจกันของทุกคนในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่ในโรงเรียน หรือเด็กๆ ที่ออกมาให้การต้อนรับเป็นอย่างดี หลังจากคุยกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องแล้ว เรารู้ว่าทางโรงเรียนสามารถดูแลและพัฒนาสิ่งที่เรามอบให้ได้ ซึ่งจะทำให้เด็กๆ ได้มีโอกาสฝึกซ้อมฟุตบอลในสนามที่มีคุณภาพ มาตรฐาน เพื่อพัฒนาตัวเองไปเป็นนักฟุตบอลอาชีพในอนาคต

เช่นเดียวกับอีกหนึ่งหัวเรือใหญ่ ธนญ ตันติสุนทร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานกิจการองค์กร บมจ.กัลฟ์ ที่ให้ความสำคัญกับกีฬาฟุตบอล ด้วยมองว่าเป็นกีฬาที่มีรากฐาน และได้รับความนิยมตลอดมาในสังคมไทย

ธนญ กับเด็กๆ ทีมเยาวชนโรงเรียนชุมชนบ้านหัน

“กีฬาฟุตบอลเข้าถึงได้ง่าย โดยเฉพาะทุกพื้นที่ที่เราไปทำกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นที่ที่มีโรงไฟฟ้าหรือไม่ก็แล้วแต่ ส่วนใหญ่จะเห็นว่าทุกที่มาขอสนับสนุนทีมฟุตบอล ซึ่งมันมีดีมานด์อยู่ในกีฬาฟุตบอลอยู่แล้ว ทุกคนมีความฝัน อยากทำทีม โค้ชก็อยากมี ผอ.โรงเรียน ห้างร้านในท้องถิ่น ทุกคนมีส่วนร่วมทั้งนั้น ไม่ใช่ว่าเราทำคนเดียว ทุกที่ที่เราไปร่วม ทีมที่เราเป็นสปอนเซอร์อยู่มากมายล้วนมีสปอนเซอร์ท้องถิ่นอยู่ด้วย เขาแข็งแรงอยู่แล้ว ดังนั้น นี่คือเรื่องของท้องถิ่นที่เขามีความต้องการการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่จริงๆ ผมว่านี่เป็นกิจกรรมที่ดี และสมควร

“เป้าหมายของกิจกรรมนี้คือด้านสุขภาพพลานามัย ทำให้คนห่างไกลยาเสพติด รวมทั้งเกิดความรัก ความสามัคคี ซึ่งทั้งหมดนี้ได้มาจากกีฬาฟุตบอล กัลฟ์สนับสนุนฟุตบอลมาตลอด และเชื่อว่าไม่น่าจะผิดทาง ที่สำคัญคือเราทำเพื่อสร้างความฝัน จุดพลังให้ทุกคน จนเขาเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจเรา สามารถสานต่ออย่างอื่นได้”

เดินหน้าลุย ‘กัลฟ์ฟุตบอลแคมป์’

“เปรียบเทียบกับโครงการอื่นที่เราเข้าไปทำ หรือแม้แต่ที่เราทำเอง ผมว่ามันไม่ได้เข้มแข็งขนาดนี้ แต่ที่นี่โดนใจจริงๆ ตรงใจกับที่ได้คุย คือเราเลือกคนที่ดี เก่ง อิน เงิน 1 บาทที่เราให้อาจจะเป็น 1 บาทกว่า หรือจะเต็มบาทจริงๆ แต่ถ้าเราเลือกไม่ดี ทำแค่อยากทำ เงิน 1 บาท อาจเหลือ 25 หรือ 50 สตางค์ก็ได้ แต่นี่ต้องชมทางชุมชนและทีมบุรีรัมย์ด้วย เขาเข้มแข็งมาก” ธนญชื่นชมต่อเนื่อง

เขายืนยันว่า การคัดเลือกชุมชนบ้านหันผ่านการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน คุยแล้ว คุยอีก สำรวจความร่วมมือคนในชุมชน แรงซัพพอร์ตจากท้องถิ่น ไม่ใช่การเลือกแบบที่ไม่มีใครสนใจกีฬาฟุตบอล ขาดแรงสนับสนุนจากหมู่บ้าน แต่เป็นเพราะว่าพื้นที่ดังกล่าวมีความแข็งแรงและมีความสามารถในการดูแล

สนามฟุตบอล ร.ร.ชุมชนบ้านหัน ระหว่างการพัฒนาโดยผู้เชี่ยวชาญที่ดูแลสนามให้กับสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (ภาพจากเฟซบุ๊ก FC Banhun)

สำหรับกิจกรรม “Trial Tournament” คัดเลือกนักเตะเยาวชนร่วมบินหาประสบการณ์กับทีมดอร์ทมุนด์นั้น ธนญมองว่า เขามีพาร์ตเนอร์ที่ถูกต้องและเหมาะสมแล้ว ไม่ว่าจะทีมดอร์ทมุนด์ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด รวมทั้งชุมชนบ้านหันที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าพัฒนาสนามฟุตบอล เพราะทุกฝ่ายมีความเข้าใจและอินกับเรื่องที่ตัวเองทำ

ก่อนจากกัน ธนญรับปากว่า “กัลฟ์” เดินหน้าลุยโครงการ “กัลฟ์ฟุตบอลแคมป์ : ชาร์จพลังปลุกฝันนักเตะเยาวชน” แน่นอน แต่จะมาในรูปแบบไหน ติดตามกันได้ที่เพจเฟซบุ๊ก GulfSPARK

บทความก่อนหน้านี้ผู้ว่าฯ แถลงข่าวสรุป 20 ผู้บาดเจ็บ 2 สูญหาย ศาลาทรงไทยริมแม่กลองถล่ม
บทความถัดไปไฟไหม้โรงงานซิลิโคนย่านบางปู หึ่งเคยถูกสั่งปิดกิจการนานกว่าเดือน