จากสยามถึงกัมพูชา ค่อนทาง ‘ธรรมยาตรา 5 แผ่นดิน’ สานสัมพันธ์ลุ่มน้ำโขงแน่นแฟ้น

เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างงดงาม ยิ่งใหญ่ บ่งนัยยะแห่งพลังศรัทธาในพระพุทธศาสนาสำหรับขบวน “ธรรมยาตรา 5 แผ่นดินลุ่มน้ำโขง ตามรอยพระอริยสงฆ์” ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ด้วยความร่วมใจของสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 ชมรมโพธิคยา และมูลนิธิวีระภุชงค์ นับแต่ พระมหาผ่อง สะมาเลิก อดีตประธานองค์การพุทธศาสนาสัมพันธ์ลาว รูปที่ 4 มีแนวคิดสนับสนุนกิจกรรมดังกล่าว กระทั่งกลายเป็นประวัติศาสตร์ร่วมสมัยครั้งสำคัญ โดยในครั้งนี้มีการปฐมนิเทศก่อนพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในช่วงสายของวันอังคารที่15 ตุลาคม ณ โรงแรมเวียงอินทร์ อ.เมืองเชียงราย ก่อนจัดพิธีบวงสรวงพระบรมธาตุพุทธนิมิตเจดีย์ พระธาตุผาเงา จ.เชียงราย เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยมี ดร.วินัย วีระภุชงค์, นางนวลละออ วีระภุชงค์,นายอภัย จันทนจุลกะ รองประธานชมรมฯ นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย, นายสุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการฯ ร่วมพิธี

ครั้นถึงห้วงเวลาสำคัญ พระสงฆ์จาก 5 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา เมียนมา สปป.ลาว เวียดนาม และ ไทย เดินทางมาเตรียมเข้าร่วมพิธีเปิดอย่างพร้อมเพรียง สมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และรองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ไพโรจน์ พานิชสมัย สมาชิกวุฒิสภา เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ประธานเปิดงาน ภายในงานยังมีพระสงฆ์ระดับสมเด็จและประธานจาก 4 ประเทศ ประกอบด้วย สมเด็จพระมหาธีราจารย์ ผู้แทนสมเด็จพระสังฆราชฯ และตัวแทนพระสงฆ์ จาก 4 ประเทศ อาทิ พระหลักแก้ว มหาสุเมทาธิบดี (มหาบุนมา สิมมาพรหม) รองประธานสงฆ์ สปป.ลาว, พระ Baddanta Sandimar Bivumsa จากประเทศเมียนมา, พระทิด เถี่ยน ตัม รองประธานสงฆ์เวียดนาม และ สมเด็จมงรา รองสังฆราชกัมพูชา, ภาสกร บุญญลักษม์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย

ไพโรจน์ พานิชสมัย นำตัวแทน 5 ชาติ ร่วมเปิดโครงการธรรมยาตรา ที่วัดพระธาตุผาเงา จ.เชียงราย
ไพโรจน พานิชสมัย

ณัฏฐวุฒิ โพธิสาโร อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ กัมพูชา กรรมการฝ่ายต่างประเทศ สถาบันฯ, ศรชัย มุ่งไธสง อธิการบดี ม.ราชภัฏเชียงราย, คินฉ่วย ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ชมรมฯ หัวหน้าฝ่ายต่างประเทศเมียนมา, จันทวง เสนีมาดมนตรี รองประธาน, แก้วเจริญ เชียยิ่งยาง อธิบดีกรมโฆษณา ศูนย์กลางแนวลาวสร้างชาติ , เขียว กันนะฤทธิ์ รมว.กระทรวงข่าวสาร กัมพูชา, พรเทพ อดีตรองประธานศาลฎีกา, สุรพล มณีพงษ์ เอกอัครราชทูตประจำกระทรวงการต่างประเทศ เลขาธิการสมาคมมิตรภาพไทย-กัมพูชา, เกษม มูลจันทร์ รองเลขาธิการฯ, นพ.มณฑล ตรีรัตน์ตระกูล ที่ปรึกษาฯ, คมคาย อุดรพิมพ์ นายก อบจ. จ.มหาสารคาม

ตระการด้วยขบวนแห่ศิลปวัฒนธรรมล้านนา ขบวนแห่พระและตราสัญลักษณ์โครงการธรรมยาตรา 5 แผ่นดิน จัดโดย ม.ราชภัฏเชียงราย เปิดการเดินทางก้าวแรกอย่างงดงาม

จากเชียงราย ถึง ‘เชียงตุง’ สานพุทธศาสน์แห่งรัฐฉาน

เช้าตรู่ของวันพุธ 16 ตุลาคม มีพิธีทางศาสนาในพระอุโบสถ ที่พระธาตุดอยเวา จังหวัดเชียงราย ตักบาตรพระสงฆ์ 400 รูป จากนั้นขบวนธรรมยาตราออกเดินข้ามแดนจากจังหวัดเชียงราย เข้าสู่ “เมียนมา” ที่ด่านท่าขี้เหล็ก พุทธศาสนิกชนพม่าและไทยร่วมใส่บาตรล้นหลาม อบอุ่นใจในธรรมแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วมุ่งหน้ายัง “วัดพระมหามัยมุนี” เมืองเชียงตุง รัฐฉาน สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ซึ่งมีชาวพุทธสวมชุดตามกลุ่มชาติพันธุ์สีสันสดใสเดินเท้าออกมาต้อนรับอย่างเนืองแน่น

ออง ตาน หม่อง รัฐมนตรีกลุ่มชาติพันธุ์รัฐฉาน ซึ่งกำกับดูแลพุทธศาสนา กล่าวว่า มีการให้อิสระในการนับถือศาสนากับชาวเมียนมา โดย 90% นับถือพุทธศาสนา นอกจากนั้นนับถือศาสนาฮินดู อิสลาม และคริสต์ แต่ไม่มีความขัดแย้งกัน

“รัฐฉาน มี 33 ชนเผ่า โดยในเมืองเชียงตุงมี 14 ชนเผ่า ในฐานะที่กำกับดูแลกรมศาสนา มีความยินดีที่ได้ต้อนรับขบวนธรรมยาตรา 5 แผ่นดินลุ่มน้ำโขง ซึ่งโครงการนี้ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านวัฒนธรรม จึงรู้สึกเป็นเกียรติที่มาเยือนเมียนมาเป็นประเทศแรก”

เดินทางถึงวัดพระมหามัยมุนี เมืองเชียงตุง ประเทศเวียดนาม ชาวรัฐฉานร่วมต้อนรับเนืองแน่น

ด้าน แสง ทิพ หลง รัฐมนตรีกระทรวงไฟฟ้าและอุตสาหกรรม เล่าถึงความรู้สึกว่า โครงการธรรมยาตรา 5 แผ่นดินลุ่มน้ำโขง ทำให้ชาวพุทธเกิดการรวมตัวกัน ในชีวิตกว่า 50 ปีที่ผ่านมาไม่เคยเห็นกิจกรรมธรรมยาตราเช่นนี้มาก่อน อย่างไรก็ตาม เมื่อเมียนมาเข้าสู่ประชาธิปไตย ก็ได้เห็นความร่วมมือของ 5 ประเทศรวมตัวกันโดยอาศัยพุทธศาสนาเชื่อมความสัมพันธ์ โดยคนเชียงตุงมีความเชื่อว่าหากสักการะพระมหามัยมุนี จะได้เดินทางกลับมาที่เชียงตุงอีก

ในขณะที่ ดร.คิน ฉ่วย ประธานสมาพันธ์พุทธเถรวาทแห่งเมียนมา ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ศาสนาพุทธในเมียนมา มีความสำคัญมาก โดยส่วนใหญ่ชาวเมียนมานับถือศาสนาพุทธนิกายเถรวาท อย่างไรก็ตาม หลังจากเมียนมาได้รับเอกราช มีจำนวนผู้นับถือศาสนาพุทธน้อยลง เช่นเดียวกับจำนวนพระสงฆ์ซึ่งลดลงจากในอดีต โดยปัจจุบันมีจำนวน 5 แสนรูป ตนจึงก่อตั้ง “สหพันธ์พุทธเถรวาทเมียนมา” ขึ้นใน ค.ศ.1947 แต่ต่อมาต้องยุติกิจกรรมลงในปี 1962 ด้วยเหตุผลทางการเมือง จนกระทั่ง ค.ศ.2008 สหพันธ์พุทธเถรวาทเมียนมาจึงได้กลับมาทำกิจกรรมด้านพุทธศาสนาอีกครั้ง กระทั่งเมื่อมีการนับถือพุทธศาสนานิกายมหายานในเมียนมา จึงร่วมกันก่อตั้ง Asian Budhist Community หรือ ABC ร่วมกับสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย และมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย สำหรับเป้าหมายในอนาคตจะขับเคลื่อน พุทธศาสนาสู่ระดับโลก โดยอาศัยความร่วมมือจากประเทศไทย

จากนั้น เดินทางจากเชียงตุง ย้อนกลับสู่ประเทศไทย มุ่งหน้า “วัดพระแก้ว” เมืองเชียงของ จ.เชียงราย ปลูกหน่อพระศรีมหาโพธิ์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า และแสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนของสถาบันโพธิคยาวิชชาลัยที่จะส่งเสริมการศึกษาพระธรรมและเผยแผ่ให้ยั่งยืนสืบไป

ร่วมปลูกต้นโพธิ์ที่วัดพระแก้ว อ.เชียงของ จ.เชียงราย ก่อนมุ่งหน้า สปป.ลาววันที่ 19 ตุลาคม

ยาตราสู่ ‘บ่อแก้ว’
17 ชนเผ่าลาวโปรยดอกไม้ ถวายน้ำปานะ

เจ็ดนาฬิกาสามสิบเก้านาที ของวันเสาร์ที่ 19 ตุลาคม คณะธรรมยาตราเดินทางเข้าสู่ สปป.ลาว ทางด่านสากลสะพานมิตรภาพลาวไทยแห่งที่ 4 ห้วยทราย-เชียงของ แขวงบ่อแก้ว เมืองห้วยทรายไปยังเมืองไซ (แขวงอุดมไซ) เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ วัดพระธาตุ

ระหว่างทางมีประชาชนนำดอกไม้ใส่พานมาโปรยปรายเพื่ออำนวยพร อีกทั้งถวายน้ำปานะแด่พระภิกษุสงฆ์ โดยมี ดาริวรรณ ภูสวรรค์ ประธานแนวลาวสร้างชาติแขวงบ่อแก้ว ให้การต้อนรับคณะธรรมยาตรา

รัศมี มิ่งบุปผา ประธานแนวลาวสร้างชาติแขวงหลวงน้ำทา กล่าวว่า ดีใจมากที่คณะธรรมยาตราเดินทางมาที่นี่

“พวกเรา 17 ชนเผ่าต่างเตรียมออกมาต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้กับคณะธรรมยาตราฯ ซึ่งชาวพุทธที่มีอยู่จำนวนมากแม้จะมีบางเผ่านับถือผีก็ตาม แต่ทุกคนดีใจมาก และจะเป็นการเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างชาวพุทธด้วยกันให้มากยิ่งขึ้น”

แขวงบ่อแก้ว เมืองห้วยทราย สปป.ลาว ประชาชนนำดอกไม้ใส่พานโปรยให้คณะ พร้อมรอถวายน้ำปานะให้พระสงฆ์

เช้าวันรุ่งขึ้น อาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม มีการตักบาตร ณ วัดพระธาตุชัยมงคลรัตนมิ่งเมือง เมืองไซ (แขวงอุดมไซ) เพื่อสานสัมพันธ์ระหว่างชาวพุทธลุ่มน้ำโขง

โอวาท จันทรวงศ์ ประธานแนวลาวสร้างชาติ แขวงอุดมไซ สปป.ลาว ชาวอุดมไซ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้ต้อนรับคณะธรรมยาตรา 5 แผ่นดิน โดยแขวงอุดมไซ มีประชากรกว่า 3 แสนคน ส่วนใหญ่ชาวอุดมไซนับถือศาสนาพุทธ มองว่าพุทธศาสนาสามารถเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้ โดยเฉพาะ 5 ประเทศ ถึงแม้จะต่างภาษาต่างวัฒนธรรม ในแขวงอุดมไซได้มีการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีต่างๆ ให้คงอยู่ รวมถึงศาสนาพุทธ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการกำกับดูแล ได้มีการปรับให้เข้ากับสภาพที่เปลี่ยนแปลงไปของสังคม

พระเถระเวียดนามต้อนรับสู่ ‘เดียนเบียนฟู’
วัฒนธรรม ‘ไทดำ’ ตระการตา

จาก สปป.ลาว ขบวนธรรมยาตรา เข้าสู่เวียดนาม ผ่านด่านชายแดนเมืองพงสาลีของ สปป.ลาวกับเมืองเดียนเบียนฟู เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม โดยมีองค์กรพุทธแห่งเวียดนามมาต้อนรับ

นำโดย พระคุณเจ้า ทิก ทัง กวี (THICH THANH QUY) รองหัวหน้าคณะกรรมการพุทธสมาคมเดียนเบียนฟู และกรรมการพุทธสมาคมประเทศเวียดนาม พระคุณเจ้า ทิก บิ๋ว ชิง (THICH BUU CHINH) กรรมการพุทธสมาคมประเทศเวียดนาม และรองหัวหน้าแผนกต่างประเทศของพุทธสมาคมประเทศเวียดนามและ นายซิง (Mr.Sinh) เลขาธิการพุทธสมาคมจังหวัดเดียนเบียนฟู

บรรยากาศตระการตาด้วยวัฒนธรรมไทยดำที่สวยงาม สะท้อนรากเหง้าหนึ่งในชนเผ่าสำคัญในสุวรรณภูมิ

กำหนดการถัดจากนี้ ยังมีกิจกรรมอีกมากมายโดยจะเข้าสู่ “กัมพูชา” เป็นประเทศสุดท้าย ก่อนมีพิธีปิด ณ เมืองเสียมราฐ ในวันพุธที่ 30 ตุลาคมนี้ โดยมี สมเด็จเทพวงศ์ สังฆราชแห่งกัมพูชา เป็นประธานฝ่านสงฆ์ และ พล.อ.เตีย บัน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานฝ่ายฆราวาส

เป็นสายสัมพันธ์แนบแน่นทางธรรมในภูมิภาคแห่งนี้ที่พระพุทธศาสนาหยั่งรากลึกมาเนิ่นนานนับพันปีและจะคงอยู่สืบไป

ที่พระธาตุดอยเวา ชาวไทยและเวียดนามร่วมตักบาตรพระสงฆ์ 400 รูป ก่อนคณะจะออกเดินทางข้ามแดน จากอ.เชียงของ จ.เชียงราย ไปยังด่านท่าขี้เหล็ก เวียดนาม
บทความก่อนหน้านี้‘อีริกเซ่น’ อาจชวดย้ายไปราชันหลังมิดฟิลด์ดาวรุ่งโชว์ฟอร์มแจ่ม
บทความถัดไป‘พปชร.’ ยินดีพรรคร่วม ‘ชทพ.’ คว้าชัยเขต 5 นครปฐมชนะ ‘อนค.’