อลังการแห่งศรัทธา ปิดฉาก 18 วัน ‘ธรรมยาตรา’ ลุ่มน้ำโขง ครั้งที่ 2

พิธีปิดยิ่งใหญ่ที่ปราสาทนครวัด จ.เสียมราฐ ประเทศกัมพูชา

ปิดฉากลงแล้วอย่างงดงามตรึงใจ ณ ปราสาทนครวัด กรุงเสียมราฐ กัมพูชา สำหรับขบวน “ธรรมยาตรา 5 แผ่นดินลุ่มน้ำโขง ตามรอยพระอริยสงฆ์” ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ด้วยความร่วมใจของ สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 ชมรมโพธิคยา และ มูลนิธิวีระภุชงค์ นับแต่ พระมหาผ่อง สะมาเลิก อดีตประธานองค์การพุทธศาสนาสัมพันธ์ลาว รูปที่ 4 มีแนวคิดสนับสนุนกิจกรรมดังกล่าว กระทั่งกลายเป็นประวัติศาสตร์ร่วมสมัยครั้งสำคัญ

เป็นเวลา 18 วันเต็ม นับแต่ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ และมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในช่วงสายของวันอังคารที่ 15 ตุลาคม ณ โรงแรมเวียงอินทร์ อ.เมืองเชียงราย ก่อนจัดพิธีบวงสรวงพระบรมธาตุพุทธนิมิตเจดีย์ พระธาตุผาเงา จ.เชียงราย เพื่อความเป็นสิริมงคล

บรรยากาศในวันนั้น เปี่ยมด้วยพลังศรัทธา โดยมีพระสงฆ์จาก 5 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา เมียนมา สปป.ลาว เวียดนาม และไทย เดินทางมาเตรียมเข้าร่วมพิธีเปิดอย่างพร้อมเพรียง สมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พล.อ.ไพโรจน์ พานิชสมัย สมาชิกวุฒิสภา เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ประธานเปิดงาน ภายในงานยังมีพระสงฆ์ระดับสมเด็จและประธานจาก 4 ประเทศ ประกอบด้วย สมเด็จพระมหาธีราจารย์ ผู้แทนสมเด็จพระสังฆราช และตัวแทนพระสงฆ์ จาก 4 ประเทศ อาทิ พระหลักแก้ว มหาสุเมทาธิบดี (มหาบุนมา สิมมาพรหม) รองประธานสงฆ์ สปป.ลาว, พระ Baddanta Sandimar Bivumsa จากประเทศเมียนมา, พระทิด เถี่ยน ตัม รองประธานสงฆ์เวียดนาม และ สมเด็จมงรา รองสังฆราชกัมพูชา, ภาสกร บุญญลักษม์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย

ณัฏฐวุฒิ โพธิสาโร อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ กัมพูชา กรรมการฝ่ายต่างประเทศ สถาบัน, ศรชัย มุ่งไธสง อธิการบดี ม.ราชภัฏเชียงราย, คินฉ่วย ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ชมรมฯ หัวหน้าฝ่ายต่างประเทศเมียนมา, จันทวง เสนีมาดมนตรี รองประธาน, แก้วเจริญ เชียยิ่งยาง อธิบดีกรมโฆษณา ศูนย์กลางแนวลาวสร้างชาติ, เขียว กันนะฤทธิ์ รมว.กระทรวงข่าวสาร กัมพูชา, พรเทพ อดีตรองประธานศาลฎีกา, สุรพล มณีพงษ์ เอกอัครราชทูตประจำกระทรวงการต่างประเทศ เลขาธิการสมาคมมิตรภาพไทย-กัมพูชา, เกษม มูลจันทร์ รองเลขาธิการ, นพ.มณฑล ตรีรัตน์ตระกูล ที่ปรึกษา, คมคาย อุดรพิมพ์ นายก อบจ.มหาสารคาม

เริ่มเดินทางจาก “เชียงราย” ถึง “เชียงตุง” รัฐฉาน สืบสานพุทธศาสน์ให้ยืนยาว ใส่บาตร 2 ฝั่งทั้งเขตแดนสยาม และเมียนมา กราบสักการะ “พระมหามัยมุนี” เมืองเชียงตุง

ชาวพุทธสวมชุดตามกลุ่มชาติพันธุ์สีสันสดใสเดินเท้าออกมาต้อนรับอย่างเนืองแน่น จากนั้น ย้อนกลับสู่ประเทศไทย มุ่งหน้า “วัดพระแก้ว” เมืองเชียงของ จ.เชียงราย ปลูกหน่อพระศรีมหาโพธิ์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า

รุ่งขึ้น ยาตราต่อไปยังแขวง “บ่อแก้ว” สปป.ลาว ตักบาตร ณ วัดพระธาตุชัยมงคลรัตนมิ่งเมือง เมืองไซ (แขวงอุดมไซ) เพื่อสานสัมพันธ์ระหว่างชาวพุทธลุ่มน้ำโขง 17 ชนเผ่าลาวโปรยดอกไม้ ถวายน้ำปานะ ช่างเป็นภาพที่งดงามเหนือคำบรรยาย

ถัดไป เคลื่อนขบวนสู่ เข้าสู่เวียดนาม ผ่านด่านชายแดนเมืองพงสาลีของ สปป.ลาวกับเมืองเดียนเบียนฟู โดยมีองค์กรพุทธแห่งเวียดนามมาต้อนรับ ท่ามกลางวัฒนธรรมงดงามของชาว “ไทดำ” กลุ่มชาติพันธุ์สำคัญในเวียดนามที่นับถือศาสนาพุทธ

กระทั่งมาถึงแผ่นดินสุดท้าย นั่นคือ “กัมพูชา” เริ่มด้วยการปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์จากพุทธคยา อินเดีย ณ วัดเทพโพธิวงศ์ โดยมีสมเด็จพระสังฆราชเทพวงศ์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และสมเด็จพิชัยเสนา เตีย บัน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา เป็นประธานฝ่ายฆราวาส

จากนั้นขบวนธรรมยาตรา 5 แผ่นดินตั้งขบวนเดินต่อไปยัง พระวิหารองค์เอกองค์จอม มอบ เสาธรรมจักรสัญลักษณ์แห่งการเคลื่อนกงล้อแห่งธรรมใน 5 ประเทศลุ่มน้ำโขง ให้กับ สมเด็จพิชัยเสนา เตีย บัน โดยมี นายฮุน มานิต บุตรชาย สมเด็จฯฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เป็นผู้อัญเชิญเสาเสมาธรรมจักร และพิธีสงฆ์ ซึ่งมีพระ 5 แผ่นดินลุ่มน้ำโขง รวมถึงพระสงฆ์กัมพูชากว่า 240 รูป นำโดยสมเด็จพระสังฆราชเทพวงศ์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา รับบิณฑบาตจากพุทธศาสนิกชนกัมพูชา

สำหรับพิธีปิด จัดขึ้นที่ โรงแรมโซฟิเทล โภคีธารา เสียมราฐ โดยมี สมเด็จพระสังฆราชเทพวงศ์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา เป็นประธานฝ่ายสงฆ์, พระสงฆ์ฝ่ายไทย มี พระธรรมโพธิวงศ์ เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา หัวหน้าพระธรรมทูตสายอินเดีย-เนปาล พระเมธีวรญาณ (สายเพชร) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุ ท่าพระจันทร์ และมี สมเด็จพิชัยเสนา เตีย บัน เป็นประธานฝ่ายฆราวาส นายสมอก กิ่งสะดา รองประธานศูนย์กลางแนวลาวสร้างชาติ นายคินฉ่วย ประธานสมาพันธ์พุทธเถรวาทแห่งสหภาพเมียนมา พร้อมด้วยตัวแทนประธานสงฆ์และตัวแทนรัฐบาลอีก 4 ประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีฆราวาสฝ่ายไทย อาทิ วินัย วีระภุชงค์ ประธานมูลนิธิวีระภุชงค์, ชัช ชลวร ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประธานชมรมโพธิคยาฯ, อภัย จันทนจุลกะ รองประธานชมรม และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน, สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการชมรม และ ณัฏฐวุฒิ โพธิสาโร อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ กัมพูชา เป็นต้น

สมเด็จเตียบัน ใส่บาตรพระธรรมโพธิวงศ์

สมเด็จพิชัยเสนา เตีย บัน กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้ต้อนรับคณะธรรมยาตรา 5 แผ่นดินลุ่มน้ำโขงและเลือกเสียมราฐเป็นประเทศสุดท้ายในการปิดโครงการธรรมยาตรา ซึ่งถือเป็นงานที่มีความสำคัญกับประเทศในลุ่มน้ำโขงโดยมีพุทธศาสนาเป็นตัวเชื่อมโยงความสัมพันธ์ และงานปิดโครงการธรรมยาตราครั้งที่ 2 ในครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง เป็นอีกหนึ่งโครงการที่สร้างสันติภาพให้กับประเทศในลุ่มน้ำโขง มีประโยชน์ในการเผยแผ่พุทธศาสนาให้กับพุทธศาสนิกชนให้คงอยู่สืบต่อไป โดยหลังจากราชอาณาจักรกัมพูชาสงบสุขจากสงครามของเขมรแดง รัฐบาลได้ฟื้นฟูพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง โดยช่วงที่อยู่ในสงครามของเขมรแดง มีระยะเวลาประมาณ 3 ปี 8 เดือน 20 วัน ทำให้ช่วงนั้นประชาชนในประเทศอยู่ในความมืดมน ความหวาดกลัว และพุทธศาสนาถูกทำลายลง ตั้งแต่มีการฟื้นฟูศาสนาพุทธที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนมีความเชื่อและความศรัทธาในพุทธศาสนาอีกครั้ง โดยประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศนับถือศาสนาพุทธ

“โครงการธรรมยาตรา 5 แผ่นดินลุ่มน้ำโขง เปรียบเสมือนสะพานที่เชื่อมความสัมพันธ์ในแต่ละประเทศที่ครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งมิติด้านสังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว รวมถึงสายสัมพันธ์อันดีงาม ความซื่อสัตย์ ความเชื่อใจกัน ระหว่างประเทศทั้ง 5” สมเด็จพิชัยเสนา เตีย บัน กล่าว

ในขณะที่ สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย เปิดใจว่า ตลอด 18 วันที่ผ่านมาของโครงการธรรมยาตรา 5 แผ่นดินลุ่มน้ำโขง เป็น 18 วันของความสุข 18 วันของความเชื่อ 18 วันของความหวัง โดยมุ่งหวังให้พุทธศาสนิกชนนำหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้ามาปรับใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน ซึ่งตลอด 18 วันที่ผ่านมา ได้เห็นถึงพลังศรัทธาของพุทธศาสนิกชนใน 5 ประเทศลุ่มน้ำโขง และถือว่าโครงการธรรมยาตรา 5 แผ่นดิน ครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 ประสบความสำเร็จในการนำพุทธศาสนา เป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ และเป็นประวัติศาสตร์ ที่ทั้ง 5 ประเทศลุ่มน้ำโขง ได้ร่วมกันจาริกเผยแผ่พุทธศาสนา

ในพิธีปิดครั้งนี้ ได้จัดให้มีการบวงสรวง ณ ปราสาทนครวัด เพื่ออุทิศกุศลถวายดวงวิญญาณพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรเขมรโบราณ อันเป็นช่วงเวลาที่พุทธศาสนา เจริญรุ่งเรืองมากในราชอาณาจักรของพระองค์

ปิดฉากอย่างงดงาม สะท้อนพลังศรัทธาอันนับเนื่องจากมิติเวลาแห่งอดีตกาล จวบจนปัจจุบัน และอนาคตสืบไป

ส่วนหนึ่งของพิธีบวงสรวงที่ปราสาทนครวัด
บทความก่อนหน้านี้จริงหรือมั่ว! สื่ออิตาลีรายงาน ‘แมนฯ ยู’ เล็งดึง ‘พระเจ้า’ คัมแบ๊ก
บทความถัดไป‘มาดามแป้ง’ สุดปลื้ม ‘ท่าเรือ’ ซิวแชมป์ในรอบ 10 ปี ยกนิ้ว ‘วีเออาร์’ สมบูรณ์แบบ