สมบูรณ์ ชุมศักดิ์วินิจ เตรียมปิดตำนาน 80 ปี โรงแรมเกี่ยวอัน ‘ผมสู้ไม่ไหวแล้ว’

15.12.19 | 15:01 น.

“ผมปิดตำนานแล้ว”

ประโยคสั้นๆ จากปาก สมบูรณ์ ชุมศักดิ์วินิจ ผู้ก่อตั้งโรงแรมเกี่ยวอัน ริมถนนสายสำคัญของจังหวัดสระบุรี

เป็นแลนด์มาร์กและจุดนัดพบของผู้คนตั้งแต่ครั้งวันวาน เดินทางข้ามผ่านความรุ่งโรจน์ในห้วงเวลาหลากยุคสมัย นับแต่พุทธศักราช 2483 เริ่มจากร้านขายอาหารและเครื่องดื่มของบิดาที่เปิดชั้นบนเป็นโรงแรมเล็กๆ ไม่กี่ห้องหน้าตลาดสุขุมาล ถนนพิชัย โดยในเวลานั้น สมบูรณ์อายุได้เพียง 10 ขวบเศษ ตื่นตี 4 ช่วยงานแทบทุกอย่าง กระทั่งทำความสะอาดห้องพัก ก่อนขยายกิจการเป็นโรงแรมเกี่ยวอันที่มีภัตตาคารเลื่องชื่อหลังสมรสสร้างครอบครัวเป็นปึกแผ่น

อาคาร 10 ชั้น 250 ห้อง มากมายด้วยความทรงจำ ไม่เพียงต่อครอบครัวชุมศักดิ์วินิจ หากแต่เป็นประวัติศาสตร์ร่วมสมัยที่มีคุณค่าทางใจของชาวสระบุรี

ทว่า โรงแรมแห่งนี้กำลังจะกลายเป็นเพียงตำนาน โดยเตรียมปิดกิจการในสิ้นเดือนมกราคม 2563

Advertisement
เกียวอันในปัจจุบัน เปิดให้บริการถึงสิ้นเดือนมกราคม 2563 โทร.036-222230-7, 036-222022-9

ในวัย 90 ปี ชายผู้นี้ยังคงจดจำเรื่องราวต่างๆ ในอดีตได้อย่างแจ่มชัด สวมเสื้อแจ๊กเก็ตมีตรามหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดของ ศรัณย์วุฒิ ตรรกพงศ์ หลานชายอันเป็นความภาคภูมิใจผู้รับราชการรับใช้ประเทศชาติ ที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง

แม้สร้างหลักปักฐานจนเป็นชาวสระบุรีอย่างเต็มตัว แต่แท้จริงแล้ว สมบูรณ์มีภูมิลำเนาเดิมใน จ.ลพบุรี เกิดเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ.2478 เป็นบุตรของนายเต็ง และนางประยง แซ่เตี้ย ซึ่งมีอาชีพค้าขายเล็กๆ น้อยๆ

เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยเริ่มชีวิตนักเรียนที่โรงเรียนวังนารายณ์ ลพบุรี ก่อนย้ายไปยังโรงเรียนบำรุงวิทยา สระบุรี เมื่อครอบครัวโดนคำสั่งยุคจอมพล ป. พิบูลสงคราม ซึ่งมีนโยบายชาตินิยมรุนแรง ให้คนต่างด้าวในลพบุรีอพยพไปยังสระบุรี บิดาที่เป็นชาวจีนไหหลำ จึงพาครอบครัวย้ายถิ่นฐาน เข้าหุ้นกับเพื่อนเช่าห้องเปิดกิจการโรงแรมเล็กๆ ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของโรงแรมเกี่ยวอันในเวลาต่อมา

สมรสกับ พิสมัย ชุมศักดิ์วินิจ เมื่อ พ.ศ.2495

ชีวิตส่วนตัว สมรสกับ พิสมัย ชุมศักดิ์วินิจ มีบุตร-ธิดา 2 คน ได้แก่ สุวพร ตรรกพงศ์ และ กิตติภณ ชุมศักดิ์วินิจ

กับภรรยาคู่ชีวิต เจ้าตัวบอกว่า เป็นคน “ใจดีมาก” และบุกเบิกสร้างเนื้อสร้างตัวมาด้วยกัน จากสองมือที่เข้มแข็งในความรักและมุ่งมั่น โดยตัดสินใจนำเงินออมที่เก็บไว้ไปซื้อ “ห้องแถว” 2 คูหา ในราคา 150,000 บาท ชั้นล่างเปิดร้านอาหาร ชั้นบนเปิดโรงแรม 4 ห้อง ค่าเช่าคืนละ 20 บาท แล้วตั้งชื่อว่า “โรงแรมเกี่ยวอัน” ซึ่งหมายถึง “ที่อยู่ที่เป็นสุข”

เกียวอัน พ.ศ.2500 กับห้องพักเพียง 4 ห้อง

นับแต่วันนั้น ชีวิตของสมบูรณ์ก็เปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล ความเจริญรุ่งเรืองในกิจการถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จนสามารถซื้อที่ดินเพิ่มเติม สร้างตึก และขยายโรงแรมจาก 4 ห้อง เป็น 27 ห้อง เป็น 60 ห้อง เป็น 180 ห้อง และเป็น 250 ห้องในที่สุด พรั่งพร้อมด้วยภัตตาคาร ห้องจัดเลี้ยง ห้องประชุม ฟิตเนส เซาน่า และสิ่งอำนวยความสะดวกทุกๆ อย่างที่โรงแรมทันสมัยจะมีได้ในยุคนั้น

เกียวอัน กลายเป็นอาณาจักรใหญ่ในใจของผู้คน ทั้งในชุมชน ท้องถิ่น และนักเดินทางที่สัญจรผ่านเมืองสระบุรี

บรรยากาศของเกี่ยวอันในวันนี้ แม้ไม่รุ่งเรืองเหมือนก่อน ด้วยความเปลี่ยนแปลงอันเป็นธรรมดาของโลก ทว่ายังคงไว้ซึ่งความเป็นอมตะ เสียงผู้คนพูดคุยอย่างออกรส เสียงการชนแก้วแสดงความยินดีในวันสำคัญของชีวิต เสียงหัวเราะในการหารือธุรกิจ รอยยิ้มของพนักงานสวมชุดสีขาวที่เปิดประตูรับแขกเหรื่อด้วยความจริงใจ ภาพเหล่านี้ยังโลดแล่น อบอวล และกรุ่นอยู่ในความรู้สึก โดยเฉพาะของ สมบูรณ์ ชุมศักดิ์วินิจ ที่ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า การเตรียมปิดกิจการนี้ คือสิ่งที่ทำให้ “คิดมาก” ทำเวียนศีรษะ ตาลายบ่อยครั้ง แต่ไม่อาจหยุดยั้งความจริงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงว่าไม่สามารถต่อสู้กับสภาพเศรษฐกิจ และแบกรับค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ไม่สอดคล้องกับรายรับได้อีก

ต่อไปนี้ คือถ้อยความจากใจเจ้าของอาณาจักรแห่งความทรงจำที่จะตราตรึงในหัวใจผู้คนตลอดกาล

“เกี่ยวอันเปิดมา 80 ปีแล้วครับ ตั้งแต่ พ.ศ.2483 จะเลิกในสิ้นเดือนมกราคม 2563 นี้ เพราะทำไม่ไหวแล้ว และไม่มีใครทำต่อ จริงๆ จะปิดตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว แต่ก็พยายามพยุงมาเรื่อยๆ เศรษฐกิจก็ไม่ดีด้วย เราเองอายุ 90 แล้วจะทำอย่างไรได้ ตอนนี้ร่างกายสู้ไม่ไหว เวียนหัว ตาลาย เรียนตรงๆ ว่าคิดมาก แต่สมองยังพอใช้ได้ (ยิ้ม)”

ไม่ต้องเกริ่นถามถึงความรู้สึกในเวลานี้ สมบูรณ์ ก็พรั่งพรู

ตึก 8 ชั้น ครั้งสร้างเสร็จใหม่ๆ พ.ศ.2518

“ใครๆ ก็บอกเสียดายที่จะปิด ผมก็เสียดาย คนเขาพูดกันนะ ผมไม่ได้พูดเอง ว่าโรงแรมเกี่ยวอันเหมือนคู่มากับสระบุรี เกิดมาก็เห็นเกี่ยวอัน เขาเป็นนักเรียนนั่งรถผ่านไปมาก็เห็นเกี่ยวอัน จนป่านนี้ บางคนเกษียณตั้งนานเป็น 10 ปี ก็ยังอยู่

เดี๋ยวนี้คนสมัยใหม่ก็ไปทานอาหารอีกอย่างหนึ่งแล้ว เดี๋ยวนี้มีศูนย์อาหาร อย่างว่าแหละครับ เราก็ทำดีที่สุด อาหารโต๊ะจีนนี่ไม่มีใครสู้เลยจริงๆ สมัยก่อนใครจะแต่งงานต้องมารีบจองก่อน

ทำมานานก็เสียดายนะ แต่เราทำไม่ได้แล้ว อายุมันเกินกว่าจะทำได้ ทำไม่ไหวก็ต้องปิด

ที่ดินตรงนี้ยกให้ลูกชายแล้ว เนื้อที่ 13 ไร่ 2 งานกว่าๆ รวมบ้านพักอาศัยก็ 15 ไร่กว่า แล้วยังมีที่ดินต่างหากอีก 6 ไร่ รวม 20 กว่าไร่

ผมบุกเบิกมา 2 คนสามีภรรยาด้วยมือเปล่าๆ ตอนเตี่ยตาย ปี 2506 เงินทำศพยังไม่มี ต้องวิ่งเปียแชร์มาซื้อที่ฮวงซุ้ยให้ท่าน ก็พยายามก่อร่างสร้างตัวมา พูดแล้วมันยาว เรื่องมันเยอะ”

ร้านค้าของโรงแรมเมื่อ พ.ศ.2484

ในส่วนของพนักงานที่เหลืออยู่ เจ้าตัวบอกว่า ชดเชยให้อย่างเต็มที่ แม้ไม่อยากให้มีวันนี้ แต่ก็สุดฝืน

“ตอนนี้มีพนักงาน 77 คน เราชดเชยเงินให้ลูกน้องทุกคน หมดไปเกือบ 10 ล้าน เพราะเขาก็ช่วยเรามา ทุกคนอยู่กับผมมานาน บางคนอยู่ตั้งแต่ยังตัวเล็กๆ ยังเป็นเด็ก เราเลี้ยงมา จนมีครอบครัว และเลี้ยงทั้งครอบครัวเลย กินนอนอยู่ที่นี่ ทุกคนมีห้องอยู่ที่นี่ทั้งนั้น อยู่ฟรีนะไม่ได้คิดเงิน เขาจ่ายแค่ค่าน้ำค่าไฟ พอเขามีลูก ผมก็ฝากเข้าโรงเรียนให้ด้วย จนบางคนมีหลาน ได้เป็นย่า ก็ยังอยู่ที่นี่” สมบูรณ์ เล่าพร้อมผายมือแนะนำพนักงานแต่ละคนได้อย่างแม่นยำถึงเรื่องราวในชีวิต บ้านเดิมอยู่ไหน มีลูกหลานกี่คน พี่น้องเป็นใคร เป็นเจ้านายที่รู้ลึก เพราะไม่ได้มองคนเหล่านี้เป็นเพียงพนักงานรับเงินเดือน หากแต่เป็น “ครอบครัว”

แม้เป็นผู้ก่อตั้ง แต่ไม่ได้นั่งเก้าอี้บริหารในห้องแอร์ เพราะสิ่งสำคัญที่ครองใจลูกค้าทุกระดับ คือความใส่ใจในบริการ จดจำและกุมความ (ไม่) ลับในมื้ออาหารได้เป็นอย่างดี

สมบูรณ์ ชุมศักดิ์วินิจ

“เรียนตรงๆ ว่าอาชีพบริการทุกอย่างต้องทำด้วยใจรัก ต้องจำให้ได้ว่า ลูกค้าท่านนี้ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร”

และแน่นอนว่า โรงแรมเก่าแก่และยิ่งใหญ่ในภูมิภาคเมื่อครั้งอดีตเช่นนี้ ย่อมมีบุคคลสำคัญแวะเวียนมาใช้บริการอย่างสม่ำเสมอ

“โอ้โห! ตั้งแต่สมัยจอมพลป. พิบูลสงคราม ท่านมาเปิดพรรคเสรีมนังคศิลา มาตั้งพรรคที่นี่ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ท่านมาไม่ให้ใครรู้ ตอนนั้นนอกจากเป็นนายกรัฐมนตรี ก็เป็นอธิบดีกรมตำรวจด้วย พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ มาทุกเดือน ท่านสร้างคุณูปการให้ทหารม้าเยอะ บรรหาร ศิลปอาชา อ่อนกว่าผมปีหนึ่ง ก็เคยนั่งทานข้าวด้วยกัน

ป๋าเปรม พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ผมรู้จักท่านตั้งแต่ก่อนย้ายมาเป็นรองผู้บัญชาการศูนย์การทหารม้าที่สระบุรี วันหนึ่ง ผมไปเผาศพที่กรุงเทพฯ เจอท่านที่วัดก็เข้าไปกราบ ท่านมองแล้วงงๆ ถามว่าใคร ท่านสืบ รอดประเสริฐ สิงห์ดำ รุ่น 1 บอกว่า นี่สมบูรณ์ เกี่ยวอัน ป๋าเปรมบอก อ๋อ! สมบูรณ์เหรอ เดี๋ยวนี้เขารวยแล้วนี่ (หัวเราะ) หลังจากท่านเสียไป ผมก็ยังตามข่าวตลอด”

สำหรับ “จานเด็ด” สมบูรณ์ ก็ไม่เคยลืม แม้เวลาผ่านไปนานนับสิบปี แม้บุคคลเหล่านี้ล่วงลับไปแล้ว ราวกับเรื่องราวเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้

จอมพลถนอม กิตติขจร จอมพลประภาส จารุเสถียร เวลามาที่นี่ ไม่ต้องสั่งอาหารเลย มาแล้วผมจัดให้เสร็จ ชอบเมนูอะไร น้ำจิ้มแบบไหน ผมจำได้หมด พล.อ.กฤษณ์ สีวะรา คนติดตามมาเยอะแยะ เขาจะสั่งอาหาร ท่านบอก ลื้อไม่ต้องยุ่ง ประเดี๋ยวไอ้บูรณ์มันจัดมาให้ (หัวเราะ) มาถึงปั๊บ ไม่เอาอะไรเลย ผ้าเย็นผืนหนึ่ง โอเลี้ยงแก้วหนึ่ง ตำรับของท่าน มี 1.ไก่ตอน 2.สลัด 3.หมี่กรอบ 4.ไข่เจียวหมูสับ ไม่ทานเผ็ด ชอบน้ำจิ้มซีอิ๊ว เวลาท่านไปตรวจงานที่ไหน จะมีคนถามผมเลยว่า ท่านชอบอะไร ผมก็ให้สูตรไป ท่านบอก เอ๊ะ! ไปกินที่ไหนก็คล้ายของไอ้บูรณ์ เกี่ยวอัน (หัวเราะ) ท่านเป็นคนใจดี ไม่ถือตัว

“เดือนเมษายน 2519 ผมไปประชุมไลออนส์อยู่ที่สงขลาได้ข่าวว่าท่านเสียชีวิตเพราะกินข้าวเหนียวมะม่วง ก่อนหน้านั้น 3-4 เดือน ท่านยังมากินข้าวร้านผม

พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ มาเรียนจบ ป.6 ที่สระบุรี เพราะพ่อเป็นทหารอากาศ มาเฝ้าอยู่สนามบินที่ค่ายอดิศร ตอนนี้เรียกสนามบินบ้านแพะ คุณหญิงอรชร ภริยาท่านก็เคยมาทานข้าวที่นี่เรื่อย”

ไม่ใช่เพียงนักการเมืองและข้าราชการยุคเก่า แต่ข้าราชการระดับสูงในยุคร่วมสมัยที่เดินทางมารับตำแหน่งพ่อเมืองสระบุรี เมื่ออยากรู้เรื่องราวที่จริงแท้นอกเหนือเอกสารในแฟ้ม ก็มารับประทานอาหารที่เกี่ยวอันแห่งนี้

“ท่านสุทธิพงษ์ จุลเจริญ เดี๋ยวนี้เป็นอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ก่อนหน้านี้เคยเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี มาหาผมวันละ 2 เวลา มาทานข้าว บอกภรรยาให้เงินมา ไม่ยอมให้ผมเลี้ยง (หัวเราะ) ท่านมาคุย เพราะอยากรู้ประวัติจังหวัดสระบุรี”

เก็บงำเรื่องราวมากมายเปี่ยมสีสันเทียบชั้น “วงใน” หากถ่ายทอดให้บันทึกไว้ผ่านตัวอักษร คงกลายเป็นหนังสือขายดีที่ยิ่งหนุนให้ภัตตาคารในโรงแรมแห่งนี้เป็นที่รู้จัก แต่สมบูรณ์บอกว่า

“มีคนบอกทำไมไม่เขียนหนังสือ คือเราไม่อยากพาดพิง เอาชื่อท่านๆ มาขาย”

คือคำตอบสั้นๆ ที่สะท้อนวิธีคิด และตัวตนของผู้ชายคนนี้ได้อย่างชัดเจน


ปริญญาชีวิต ปริญญากิตติมศักดิ์

และโล่รางวัลล้นชั้นวาง

นำพนักงานโรงแรมบริจาคเลือดให้เหล่ากาชาด สระบุรี

ไม่อาจมีเหตุผลข้อใดที่ปฏิเสธได้ว่า สมบูรณ์ ชุมศักดิ์วินิจ ไม่ใช่นักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จอย่างสูง แม้ไม่เคยผ่านการร่ำเรียนในรั้วสถาบันการศึกษาใดๆ สร้างอาณาจักร ?เกี่ยวอัน? โรงแรมสุดหรูในวันวาน อีกทั้งบริหารโรงพยาบาลมิตรภาพเมโมเรียล สระบุรี อย่างยอดเยี่ยม มี “ธรรมาภิบาล” ตั้งแต่ถ้อยคำดังกล่าวยังไม่ถูกใช้อย่างกว้างขวางดังเช่นยุคนี้

“จากการที่ท่านเป็นผู้มีความสามารถยอดเยี่ยม มีน้ำใจอันสูงส่ง เป็นผู้เสียสละและบำเพ็ญตนเป็นประโยชน์ให้แก่สังคม ทำให้ท่านได้รับความเคารพยกย่อง ศรัทธา และความจงรักภักดีจากผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมอาชีพ และบุคคลทั่วไป ซึ่งเป็นพื้นฐานให้ท่านก้าวไปสู่ความสำเร็จในการบริหารธุรกิจได้อย่างน่าภาคภูมิ”

คือถ้อยความจาก สมบูรณ์ สงวนญาติ อธิการบดีสถาบันราชภัฏเทพสตรี เมื่อราว 30 ปีก่อน ครั้งเสนอชื่อให้ สมบูรณ์ ชุมศักดิ์วินิจ ได้รับปริญญากิตติมศักดิ์ สาขาวิชาศิลปศาสตร์ สายบริหารธุรกิจ และการจัดการ โปรแกรมวิชาการบริหารธุรกิจ โดยยังระบุด้วยว่า เป็นความภาคภูมิใจของคณะกรรมการสภาประจำสถาบันราชภัฏเทพสตรี เพราะไม่เพียงความรู้ความสามารถ หากแต่ประกอบคุณงามความดีให้สังคม ประเทศชาติเสมอมา

สอดคล้องกับโล่รางวัลมากมายที่เพียงส่วนหนึ่งในสักขีพยาน อาทิ บุคคลตัวอย่าง ประจำปี 2531 รางวัลเกียรติยศ เพื่อประกาศเกียรติคุณ มอบโดยคณะกรรมการอำนวยการจัดงาน และ นสพ.เส้นทางเศรษฐกิจ, โล่ประกาศเกียรติคุณ ผู้มีอุปการคุณต่อหอการค้าจังหวัดสระบุรีอย่างดียิ่ง จากหอการค้าจังหวัดสระบุรี, โล่ประกาศเกียรติยศ ในฐานะให้การสนับสนุนอย่างดียิ่งในการจัดการแข่งขันทักษะวิชาชีพ กลุ่มอาชีวศึกษาภาคตะวันออก พ.ศ.2533, โล่ประกาศเกียรติคุณ สโมสรไลออนส์, โล่ประกาศเกียรติคุณในการบริจาคที่ดินให้ทำเป็นถนนสาธารณะแก่เทศบาลเมืองสระบุรี และอีกมากมาย

ยังไม่นับคุณงามความดีที่มุ่งหมายมาตลอดชีวิต อย่างการบริจาคเงินสร้างตึกสงฆ์ โรงพยาบาลสระบุรี, บริจาคเงินแก่สมาคมผู้ปกครองและครู โรงเรียนอนุบาลสระบุรี, นำพนักงานโรงแรมเกี่ยวอันร่วมบริจาคโลหิตแก่เหล่ากาชาด จังหวัดสระบุรี, บริจาคที่ดินก่อสร้างอุโบสถวัดสามัคคีธรรม ต.พุแค อ.เมือง จ.สระบุรี เป็นต้น

เป็น 9 ทศวรรษของชีวิตที่คุ้มค่าและทำเพื่อผู้อื่นอย่างแท้จริง