คอลัมน์ แดดเดียว : วิ่งไล่ลุง

อีเวนต์ดังของสัปดาห์นี้ หนีไม่พ้น “วิ่งไล่ลุง” ที่จัดโดยนักกิจกรรมกลุ่มหนึ่ง

เริ่มออกข่าวเมื่อปลายเดือน พ.ย.2562 ที่ผ่านมา ว่าจะมีการวิ่งไล่ลุงในวันที่ 12 ม.ค.2563

เป็นอีเวนต์ที่ติดตลาดอย่างง่ายดาย อาจจะเพราะการวิ่งอยู่ในกระแสความนิยมอยู่ก่อนแล้ว มีการจัดงานวิ่งกันอยู่ตลอดเวลา เป็นมาราธอน ฮาล์ฟมาราธอน มินิมาราธอน ฯลฯ

คนไม่น้อย ก็จัดโปรแกรมวิ่งให้ตัวเอง บ้างก็เดินบ้างวิ่งบ้าง เช้า-สาย-บ่าย-เย็น ไปจนถึงดึก

นักวิ่งหลายคน ต้องเสิร์ชหาผลวิจัย ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับการวิ่ง ต้องสวมเสื้อผ้าตามแบบแผน มีระบบระบายอากาศ ใส่รองเท้าวิ่งที่มีคุณสมบัติในการกระจายแรงสะเทือน ไม่ทำร้ายฝ่าเท้า ข้อเท้า แต่บางคนก็ไม่สนใจ คลำพุงคลำเอว แล้วคว้ารองเท้าใส่ลงไปเดินบ้างวิ่งบ้าง วิ่งเสร็จแวะฟาดข้าวหมูแดง ข้าวขาหมูเอาแรงซะอีก

การวิ่งอยู่ใน “เทรนด์” ของสังคมอยู่แล้ว พอเอาการวิ่งไปเชื่อมโยงกับ “ลุง” ก็เลยยิ่งดูน่าสนใจ

“ลุง” เป็นใคร คงไม่ต้องอภิปรายให้เปลืองเวลาของสภากาแฟ

สมัยหนึ่งเมื่อ 4-5 ปีก่อน “ลุง” เค้ายืนหนึ่ง เป็นดังเทพ ของบรรดาคนดีผู้รักชาติบ้านเมือง

ด้วยภาพของผู้เสียสละตนเองเข้ามากอบกู้ สลายความยุุ่งยากในบ้านเมือง

แต่เวลาผ่านไป บทบาทในการแก้ปัญหาของลุง ไม่ได้เป็นที่ประทับใจเท่าที่ควร เพราะปัญหาต่างๆ ยังคาราคาซัง

บอกว่า จะปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง มีคนหลงเชื่อยอมไปเป่านกหวีดแก้มโป่ง เอาเข้าจริงๆ ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ผู้คนทั่วไปกำลังเบื่อหน่ายกับสภาพหลายอย่างที่ไม่ได้รับการแก้ไข และลุงก็เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาที่เกิดขึ้น

ปกติแล้ว การวิ่งเป็นเรื่องง่ายๆ ไม่ได้ต้องการพื้นที่ อุปกรณ์ เครื่องไม้เครื่องมืออะไรมากมาย

อย่างที่บอกกันเท่ๆ ว่า มีแต่ตัวกับใจ และรองเท้าผ้าใบ จะวิ่งเท่าไหร่ถึงไหนก็ไม่มีใครว่า

แต่พอเป็น “วิ่งไล่ลุง” อะไรที่ว่าง่ายๆ ก็กลายเป็นยากได้ทันทีเหมือนกัน

จากเดือน พ.ย.2562 เป็นต้นมา มีกระแสข่าวการขัดขวาง “วิ่งไล่ลุง” มาตลอด

การเตรียมงานลุ่มๆ ดอนๆ มาตลอด พอจะแถลงข่าวโดนบีบโดนเบรก ต้องย้ายไปตรงนั้นตรงนี้

เปิดลงทะเบียนต้นเดือน ธ.ค.2562 ตอนนั้นแจ้งว่า จะวิ่งกันแถวๆ ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ปรากฏว่า วันเดียว สมัครกัน 8 พันคน ต้องปิดลงทะเบียนไปก่อน

ต่อมาถูกห้ามใช้ธรรมศาสตร์เป็นสถานที่วิ่งอีก ต้องย้ายไปจัดที่สวนรถไฟ อันเป็นสวนสาธารณะมีทางวิ่งของ กทม.

แล้วเปิดรับสมัครอีกรอบ คราวนี้ทะลุไป 1 หมื่นอย่างง่ายดาย มีคนดังๆ มาสมัคร ทั้งหัวหน้าพรรค แกนนำพรรคคนรุ่นใหม่

อดีต กกต.คนดังก็มาลงทะเบียนด้วย จนถูกแซวว่า สมัยพี่เป็น กกต. จัดเลือกตั้ง 2 ก.พ.2557 และทำประชามติ รัฐธรรมนูญ พี่ก็ไม่เบาเหมือนกันนะ เกิดปะทะคารมกันอยู่ระยะหนึ่ง ก็ต้องรอดูว่า สุดท้าย อดีต กกต.เขาจะลงวิ่งในวันจริงไหม

ปิดรับสมัครรอบหลังเมือปลายเดือน ธ.ค.มีตัวเลขนักวิ่งไล่ลุงอยู่ที่ 1 หมื่นคนเศษ

จากสวนรถไฟกรุงเทพฯ เกิดปรากฏการณ์ขยายไปต่างจังหวัด หลายภาค โดยเฉพาะเหนือ และอีสาน

ในกรุงเทพฯยังโดนบี้แล้วบี้อีก ไปต่างจังหวัดจะไปเหลืออะไร

โดนเจ้าหน้าที่ได้แก่ ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ตามล็อบบี้ ห้ามใช้สถานที่ ด้วยเหตุผลที่ฟังได้บ้าง ไม่ได้บ้างไปเรื่อย

บางทีก็ไม่มีสาระอะไร นอกจากบอกดื้อๆ ว่า นายพี่ไม่สบายใจมาก น้องอย่าจัดเลย

แน่นอน ในสภาพการเมืองที่แบ่งฝ่ายแบ่งขั้ว ไร้วี่แววของการปรองดองอย่างทุกวันนี้ เมื่อมีวิ่งไล่ลุง ก็ต้องมีวิ่ง-เดิน เชียร์ลุง มาประกบทันที

กลุ่มเชียร์ลุง จัดงานเดิน-วิ่งเชียร์ลุง ที่สวนลุมฯ วันที่ 12 ม.ค. เหมือนกัน

นับว่าใจถึงพอสมควร เพราะโดยตัวเลข แผนกเชียร์ลุงน่าจะเหนื่อยกว่า

นอกจากนี้ ยังมี ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ คือ นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ส.ส.เขต 4 นครราชสีมา โพสต์ชวนรณรงค์ “วิ่งไล่พุง”

ระบุว่าวันนี้ขอเสนอคำว่า “วิ่งไล่พุง” เนื่องจากมีเพื่อนๆ พี่ๆ หลายท่านถามเข้ามาเยอะว่าได้ไปสมัครงานวิ่งวันที่ 12 มกราคม 63 นี้มั้ย เพราะเห็นเราชอบวิ่งและเป็นนักการเมืองด้วย

จากคำถามจึงเป็นที่มาของโพสต์นี้ถามว่าสมัครมั้ย แล้วจะไปร่วมมั้ยไม่ว่าจะงาน วิ่งไล่ หรือเดินเชียร์ คำตอบคือไม่ได้ไปทั้ง 2 งานครับ และไม่เคยคิดจะสนับสนุนด้วยเหตุผลที่ว่าทั้ง 2 งานมีจุดประสงค์ทางการเมืองและความคิดเห็นทางการเมืองเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและมักนำมาซึ่งความแตกแยก

ในที่สุดก็ทะเลาะกันแบ่งฝักแบ่งฝ่าย “มีคนชอบก็มีคนไม่ชอบ มีดีก็มีไม่ดี ไม่มีใครที่จะดีเป็นที่รักของทุกคนได้หรอก คนมี 2 ด้านเสมอ แล้วเราจะเอาการเมืองมาทะเลาะทำลายมิตรภาพกันทำไมเล่า” เราคนรุ่นใหม่ นี่มันก็ปี 2020 แล้วนะ จะมาแบ่งข้างกันอีกหรอ สามัคคีรักกัน รักกันนะจ๊ะ

ผมจะไม่ไล่ใครและเชียร์ใคร แต่ถ้าจะให้ไล่และอยากไล่มากที่สุดก็มีแต่พุงผมนี้แหละครับ 555 ฉะนั้นเรามา “วิ่งไล่พุง” กันเถอะ สุขภาพดีไม่มีขาย ใครว่างมาวิ่งด้วยกัน มาวิ่งไล่พุงกันเยอะๆ นะครับ

วิ่งไล่พุงของ ส.ส.ทวิรัฐ ไม่ได้ระบุสถานที่ไว้ น่าจะเป็นการชวนกันไปวิ่งสุขภาพ ตามความสะดวกของแต่ละคนมากกว่า

ก็รอดูกันไป ว่าวิ่งไล่พุง จะมีนักวิ่งมาร่วมกิจกรรมกี่ร้อยกี่พันคน

ก่อนจะถึงวันวิ่งจริง คำว่า “วิ่งไล่ลุง” กลายเป็นคำฮิตติดตลาดไปแล้ว

และมีการดัดแปลง ให้ฟังดูสนุกสนานมากขึ้น อาทิ “วิ่งไล่ยุง”

บางกลุ่มก็เสนอว่า น่าจะจัด “นอนไล่ลุง” หรือ “นอนเชียร์ลุง” ให้ดูรีแล็กซ์ อาจจะจัดบ้านใครบ้านมัน หรือหาสถานที่รวมตัวกว้างๆ

เห็นอาการผลักดัน และต่อต้านแบบสวนกันไปกันมาแล้ว งานนี้คงไม่จบง่ายๆ

ถ้า “วิ่งไล่ลุง” ครั้งแรกเกิดขึ้น ต้องจับตาว่าจะมีภาค 2 ภาค 3 ตามมาในอนาคตหรือไม่

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กทม.พร้อมอนุญาตใช้ 2 สวนเดินวิ่งไล่-เชียร์ลุง ย้ำ ต้องอยู่ในกติกา เผยตั้งจุดคัดกรองก่อนเข้าพื้นที่
บทความถัดไปโรงพัก ‘โพธิ์แก้ว’ จัดงานวันเด็กแจกของรางวัล-มอบทุนการศึกษา ดาราดังร่วมกิจกรรม