‘มติชน’ สู่ปีที่ 43 หลากโครงการคุณภาพ เพื่อคุณภาพของประเทศ

ศูนย์ปฏิบัติธรรมสมเด็จพระสังฆราช เตรียมก่อสร้างบนที่ดินกว่า 127 ไร่ ที่บริจาคโดยผู้มีจิตศรัทธา

ไม่เพียงนำเสนอข่าวสารอย่างรอบด้านนับแต่หนังสือพิมพ์มติชนรายวันฉบับแรกวางแผงเมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ.2521 กระทั่งก้าวสู่ปีที่ 43 อย่างมั่นคง ทว่า บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ยังดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อสังคมตลอดมา หนึ่งในนั้นคือโครงการ “แบ่งปันความรู้ เชิดชูศาสนา พัฒนาแหล่งน้ำลำคลอง” ซึ่งถือกำเนิดขึ้นใน พ.ศ.2553 โดยร่วมกับ มูลนิธิ ดร.โกวิท วรพิพัฒน์ และ มูลนิธิบรรจง พงศ์ศาสตร์ สานต่องานอันเป็นประโยชน์อย่างไม่หยุดยั้งตลอดปี 2562 มีการต่อยอดกิจกรรมหลากหลายทั้งด้านศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และส่งเสริมการอ่านพร้อมสนับสนุนโครงการสคัญที่กลังดำเนินไปในปี 2563

สนับสนุน ‘ศูนย์ปฏิบัติธรรม สมเด็จพระสังฆราช’ สืบศาสนาชั่วกาล

ภายใต้ร่มเงาแห่งพระพุทธศาสนาอันเสถียรสถาพรมาอย่างยาวนานกว่า 2,500 ปี เผยแผ่จากจุดกำเนิดสู่ดินแดนสยาม หยั่งรากลึกในจิตใจของผู้คน ก่อเกิดอารามสคัญมากมายซึ่งมีส่วนสำคัญในการสืบทอดพระธรรมแห่งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หนึ่งในนั้นคือ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร ซึ่งจะครบวาระ 150 ปี นับแต่สถาปนาขึ้นในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชในประวัติศาสตร์กรุงรัตนโกสินทร์ถึง 3 พระองค์

เพื่อส่งเสริมและสานต่อกิจการด้านพระพุทธศาสนาให้ธำรงและรุดหน้ายิ่งขึ้น โครงการก่อสร้าง “ศูนย์ปฏิบัติธรรม สมเด็จพระสังฆราช (อมฺพรมหาเถร)” จึงถือกำเนิดขึ้น เมื่อผู้มีจิตศรัทธายิ่งใหญ่ ร่วมกันบริจาคที่ดินรวมกว่า 127 ไร่ ในบริเวณคลองเก้า อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ในช่วงต้นปี 2562 เพื่อให้อุบาสก อุบาสิกา เข้ามาปฏิบัติธรรม นอกจากนี้ยังจะใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมต่างๆ อีกทั้งเป็นที่พำนักของภิกษุผู้ใหญ่ที่ชราภาพ และอาพาธ

สมเด็จพระสังฆราชประทานพระวโรกาสให้วราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ขรรค์ชัย บุนปาน ประธาน บมจ.มติชน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเข้าเฝ้า โดยวราวุธและกัญจนา ร่วมสมทบทุน 11 ล้านบาท สร้างสถานปฏิบัติธรรม สมเด็จพระสังฆราช คลอง 9 ปทุมธานี ซึ่งเครือมติชน ภายใต้โครงการเผยแพร่ความรู้ เชิดชูศาสนา พัฒนาแหล่งน้ำลำคลอง เนื่องในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 43 เตรียมทอดผ้าป่าสามัคคีรวบรวมทุนทรัพย์สนับสนุนการก่อสร้าง

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระสัมโมทนียกถาให้สาธุชนที่เฝ้าถวายที่ดินในวันนั้น ตอนหนึ่งว่า

“ท่านทานบดีมีศรัทธาในพระรัตนตรัย จึงถึงพร้อมด้วยจาคะ สามารถสละทรัพย์สินมีค่าคือที่ดินผืนนี้เพื่อเป็นวิหารทาน เอื้ออำนวยให้ชนทั้งหลายได้มาอบรมศึกษา เพื่อรู้จักการรักษาศีล มีความละอายและเกรงกลัวต่อบาป ให้เป็นผู้ขวนขวายในการสดับตรับฟังธรรมะ ให้มีความเสียสละละวางจากบาปอกุศล จนบรรลุถึงความงอกงามทางปัญญา

ที่ดินร้อยกว่าไร่ที่ท่านอุทิศมอบไว้ในพระพุทธศาสนา จึงแปรเป็นทั้งอริยทรัพย์ในตัวท่านผู้บริจาคและจะเป็นทั้งแหล่งผลิตอริยทรัพย์ให้เพิ่มพูนขึ้นในหมู่พุทธบริษัทโดยทั่วหน้าสืบไป ขอทุกท่านจงยินดีอิ่มเอิบใจในบุญกิริยาที่ได้บำเพ็ญครั้งนี้เถิด”

นับแต่นั้น การดำเนินงานรุดหน้าเรื่อยมา โดยมีสมเด็จพระสังฆราช ทรงเป็นประธานอุปถัมภ์ และสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (สุชิน อัคคชิโน) เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานอำนวยการโครงการ

ศูนย์ปฏิบัติธรรมแห่งนี้ เน้นความ “สัปปายะ” กล่าวคือ มีสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม สะดวกสบายแก่การปฏิบัติธรรม กลมกลืนกับธรรมชาติ สงบ เรียบง่ายประกอบด้วยสถานที่ปฏิบัติธรรมเป็นสถาปัตยกรรมหลัก นอกจากนี้ ยังมีอาคารอเนกประสงค์ โรงครัว รวมถึงที่พักสำหรับฆราวาสหญิง-ชาย วิหาร สถานพยาบาล กุฏิ

‘สัปปายะ’ คือแนวคิดสำคัญในการสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรมที่แทรกตัวในธรรมชาติอย่างกลมกลืน

ศาลาการเปรียญ ตำหนักสมเด็จพระสังฆราช อาคารเรียนพระภิกษุ หอฉัน โรงเพาะชำ รวมถึงพื้นที่ปลูกป่าทั้งสวนไทย ไม้มงคล และสมุนไพร ผลงานการออกแบบของ “อาศรมศิลป์ นำโดย ธีรพล นิยม ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (สถาปัตยกรรม) ร่วมด้วย เผ่า สุวรรณศักดิ์ศรี ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (สถาปัตยกรรมไทย)

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 สมเด็จพระสังฆราชประทานพระวโรกาสให้วราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ขรรค์ชัย บุนปาน ประธาน บมจ.มติชน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเข้าเฝ้า โดยวราวุธและกัญจนาร่วมสมทบทุน 11 ล้านบาทสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรม สมเด็จพระสังฆราช ซึ่งเครือมติชน ภายใต้โครงการแบ่งปันความรู้ เชิดชูศาสนาพัฒนาแหล่งน้ำลำคลอง เนื่องในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 43 เตรียมทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อรวบรวมทุนทรัพย์ มอบแด่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามในการเดินหน้าสร้างศูนย์อันจะเป็นประโยชน์ยิ่งต่อพระพุทธศาสนาและเหล่าสาธุชน

นับเป็นอีกหนึ่งโครงการใหญ่ที่พุทธศาสนิกชนต้องร่วมแรงร่วมใจเพื่อสืบสานพระศาสนาจากนี้สืบไปชั่วกาลนาน

สานต่อบูรณะ ‘วัดสุวรรณดารารามราชวรวิหาร’ จากอยุธยาสู่รัตนโกสินทร์

วัดสุวรรณดาราราม คือหนึ่งในอารามสำคัญยิ่งต่อในยุคกรุงศรีอยุธยาสืบเนื่องกรุงรัตนโกสินทร์ เหตุเพราะประวัติความเป็นมา ถือเป็นวัดต้นบรมราชวงศ์จักรี ด้วยผู้สร้างคือพระราชบิดาของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

อารามแห่งนี้ เดิมชื่อวัดทอง สร้างโดยสมเด็จพระปฐมบรมชนก พระนามเดิมว่า “ทองดี” ตั้งแต่สมัยปลายกรุงศรีอยุธยา

ในหนังสืออภินิหารบรรพบุรุษ ซึ่งเขียนขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น กล่าวถึงการสร้างวัดแห่งนี้ว่า

“ครั้งหนึ่งพระบรมมหาไปยกาธิบดีพร้อมด้วยความคิดพระบรมมหาไปยิกาธิบดี ท่านทั้งสองมีศรัทธาบริจาคทรัพย์สร้างอารามแห่งหนึ่งในกำแพงพระนครที่ใกล้เคหนิวาศน์ฐาน เสร็จแล้วตั้งนามว่า วัดสุวรรณดาราราม”

ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ.2478

วัดสุวรรณดาราราม ภาพแทนความงามสมัยอยุธยาสืบเนื่องรัตนโกสินทร์

ปัจจุบันเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ภายในเกาะเมืองทางทิศใต้ ใกล้ป้อมเพชร ตั้งอยู่ท่ามกลางชุมชนการค้าชาวจีน ย่านเศรษฐกิจสำคัญของกรุงศรีอยุธยาเดิมชื่อวัดทอง สร้างโดยสมเด็จพระปฐมบรมชนกพระนามเดิมว่า “ทองดี” ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลายครั้นพ่ายแก่พม่าเมื่อพุทธศักราช 2310 วัดแห่งนี้ถูกปล่อยให้ทิ้งร้างเกือบ 2 ทศวรรษ กระทั่งรัชกาลที่ 1 สร้างกรุงรัตนโกสินทร์ แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์อารามแห่งนี้ทั้งหมดเมื่อ พ.ศ.2328

พระอุโบสถงดงาม บอกเอกลักษณ์ศิลปะยุคกรุงศรีอยุธยาตอนปลายด้วยฐานแอ่นโค้งอย่าง “ท้องสำเภา” ส่วนพระวิหารอีกทั้งเจดีย์ประธานทรงระฆัง สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 จิตรกรรมฝาผนังในพระวิหารโดดเด่นแปลกตาด้วยพระราชประวัติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ฝีมือมหาเสวกตรี พระยาอนุศาสน์จิตรกร (จันทร์ จิตรกร) ในรัชกาลที่ 7

ได้รับการปฏิสังขรณ์เรื่อยมาในทุกรัชกาลแห่งราชจักรีวงศ์ กระทั่งระหว่าง พ.ศ.2547-2548 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) สนับสนุนงบประมาณกว่า 19 ล้านบาท เพื่อบูรณะโบราณวัตถุสถานในวัดแห่งนี้เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปีการก่อตั้ง

ล่วงมาถึงวันนี้ มีการตระเตรียมการบูรณปฏิสังขรณ์อีกครั้ง “มติชน” ซึ่งร่วมกับมูลนิธิดร.โกวิท วรพิพัฒน์ และบรรจง พงศ์ศาสตร์ดำเนินโครงการแบ่งปันความรู้ เชิดชูศาสนาพัฒนาแหล่งน้ำลำคลอง ต่อเนื่องยาวนาน รับเป็นสื่อกลางในการประสานเมื่อ กฤตย์ รัตนรักษ์ หัวเรือใหญ่ “ช่อง 7” มีดำริสนับสนุนการบูรณปฏิสังขรณ์ในครั้งนี้

ประชุมครั้งแรกเมื่อศุกร์ที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยมี พระเทพปฏิภาณวาที แห่งวัดสุทัศนเทพวราราม นั่งเป็นประธาน พร้อมด้วย พระมหาเวชยันต์ เวชยนฺโต ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดสุวรรณดารารามราชวรวิหาร ขรรค์ชัย บุนปาน ประธานกรรมการบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ร่วมด้วยหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน
จิตรกรรมฝาผนังที่วัดสุวรรณดาราราม เขียนด้วยสีน้ำมัน ถ่ายทอดพระราชประวัติ “สมเด็จพระนเรศวรฯ” อย่างโดดเด่น จากฝีมือพระยาอนุศาสน์จิตรกร (จันทร์ จิตรกร) ในสมัยรัชกาลที่ 7

ประชุมครั้งแรกเมื่อศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2562 โดยมี พระเทพปฏิภาณวาที แห่งวัดสุทัศนเทพวราราม นั่งเป็นประธาน พร้อมด้วย พระมหาเวชยันต์ เวชยนฺโต รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดสุวรรณดารารามราชวรวิหาร ขรรค์ชัย บุนปาน ประธานกรรมการบริษัทมติชน จำกัด (มหาชน) ร่วมด้วยหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน

พร้อมเดินหน้าวางแผนตามหลักวิชาการซึ่งไม่เพียงให้ความสำคัญกับโบราณวัตถุสถานภายในวัด หากแต่ยังเห็นพ้องกันว่า “ภูมิทัศน์” คือสิ่งสำคัญที่ไม่อาจละเลย

การร่วมหารือและลงพื้นที่เพื่อวางแผนการบูรณะตามดำริของ ‘กฤตย์ รัตนรักษ์’ หัวเรือใหญ่ ‘ช่อง 7’ โดย ‘มติชน’ เป็นสื่อกลางประสานร่วมด้วยภาคส่วนต่างๆ

ความสะอาด เส้นทางน้ำ คูคลอง ต้นไม้ใบหญ้า ต้องได้รับการเอาใจใส่ เพื่อเสริมให้อารามอันงดงามแห่งนี้งามสง่ายิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน การประชาสัมพันธ์ข้อมูล ความรู้สู่สังคมก็ต้องดำเนินควบคู่

เป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญในการธำรงไว้ ซึ่งมรดกล้ำค่าจากอดีตกาลเพื่อรังสรรค์ปัจจุบันที่งดงามและเดินหน้าสู่อนาคตอย่างมั่นคง

10 เล่ม 1,000 โรงเรียน ปี 2 เติมหนังสือดีสู่ห้องสมุดทั่วไทย

เพราะการอ่านคือพื้นฐานของความรู้อันจะขับเคลื่อนสังคมไทยให้เดินหน้า โครงการ “10 เล่ม 1,000 โรงเรียน” จึงถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่ พ.ศ.2561 ต่อเนื่องถึง พ.ศ.2562 เป็นปีที่ 2 โดย “มติชน” และสื่อในเครือเป็นสื่อกลางในการรณรงค์ อีกทั้งประชาสัมพันธ์การรับเงินบริจาคเพื่อนำไปจัดหาหนังสือใหม่และทันสมัย มอบให้ห้องสมุดโรงเรียนทั่วประเทศ รวมถึง “ห้องสมุดพร้อมปัญญา” ของกรมราชทัณฑ์ และผู้ด้อยโอกาสเพื่อส่งเสริมการอ่าน โดยเลือกหนังสือ 10 เล่ม ได้แก่ 1.โรงเรียนหลังใหญ่ โลกใบเดียวกัน 2.ย่นเวลาทะลุมิติ ฉบับการ์ตูน 3.ปรักปรำศาสตร์ 4.ที่คิดว่าสุขกลับไม่ ที่คิดว่าไม่กลับสุข 5.ก้าวใหม่ที่

สมหมาย ปาริจฉัตต์ รองประธานกรรมการ บมจ.มติชนครั้งมอบหนังสือสำหรับห้องสมุดพร้อมปัญญา กรมราชทัณฑ์ ภายใต้โครงการ 10 เล่ม 1,000 โรงเรียน

แตกต่างบนทางเดียวกัน 6.โฮ่งเมี้ยว! เดี๋ยวแมว เดี๋ยวหมา พ.3 7.SuperSeal คนเหนือคน 8.เมาท์จนจุก สนุกไปกับชาติ 9.สงครามน้ำมะนาว 10.คดีป่วนก๊วนน้ำมะนาว

นอกจากนี้ ยังเพิ่มเติมหนังสือให้อีกแห่งละ 5 เล่ม ประกอบด้วย 1.เดินดิน กินข้าวแกง 2.ชนะโรคด้วยเสียงหัวเราะ 3.ยังหายใจต้องไม่แพ้ 4.เมนูรัก สุนัขไม่ได้รับ’ทาน 5.คืนหลอกหลอน

ทางโครงการได้ส่งมอบหนังสือไปยังโรงเรียนและหน่วยงานที่เข้าร่วมเป็นที่เรียบร้อย ปิดท้ายโครงการดีๆ ในปีที่ 2 ลงอย่างสวยงามและสมบูรณ์แบบ

ทั้งหมดนี้นับเป็นโครงการดีๆ ที่สร้างประโยชน์แก่สังคมในมิติหลากหลายอันเป็นพื้นฐานสำคัญของคุณภาพประเทศอย่างแท้จริง

บทความก่อนหน้านี้‘เฌอปราง BNK48’ เปิดหมดใจ ปมดราม่าลงเลือกตั้ง ลั่นยอมรับการตัดสินใจของ ‘แนทเธอรีน’
บทความถัดไป‘สมยศ’ เผยให้ ‘ช้างศึกหนุ่ม’ เบิก 10 ล้านได้ทันที แซวนักเตะขอให้ยิงแบบนี้ทุกนัด