แยกกันเราอยู่ รวมหมู่เราติด สแกนเพื่อนบ้าน สกัด ‘โควิด’

โปสเตอร์รณรงค์ "อยู่บ้านคือรักชาติ" ของรัฐบาลเวียดนาม

คือสงครามครั้งใหม่ที่มวลมนุษยชาติต้องร่วมกันต่อสู้บนสมรภูมิเชื้อร้ายซึ่งรู้จักกันในนาม “โควิด-19” โคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ ดังที่ แองเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมัน แถลงกับประชาชนของตัวเอง แต่ทั้งโลกต่างหันมาฟังว่า “นี่คือความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดนับแต่สงครามโลกครั้งที่ 2”

ความรุนแรงของการระบาดสร้างความสูญเสียในยุโรปอย่างมากจนน่าใจหาย โดยเฉพาะในอิตาลีที่ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งแซงจีนไปเป็นที่เรียบร้อย

กว่า 2 แสนราย คือยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลกที่ยังขยับสูงขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง ท่ามกลางมาตรการรับมือที่แต่ละประเทศพยายามทุกวิถีทางในการสกัดกั้นการแพร่ระบาดไม่ให้หนักหน่วงไปกว่านี้

หันมาดูภูมิภาค “อุษาคเนย์” เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บ้านเรือนเคียงใกล้ที่ต้อง “ห่างกันสักพัก” จากการปิดด่านพรมแดน พร้อมด้วยมาตรการอื่นๆ อีกมากมาย ด้วยบริบทสังคมการเมือง และความเข้มข้นของสถานการณ์

Advertisement

‘มาเลย์’ เข้ม! ปิดประเทศ
‘จาการ์ตา’ ประกาศ ‘ภาวะฉุกเฉิน’

ถือเป็นประเทศที่ภาครัฐแอ๊กชั่นทุกวิถีทาง สำหรับ สหพันธรัฐมาเลเซีย ผู้ครองสถิติผู้ติดเชื้อโควิด-19 สูงสุดในอาเซียน ด้วยยอดสะสม 1,183 ราย เสียชีวิตรวม 4 ราย ได้รับการรักษาจนสามารถปล่อยตัวกลับบ้านได้ 114 ราย (ข้อมูลเมื่อ 21 มีนาคม) แต่ละวันพบผู้ติดเชื้อรายใหม่กว่า 100 คน โดยในขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการ “ปิดประเทศ” และห้ามเดินทางระหว่างรัฐ ซึ่งเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ 18 มีนาคม ก่อนขยับมาเข้มขึ้นอีกระดับด้วยการใช้ทหารควบคุมการคมนาคม เพื่อสกัดการระบาดตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา

รุสนันท์ เจ๊ะโซ๊ะ อาจารย์มหาวิทยาลัยมาลายา ให้ข้อมูลว่า จากที่รัฐบาลมาเลเซียประกาศคำสั่งควบคุมการเคลื่อนย้ายตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม ถึง 31 มีนาคม 2020 ทั่วประเทศ เป็นไปภายใต้พระราชบัญญัติป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ 1988 และพระราชบัญญัติตำรวจ 1967

คำสั่งดังกล่าวมีเนื้อหาโดยสรุป ห้ามการชุมนุมที่มีคนจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมศาสนา กีฬา งานสังคมและวัฒนธรรม ห้างสรรพสินค้า ยกเว้นร้านขายของสด ตลาดสด ร้านขายของชำ ร้านสะดวกซื้อ ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ ส่วนผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศต้องกักตัวเอง 14 วัน

นอกจากนี้ ยังห้ามชาวต่างชาติและเครื่องบินต่างประเทศ รวมถึงปิดสถานศึกษาทุกแห่ง

อีกทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ยกเว้นที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ โรงพยาบาล การป้องกันสาธารณภัย เป็นต้น

แพทย์มาเลเซียถือป้าย “We stay at work for you, You stay at home for us.” ต่อมาแพร่หลายไปยังประเทศอื่นด้วย

อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวน่าสนใจคือ บุคลากรทางการแพทย์ในประเทศมาเลเซีย ซึ่งพากันเขียนข้อความบนกระดาษเผยแพร่ในโซเชียลเน็ตเวิร์ก ว่า “I stayed at work for you, you stay at home for us.” มีความหมายว่า ฉันมาทำงานเพื่อคุณ คุณอยู่บ้านเพื่อเรา เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนพักอยู่ในเคหสถาน ป้องกันการแพร่กระจายของไวรัส ดังปรากฏในเฟซบุ๊กแฟนเพจ

KEMENTERIAN KESIHATAN MALAYSIA เพจทางการของกระทรวงสาธารณสุข มาเลเซีย ที่อัพเดตสถานการณ์สม่ำเสมอ ให้ข้อมูล ความรู้ แถลงการณ์ และสถิติรายวัน พร้อมอินโฟกราฟิกเข้าใจง่ายมากทั้งภาษาท้องถิ่นและภาษาอังกฤษ

ในขณะที่ “อินโดนีเซีย” ก็เข้มงวดเช่นกัน โดยมีการประกาศภาวะฉุกเฉินภายในกรุงจาการ์ตา เมืองหลวงของประเทศ มีผล 14 วันถัดจากวันที่ 20 มีนาคมเป็นต้นไป โดยจะมีกำลังตำรวจและทหารคอยดูแลความเรียบร้อยให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนด เพื่อสกัดกั้นการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19 หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีมาตรการต่างๆ อาทิ ปิดจุดท่องเที่ยวและสถานบันเทิง ขอความร่วมมือในการทำงานจากบ้าน หรือให้มีพนักงานเดินทางออกไปทำงานในออฟฟิศต่างๆ ที่ไม่สามารถปิดได้ให้น้อยที่สุด

นอกจากนี้ ยังมีการจำกัดจำนวนผู้โดยสารในระบบขนส่งสาธารณะ และลดชั่วโมงการให้บริการลงเพื่อให้แน่ใจว่าการสัญจรจะเป็นไปในกรณีเร่งด่วนเท่านั้น

ฟิลิปปินส์ ปิดประเทศ ตั้งแต่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา (ภาพจาก AFP)

‘ปิดพรมแดน’ อย่างสมานฉันท์ ‘กัมพูชา-เวียดนาม’

สำหรับ ราชอาณาจักรกัมพูชา ก็ตื่นตัวต้านโควิดเร่งสะกิด “เวียดนาม” แจ้งปิดพรมแดนด้วยมิตรภาพ โดยกระทรวงการต่างประเทศ กัมพูชา ออกหนังสือระบุถึงการงดให้ชาวเวียดนามเดินทางเข้ากัมพูชา ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ มีผลตั้งแต่เวลา 23.59 น.ของวันที่ 20 มีนาคม โดยขอให้หน่วยงานในประเทศเวียดนามแจ้งข้อมูลดังกล่าวต่อประชาชนของตนเอง

อย่างไรก็ตาม แม้ประชากรไม่อาจข้ามด่าน ทว่า สินค้าอุปโภคบริโภคนั้นจะขาดไม่ได้ โดยทั้ง 2 ประเทศยังให้หน่วยงานท้องถิ่นร่วมกันอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศให้เป็นไปอย่างราบรื่น

สำหรับฟากฝั่งเวียดนามนั้น ก่อนหน้าเคยเปิดไฟแดงห้ามผู้เดินทางมาจากอังกฤษและยุโรป ในขณะที่ผู้เดินทางจากกลุ่มประเทศอาเซียนกักตัวเป็นเวลา 14 วัน รวมไปถึงชาวเวียดนามเองที่เดินทางกลับบ้านด้วย ทว่า ล่าสุดขยายผลสู่การประกาศห้าม “ชาวต่างชาติ” เข้าประเทศเป็นที่เรียบร้อย มีผลตั้งแต่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา

สำหรับสถิติผู้ติดเชื้อ ข้อมูลวันที่ 20 มีนาคม อยู่ที่ 85 ราย โดยได้รับการรักษาจนหายและกลับบ้านแล้ว 17 ราย

กัมพูชา-เวียดนาม ปิดพรมแดน แต่ยังขนส่งสินค้าด้วยความร่วมมือของหน่วยงานท้องถิ่น (ภาพจาก Vietnam Plus)

ปลุกฮึกเหิม ‘อยู่บ้านคือรักชาติ’
ผุดโปสเตอร์กลิ่นอายสมัยรบฝรั่งเศส

อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวภาครัฐที่สร้างสีสันชวนขบคิด คือภาพโปสเตอร์รัฐบาลเวียดนามรณรงค์ต้านไวรัสโควิด-19 ซึ่ง ดร.สุริยา คำหว่าน มหาวิทยาลัยนครพนม นำมาเผยแพร่ โดยระบุว่า เป็นการรณรงค์ให้แสดงออกถึงความรักชาติโดยให้อยู่ที่บ้านถ้าไม่มีธุระจำเป็น ตามแคมเปญ “อยู่ที่บ้านเพื่อแสดงความรักชาติ”?

ประเด็นนี้ รศ.ดร.ยุกติ มุกดาวิจิตร อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเวียดนาม อธิบายเพิ่มเติมถึงข้อความบนโปสเตอร์ส่วนหนึ่งว่า อักษรตัวเอนเล็กๆ 2 ข้างเขียนว่า เพื่ออนาคตที่มีความสุขและอิ่มท้อง เพื่ออีกครึ่งปี 2020 จะได้หมด “โก วี” (คำเรียกโควิดของคนเวียดนาม) โดยตั้งข้อสังเกตด้วยว่า นี่คือการออกแบบแนว socialist futurism เหมือนในยุคสงครามที่ทำกันมาตั้งแต่ทศวรรษ 40s สมัยรบกับฝรั่งเศส โดยใช้สีย้อนยุคให้ดูเก่าเหมือนอยู่ในยุคสงครามเวียดนาม เพื่อปลุกอารมณ์ร่วมให้รักชาติยุคสงคราม และใช้ภาษาดุดัน เชิงออกคำสั่ง แสดงอำนาจรัฐเผด็จการ

นอกจากโปสเตอร์แล้ว อีกแนวที่ฮิตมากคือเพลง Ghen CoVy ซึ่งมีความหมายว่า “เกลียดโควิด” ที่มีผู้เข้าชมแล้วกว่า 20 ล้านครั้ง ชื่อเพลงนี้น่าสนใจตรงความหมายแฝงที่มีนัยยะชวนฟัง

“โก วี คือคำเรียก covid ให้ถนัดปากคนเวียด โดยมีนัยแฝงในความหมายด้วย คำว่า โก ทั่วไปเรียกอย่างสุภาพก็หมายถึงคุณผู้หญิง หรือแปลตรงๆ ว่าอาผู้หญิง แต่ในบางโอกาส ก็เป็นคำเรียกแบบรังเกียจ ส่วน วี ก็กลายเป็นชื่อ ซึ่งเข้ากับคำว่า ghen ได้ดี เพราะคำนี้ก็มักใช้กับเรื่องชู้สาว คือเกลียดในเชิงหึงหวงนังนั่นเอง” รศ.ดร.ยุกติอธิบาย

‘ลาว’ พร้อมรบ! โชว์แล็บทันสมัย
เลิกฉลองสงกรานต์ ประกาศ 9 มาตรการ

ขยับมาเพื่อนบ้านที่คั่นเพียงสายน้ำโขง อย่าง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งข้อมูลในวันที่ 22 มีนาคม ตัวเลขผู้ติดเชื้อยังเป็น 0

ย้อนกลับไปตั้งแต่ 18 มีนาคม ลาวสั่งปิดสถานศึกษาทั่วประเทศ ทั้งโรงเรียน วิทยาลัย มหาวิทยาลัย ทั้งของรัฐและเอกชนตั้งแต่ 19 มีนาคม-21 เมษายน มีการตั้ง “คณะทำงานเฉพาะกิจป้องกันควบคุมและแก้ไขการระบาดของเชื้อโควิด-19”

ทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรี สปป.ลาว แถลง

มาตรการ 9 ข้อ อาทิ ปิดด่าน งดออกวีซ่าทุกประเภท ยกเลิกการยกเว้นวีซ่าในประเทศที่เคยได้รับการยกเว้นเป็นการชั่วคราว ขอให้พลเมืองลาวหลีกเลี่ยงการเดินทางไปต่างประเทศ ส่วนผู้เดินทางกลับจากประเทศที่มีการแพร่ระบาดให้กักตัว 14 วัน ยกเลิกการฉลองบุญปีใหม่ลาว (สงกรานต์) ปิดสถานบันเทิง นวด คาราโอเกะ กำหนดสถานที่กักบริเวณ 14 วัน สำหรับผู้เดินทางมาจากประเทศที่มีความเสี่ยง รวมทั้งแรงงานลาว และนักศึกษาลาวที่จะเดินทางกลับลาวในช่วงสงกรานต์ รวมถึงแนะนำให้คนลาวในต่างประเทศเลื่อนการเดินทางกลับประเทศชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

ส่วนสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจ ผู้อำนวยการใหญ่ “การบินลาว” ไม่รับเงินเดือนเป็นเวลา 3 เดือน ส่วนคณะผู้บริหารก็ร่วมกันงดรับเงินเดือน 1 เดือน เพื่อฝ่าฟันวิกฤตโควิด-19 เนื่องจากมีการยกเลิกเที่ยวบินเป็นจำนวนมาก

ลาวซ้อมเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโควิด-19 ที่สนามบินวัดไต เวียงจันทน์

ศูนย์ข่าวสารการแพทย์สุขศึกษา สปป.ลาว ยังเผยแพร่คลิปวิดีโอแนะนำห้องปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยระบุว่า กระทรวงสาธารณสุข สปป.ลาว มีการเตรียมความพร้อมหลายด้านในการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยมีห้องตรวจวิเคราะห์หาเชื้อ รวมถึงศูนย์วิเคราะห์และระบาดวิทยา สถาบัน Pasteur ลาว, ศูนย์ลาว Christophe Merieux และโรงหมอมโหสถ หรือศูนย์รวมโรคซึ่งล้วนแต่ได้มาตรฐานสากล

ดร.สมพาวัน สมลอ นักวิจัยสถาบันสถาบัน Pasteur ลาว กล่าวว่า สถาบันแห่งนี้ได้รับการช่วยเหลือจากต่างประเทศโดยเฉพาะฝรั่งเศส ในการสร้างนักวิทยาศาสตร์ชาวลาวให้เป็นบุคลากรที่ได้มาตรฐาน มีห้องแล็บสำหรับโรคอุบัติใหม่ และทีมงาน 6 คน ที่ผ่านการฝึกอบรมมาอย่างดี สำหรับการตรวจหาเชื้อจากตัวอย่างในแต่ละครั้ง จะมีการส่งตรวจถึง 3 ห้องแล็บ เพื่อตรวจสอบว่าได้ผลตรงกันหรือไม่

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการจำลองเหตุการณ์เสมือนจริงในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโควิด โดยกระทรวงสาธารณสุข สปป.ลาว ร่วมกับการบินพลเรือน สร้างเหตุการณ์จำลองที่สนามบินวัดไต เวียงจันทน์ เพื่อซักซ้อมขั้นตอนการรับมืออย่างถูกต้องตามหลักการทางการแพทย์ให้เกิดความปลอดภัย ไม่มีการแพร่กระจายของไวรัสอีกด้วย

‘โควิด’ พราก ศาสตราจารย์
ม.ฟิลิปปินส์ ผู้เชี่ยวชาญจีนศึกษา

ปิดประเทศไปตั้งแต่ 19 มีนาคม สำหรับ “ฟิลิปปินส์” ซึ่งรัฐมนตรีต่างประเทศประกาศผ่านทวิตเตอร์ระบุว่า ได้ลงนามในคำสั่งยุติการออกวีซ่าทั้งในและสถานทูตในต่างประเทศทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ไม่มีการให้รายละเอียดของกรอบระยะเวลา โดยในช่วงนี้ฟิลิปปินส์มียอดผู้ติดเชื้อแล้ว 217 ราย มีผู้เสียชีวิต 17 ราย ประชาชนทั่วประเทศราว 107 ล้านคน ได้รับการร้องขอให้อยู่ในบ้านเพื่อลดโอกาสการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสในกรอบระยะเวลาราว 1 เดือน

ล่าสุด ยังมีข่าวเศร้าอันมาจากความสูญเสียบุคลากรสำคัญในแวดวงวิชาการจากไวรัสโควิด-19 ศาสตราจารย์ เอลีน บาวิเอรา ผู้เชี่ยวชาญด้านจีนศึกษา มหาวิทยาลัยแห่งชาติฟิลิปปินส์ จากไปในวัย 60 ปี เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 21 มีนาคม

ศาสตราจารย์เอลีนสร้างผลงานวิชาการด้านจีนศึกษามานานถึง 40 ปี ได้รับการยกย่องเป็นผู้เชี่ยวชาญอันดับต้นๆ ของฟิลิปปินส์ในสาขาวิชาดังกล่าว

นักวิชาการไทยต่างร่วมแสดงความอาลัยผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความเคลื่อนไหวในประเทศเพื่อนบ้านชิดใกล้ที่ต้องสู้ไปด้วยกันในห้วงเวลาแห่งการระบาดของเชื้อโรคพันธุ์ใหม่ในประวัติศาสตร์โลก

น้ำใจในยามวิกฤต เจ้าของห้องเช่าในกัมพูชาประกาศลดค่าเช่าจนกว่าโควิดเลิกระบาดรุนแรง แพร่หลายในโซเชียลฯ กัมพูชา
สิงคโปร์ มีผู้เสียชีวิตรายแรกจากโควิด เมื่อ 21 มีนาคม ยอดป่วยสะสม 432 ราย ประกาศเตรียมปิดประเทศ เมื่อ 22 มีนาคม (ภาพจาก Catherine LAI / AFP)
QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image