เบื้องหลังนวัตกรรมสุดลํ้า ยืนหนึ่งด้านเทเลเมดิคัล เปิดใจ นพ.ชัยรัตน์ ปัณฑุรอัมพร ซีอีโอ ‘สมิติเวช’ #เราไม่อยากให้ใครกังวล

หลังจากสร้างความฮือฮากับ TytoCare ชุดอุปกรณ์ตรวจวัดสุขภาพเบื้องต้น นวัตกรรมทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลสมิติเวชมอบให้กับหน่วยงานภาครัฐ จำนวน 200 ชุด ในช่วงเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ลดภาระการทำงานของคุณหมอ ดูแลและติดตามสุขภาพผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์

ล่าสุด เปิดตัวแคมเปญ #เราไม่อยากให้ใครกังวล ชูเทคโนโลยีดิจิทัล ฝ่าวิกฤตโควิด-19 เคียงคู่คนไทย กับ 3 แอพพลิเคชั่น เสริมระบบเทเลเมดิคัลเต็มลูป Engage Care แอพพลิเคชั่นติดตามข้อมูลสุขภาพผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตแบบเรียลไทม์ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากโรคแทรกซ้อน Samitivej Pace ติดตามสถานะการผ่าตัด ญาติสามารถรู้ถึงสถานะคนไข้ที่เข้ารับการผ่าตัด รวมถึงวิธีเตรียมตัวทั้งก่อนและหลังผ่าตัด และ Samitivej Prompt ติดตามสถานะการดูแลผู้ป่วยในวอร์ด ญาติและผู้ป่วยสามารถรู้ถึงกิจวัตรประจำวัน ทีมผู้ดูแล ฝากข้อความถึงแพทย์ และค่ารักษาพยาบาล

นพ.ชัยรัตน์ ปัณฑุรอัมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม รพ.สมิติเวช และ รพ.บีเอ็นเอช กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปทั่วโลก ดังนั้น ต้องมีการปรับตัวและไม่ดำเนินธุรกิจแบบเดิมๆ อีกต่อไป เมื่อโควิด-19 นำไปสู่ชีวิตวิถีใหม่ ประกอบกับพฤติกรรมของคนที่ตระหนักในการดูแลสุขภาพมากยิ่งขึ้น ไม่อยากป่วย ไม่อยากไปโรงพยาบาล ถ้าจำเป็นต้องไปโรงพยาบาลก็ไม่อยากรอ ไม่อยากติดเชื้อ โรงพยาบาลสมิติเวชเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส พัฒนาระบบต่างๆ เพื่อแก้ pain points เหล่านี้ให้กับผู้ใช้บริการ สร้างโซลูชั่น สร้างโปรแกรมเช็กอัพ ตรวจแล้วรู้ว่าเวลานี้คุณมีโอกาสเป็นโรคอะไร แล้วเราบล็อกไว้ก่อน ไปจนถึง Selfcare ดูแลสุขภาพตนเอง เป็นที่มาของ Engage Care แอพพลิเคชั่นดูแลติดตามสุขภาพของผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง รวมไปถึงเฝ้าระวังระดับน้ำตาล ระดับออกซิเจนในเลือด ฯลฯ ด้วยเทคโนโลยีแบบเรียลไทม์ ทำให้ลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยได้ถึง 30%

นพ.ชัยรัตน์ ปัณฑุรอัมพร

นั่นเป็นปรอทแรกที่ใช้วัดอุณหภูมิทางอารมณ์ของผู้บริโภค จากการสำรวจความคิดเห็นพบว่า ทุกคนต่างไม่อยากมาโรงพยาบาล นอกจาก Virtual Hospital ซึ่งทุกคนสามารถปรึกษาแพทย์ผ่านทางออนไลน์โดยไม่ต้องฝ่ารถติด มี TytoCare ชุดอุปกรณ์ตรวจวัดสุขภาพเบื้องต้น วัดอุณหภูมิร่างกาย ส่องช่องปาก ฟังเสียงปอด หัวใจ ส่องช่องหู เยื่อแก้วหู ส่องผิวหนัง เพื่อสื่อสารกับแพทย์ได้อย่างเรียลไทม์ โดยผลการตรวจจะได้รับการบันทึกไว้เป็นข้อมูลประกอบการวินิจฉัยของแพทย์

“TytoCare กับ Samitivej Virtual Hospital ช่วยสังคมมหาศาล ไม่ต้องมาที่โรงพยาบาล ขณะเดียวกันเรายังไปหาคนไข้ คือ HomeCare หมอใหญ่ไปถึงบ้านคนไข้ ไปตรวจ ฉีดวัคซีน ช่วงโควิดทำให้เราคิดอะไรใหม่ๆ ที่ไม่เหมือนชาวบ้าน และเราเอาหมอไปตรวจ คนไข้ชอบมาก” นพ.ชัยรัตน์บอก และว่า

ขณะที่ปรอทที่ 2 เป็นเรื่องของการคำนึงถึงความต้องการของญาติผู้ป่วย แอพพลิเคชั่น Samitivej Pace จึงมีขึ้นเพื่อให้สามารถติดตามอัพเดตกระบวนการรักษาของผู้ป่วยในทุกขั้นตอน ญาติอยู่ที่อเมริกา อยู่ต่างจังหวัด ไม่ต้องเดินทางมา เพียงใช้แอพพลิเคชั่นนี้จะทราบเลย

ปรอทที่ 3 สำหรับผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัด Samitivej Prompt ติดตามสถานการณ์ดูแลผู้ป่วยในวอร์ด ชนิดยาที่ใช้ในการรักษา แพทย์ที่ดูแล แสดงรายละเอียดกิจกรรมของผู้ป่วยในแต่ละวัน รวมทั้งสามารถแจ้งความต้องการในการดูแล ฝากข้อความถึงแพทย์ผู้รักษา ติดตามสถานะระหว่างการรักษา แสดงค่ารักษาเบื้องต้น เป็นต้น

ไม่มีใครอยากเข้าโรงพยาบาล ถ้ามีความจำเป็นในการเข้าใช้บริการ แต่ไม่อยากรอ Samitivej Plus มีโปรไฟล์หมอให้เลือกใช้บริการ พร้อมกับจองคิว เพื่อลดการรอคอยไปถึง 60% และเมื่อรักษาแล้วยังสามารถจ่ายค่ารักษาผ่านทางคิวอาร์โค้ดได้ทันที

นอกจากนี้เพื่อปลอดความกังวลในการติดเชื้อระหว่างเข้ารับการรักษา ที่สมิติเวชยังมีโรบอตให้บริการส่งอาหาร ยา เอกสาร เพราะ #เราไม่อยากให้ใครกังวล

การปรับตัวช่วงโควิด 6 เดือนที่ผ่านมาเราทำได้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม รพ.สมิติเวช และ รพ.บีเอ็นเอช เปิดใจว่า สิ่งสำคัญคือ อย่าซึม พอเราไม่ซึม เราจะคิดกลยุทธ์

สูตรของเราคือ “4 ป้อง 1 ฉวย” 1.ป้องคน ป้องลูกค้า ป้องหมอ/พยาบาล เพราะชีวิตสำคัญที่สุด 2.ป้องครอบครัว คือองค์กรของเรา ตัดต้นทุนเชิงกลยุทธ์ แต่ต้องไม่ตัดอนาคต ตัดสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ก่อนมนุษย์ 3.ป้องเงิน ถ้ารายได้ตกมากเท่าไหร่ ต้องให้รายจ่ายตกลงมากกว่า รักษาสมดุลระหว่างดีมานด์กับซัพพลาย เมื่อมีกำไรก็สามารถยืนหยัดได้ 4.ป้องงาน งานใดที่เราทำสำเร็จ เช่น การรวม 2 แผนกเป็น 1 แผนก ทำให้ลดต้นทุนได้ ให้คงไว้ ส่วน 1 ฉวย คือการบุกโดยวัดปรอทคนไข้ แล้วบุกด้วยกลยุทธ์ต่างๆ โดยต้องรู้จักการจัดลำดับความสำคัญ

“เวลาเรามองบางครั้งเราต้องมองทะลุกำไรขาดทุน ทะลุตัวเลข มันเป็นเรื่องของคุณค่า ถามว่าทำแบบนี้มีรายได้เข้ามาไหม ตอบว่ามี แต่ถามว่ารายได้ทดแทนของเก่าได้ไหม มันไม่มีทางทดแทนได้ แต่งานต่างๆ เหล่านี้ทำประโยชน์ให้กับสังคมไทยทั้งหมด

“อย่างแอพพลิเคชั่น Samitivej Pace, Samitivej Prompt น่าจะเป็นแห่งแรกของโลก ส่วน Samitivej Virtual Hospital ถามว่าที่อื่นมีไหม เราอาจจะเป็นผู้นำคนแรกที่ทำเรื่องนี้ ซึ่งยิ่งมีมากยิ่งดี ทำให้แพทย์โดยเฉพาะโรงพยาบาลรัฐเหนื่อยน้อยลง คนไข้ที่เป็นโรคไม่ร้ายแรงไม่ต้องไปโรงพยาบาล”

การใช้แอพพลิเคชั่นเหล่านี้ก็เพื่อให้ทุกคนดูแลตัวเองได้ ไม่ป่วย และไม่ต้องเข้ามาในโรงพยาบาล เพราะจุดประสงค์ของการเปิดโรงพยาบาล เจตนาสำคัญที่สุดคือ การทำให้คนในสังคมและชุมชนไม่ป่วย นั่นคือองค์กรแห่งคุณค่า Organization of values จะอยู่เหนือ Organization of success

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘วิรัช’ เผยสัญญาณ ส.ว. หนุนแก้รธน.ดีขึ้น ยันแบ่งฝ่ายละ 8 ชม. ถก 2 วันจบ
บทความถัดไปรถพ่วงหัวลาก พุ่งชนร้านลาบกลางดึก คาดคนขับหลับใน เจ้าของบ้านรอดปาฏิหาริย์!