ล่วงลับ ไม่เลือนหาย ‘วาเลรี กูตาร์’ ศิลปินระดับโลก ผู้มอบของขวัญให้คนไทย

Valérie Goutard (วาเลรี กูตาร์) หรือ Val (วาล) อาจไม่ใช้ชื่อคุ้นหูคนไทยหากไม่ได้อยู่ในพื้นที่ใดๆ ของแวดวงศิลปะร่วมสมัย ทว่า หากเอ่ยถึงประติมากรรมอันโดดเด่นสะดุดตาที่สวนสาธารณะ ‘เบญจสิริ’ ย่านสุขุมวิท, สมาคมฝรั่งเศส กรุงเทพ และโรงแรมโซฟิเทล ‘ภาพจำ’ ที่มีคงผุดพรายขึ้นมาราวกับเรื่องเล่าที่คุ้นเคย

Ville fantastique

Attraction

Inle Balance

คือชื่อผลงานของศิลปินหญิงชาวฝรั่งเศสผู้ล่วงลับ เรียงตามลำดับในสถานที่ต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้น

นับเป็นหนึ่งในศิลปินระดับนานาชาติ ซึ่งเคยพำนักในประเทศไทยที่มีชื่อเสียงมากที่สุด

“Reflection of Infinity” นิทรรศการย้อนหลังของ VAL (2510-2559) ณ SAC Gallery สุขุมวิท 39 มีขึ้นเพื่อร่วมรำลึกถึงศิลปินชาวฝรั่งเศสผู้ล่วงลับ และมรดกของผลงานศิลปะที่ฝากผลงานไว้ให้ศิลปินรุ่นหลังได้ชื่นชม โดยเน้นย้ำถึงชีวิตและอาชีพของเธอผ่านผลงานที่คัดสรรมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2550-2559

นอกจากการรวบรวมผลงานที่เคยถูกจัดแสดงเอาไว้มากที่สุดแล้ว ความพิเศษของนิทรรศการเดี่ยวครั้งนี้ คือการจัดแสดงผลงานศิลปะชิ้นสำคัญที่ถูกจัดแสดงถาวรในประเทศไทยและงานที่ยังไม่เคยจัดแสดงที่ไหนมาก่อน

ไม่เพียงเท่านั้น Linjie Zhou (หลินเจี่ย โจว) ภัณฑารักษ์จาก SAC Gallery ยังนำบทความเรื่อง “Five Meditations on Death: In Other Words … On Life” ซึ่งมีนัยสำคัญทางปรัชญา จากฟร็องซัวร์ เฉิง กวีและนักวิชาการคนโปรดของวาลมาประกอบนิทรรศการในครั้งนี้ โดยนำเสนอถึงวิธีทางการทำความเข้าใจเกี่ยวกับความตายของมนุษย์จากมุมมองที่แตกต่างแต่กลับเกี่ยวพันกัน แสดงให้เห็นว่าความตายเป็นการเปลี่ยนแปลงในกระบวนการมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น ซึ่งเราไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนในยุคปัจจุบัน

‘นิทรรศการครั้งนี้ ต้องการให้เราได้ไตร่ตรองชีวิตของวาลผ่านการจากไปของเธอ การตระหนักถึงความตายจะช่วยให้โชคชะตามีความหมายอย่างเต็มที่ หากการเกิดเป็นเมล็ดพันธุ์ ความตายก็เป็นผลผลิต ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่หลงเหลืออยู่สุดท้ายของชีวิตที่ถูกใช้อย่างมีคุณค่า’

คือถ้อยคำที่ SAC Gallery สื่อสารถึงจุดหมายของนิทรรศการ

ย้อนกลับไปที่ชีวิตของวาล ซึ่งผูกพันกับประเทศไทยอย่างลึกซึ้ง ศิลปินผู้นี้สร้างงานอันเป็นเอกลักษณ์ด้วยส่วนผสมของวัสดุที่ทนทาน และเปราะบาง มีความโดดเด่นที่เชื่อมความสมดุลและความกลมกลืนในรูปแบบที่คาดไม่ถึง โดยให้ความสำคัญกับการใช้ช่องว่างเพื่อสร้างจังหวะการมองเห็นที่สมบูรณ์แบบ

ตัวอย่างผลงานสำคัญ อาทิ Finding Soulmate II ที่อาคารไทม์สแควร์ ฮ่องกง, Inquilibre ที่ Skysuite Tower ประเทศสิงคโปร์ และWaiting III ที่ New Square Tower ไต้หวัน เป็นต้น

ในปี พ.ศ.2558 วาลได้รับรางวัลในสาขาศิลปะ จากกระทรวงการต่างประเทศ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และในปีต่อมา Chinese Academy of Fine Arts in Beijing (CAFA) กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ยกย่องให้ วาลเป็นศิลปินรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองในกลุ่มศิลปินตะวันตก โดยมีการจัดนิทรรศการย้อนหลัง เกี่ยวกับผลงานของเธอ นอกจากนี้ พิพิธภัณฑ์ของวิทยาลัยยังได้ซื้อผลงานชุด Autoportrait และ Eternal เพื่อจัดแสดงถาวร

สำหรับผลงานชิ้นเอก ซึ่งจัดในนิทรรศการครั้งนี้ ได้แก่ Conversation au parc II (2553), Ville fantastique II และ Hide and Seek II (2554), Flying lovers II และ Attraction III (2556) เป็นต้น ยิ่งไปกว่านั้น ถือเป็นโอกาสสำคัญที่มีการแสดงผลงาน Chaos (2559), Crossing the ordeal (2559) และ Wisdom (2559) เป็นครั้งแรก

เข้าชม “Reflection of Infinity” – A retrospective exhibition of VAL (1967-2016) ได้แล้วตั้งแต่วันนี้-14 มีนาคม 2564 ชั้น 1-2 อาคารหอศิลป์, SAC Gallery กรุงเทพฯ โดยพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ จะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์นี้ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้โควิดตัวร้ายหรือภัยการพนันที่ร้ายกว่า?
บทความถัดไปการเลือกตั้งท้องถิ่นในระบอบเผด็จการ