คำต่อคำ ความสำเร็จที่เพิ่ง ‘เริ่มต้น’ ของภารกิจ ‘ทวงคืน’ สมบัติชาติ

คำต่อคำ ความสำเร็จที่เพิ่ง ‘เริ่มต้น’ ของภารกิจ ‘ทวงคืน’ สมบัติชาติ

จบลงอย่างงดงาม สำหรับภารกิจ ‘ทวงคืน’ สมบัติชาติจากต่างแดน กรณี 2 ทับหลังจากปราสาทหนองหงส์ จังหวัดบุรีรัมย์ และทับหลังปราสาทเขาโล้น จังหวัดสระแก้ว หรือหากพูดให้ถูกกว่านั้น นี่คือการ ‘เริ่มต้น’ ที่ประสบความสำเร็จก่อนมุ่งหมายสู่มรดกชาติชิ้นต่อๆ ไปที่ยังมีอีกมากมายในลิสต์จ่อทวงคืน โดยเฉพาะประติมากรรมสัมฤทธิ์กลุ่มประโคนชัย อันเป็น ‘เป้าหมายหลัก’ ของภารกิจเมื่อครั้งเริ่มต้นเมื่อกว่า 5 ปีก่อน

 

25 พฤษภาคมที่ผ่านมา ตามเวลาในสหรัฐ สำนักงานสืบสวนเพื่อความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐ (เอชเอสไอ) ร่วมกับสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแองเจลิส จัดพิธีส่งมอบทับหลังปราสาทหนองหงส์และทับหลังปราสาทเขาโล้นคืนให้แก่รัฐบาลไทย โดยมี เดวิด เอ. พรินซ์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่พิเศษเอชเอสไอ นครลอสแองเจลิส ตาตั้ม คิง หัวหน้าเจ้าหน้าที่พิเศษเอชเอสไอ นครซานฟรานซิสโก สเตฟานี ไฮด์ส รักษาการอัยการสหรัฐ ประจำรัฐแคลิฟอร์เนียเขตภาคเหนือ มนัสวี ศรีโสดาพล เอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน มังกร ประทุมแก้ว กงสุลใหญ่ ณ นครลอสแองเจลิส พิษณุ โสภณ กงสุลใหญ่ ณ นครชิคาโก และ ฟาบิโอ จินดา กงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก เป็นผู้แทนฝ่ายไทยเข้าร่วม

คำต่อคำ ความสำเร็จที่เพิ่ง ‘เริ่มต้น’ ของภารกิจ ‘ทวงคืน’ สมบัติชาติ

จรดปากกาลงนามในเอกสาร จับมือด้วยมิตรไมตรีเป็นที่เรียบร้อย ก่อนเหินฟ้าจากสหรัฐมาด้วยสายการบินโคเรียนแอร์ เที่ยวบินที่ KE12 ออกจากนครลอสแองเจลิสไปยังกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ จากนั้น เดินทางต่อมายังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แลนดิ้งสู่ผินแผ่นดินไทยในช่วงเย็นของวันที่ 28 พฤษภาคม

ตัดภาพมายัง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพฯ เย็นย่ำของวันจันทร์ที่ 31 พฤษภาคม อิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีบวงสรวงต้อนรับ 2 ทับหลัง โดยมี ประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร พร้อมด้วยคณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทย รวมถึง ทนงศักดิ์ หาญวงษ์ นักวิชาการจากภาคประชาชนผู้มีบทบาทสำคัญยิ่ง และผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร เข้าร่วมพิธี

ต่อจากนี้ คือถ้อยคำจากภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบรรลุเป้าหมายในครั้งนี้

เดวิด เอ. พรินซ์
หัวหน้าเจ้าหน้าที่พิเศษสำนักงานสืบสวนเพื่อความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐ หรือ เอชเอสไอ

(ภาพ AP)

ขอแสดงความยินดีและขอบคุณหน่วยงานไทยและสหรัฐที่เกี่ยวข้องที่ทำให้ภารกิจทับหลังสองรายการนี้ ประสบความสำเร็จ หนึ่งในภารกิจที่สำคัญของเอชเอสไอคือภารกิจการสืบสวนเกี่ยวกับโบราณวัตถุและศิลปวัตถุ โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเอชเอสไอได้สอบสวนและดำเนินคดีเพื่อส่งโบราณวัตถุกว่า 13,000 รายการ คืนให้แก่รัฐบาลต่างประเทศและพิพิธภัณฑ์หรือสถาบันศิลปะที่เป็นเจ้าของโดยชอบธรรม การส่งคืนทับหลังทั้งสองรายการให้แก่รัฐบาลไทยในวันนี้จึงเป็นสิ่งตอกย้ำถึงพันธสัญญาและความร่วมมือที่เอชเอสไอมีต่อนานาประเทศ

มังกร ประทุมแก้ว
กงสุลใหญ่ ณ นครลอสแองเจลิส

ยินดีอย่างยิ่งที่มีส่วนในการส่งมอบทับหลังสองรายการคืนให้แก่ประเทศไทยในครั้งนี้ โดยทางสถานกงสุล ได้ติดต่อประสานงานกับฝ่ายสหรัฐ อย่างแข็งขันมาโดยตลอด ก็ถือว่าเป็นความสำเร็จร่วมกันระหว่างฝ่ายไทยและสหรัฐ นอกจากทับหลังสองรายการนี้แล้ว ยังมีโบราณวัตถุอีกหลายรายการที่รอวันเดินทางกลับประเทศไทยอยู่ ขอให้เชื่อมั่นว่า สถานกงสุล จะทำงานอย่างเต็มที่และต่อเนื่องเพื่อให้สมบัติของชาติเหล่านี้กลับคืนสู่มาตุภูมิให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาและชื่นชมคุณค่าต่อไป

พิษณุ โสภณ
กงสุลใหญ่ ณ นครชิคาโก

รู้สึกยินดีที่ได้เข้าร่วมพิธีส่งมอบทับหลังสองรายการนี้กลับคืนสู่ประเทศไทย ซึ่งเป็นนิมิตหมายอันดีในการร่วมมือกันระหว่างสองประเทศเพื่อติดตามโบราณวัตถุรายการอื่น ๆ ทั้งนี้ ทราบว่าที่พิพิธภัณฑ์ที่ชิคาโกเองก็มีรายการโบราณวัตถุที่ฝ่ายไทยประสงค์จะติดตามทวงคืนอยู่ ก็หว้งเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถดำเนินรอยตามกรณีของทับหลังปราสาทหนองหงส์และทับหลังปราสาทเขาโล้นได้

ฟาบีโอ จินดา
กงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก

รู้สึกดีใจที่ทับหลังทั้งสองรายการได้เดินทางกลับสู่ประเทศไทยในที่สุด การจะติดตามโบราณวัตถุและมรดกอันมีค่าของไทยคืนสู่มาตุภูมิให้ประสบความสำเร็จได้ในแต่ละครั้งจะต้องใช้ความพยายามอย่างมาก จึงอยากจะขอวิงวอนให้ผู้ที่เกี่ยวข้องและคนไทยทุกคนช่วยกันหวงแหนและดูแลรักษากันอย่างดีเพื่อไม่ให้มรดกของชาติต้องกลับคืนสู่วงจรการถูกลักลอบนำออกนอกประเทศซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีก

มนัสวี ศรีโสดาพล
เอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกา

รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมงานกับพวกคุณทุกคนที่นี่และรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีมอบทับหลังโบราณสองอันอันเป็นมงคลนี้ ประกอบด้วยทับหลังปราสาทหนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ และทับหลังปราสาทเขาโล้น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาโหลน จ.สระแก้ว ระหว่างสำนักงานสืบสวนเพื่อความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (เอชเอสไอ) และสำนักงานอัยการสหรัฐ เขตทางตอนเหนือของแคลิฟอร์เนียกับสถานกงสุลใหญ่ไทยในลอสแองเจลิส

ย้อนกลับไปในศตวรรษที่ 11 หรือหนึ่งพันปีที่แล้ว ทับหลังหินทรายทั้งสองนี้ถูกสร้างและตกแต่งในฐานะส่วนหนึ่งของภูมิสถาปัตยกรรมของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาที่กระจายอยู่ทั่วภาคตะวันออกของประเทศไทย สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาและทับหลังที่มีภาพวาดของเทพเจ้าในศาสนาฮินดูเป็นศูนย์กลางของการบูชาและความเคารพของชุมชนใกล้เคียงในท้องถิ่นมานานแล้ว กว่าครึ่งศตวรรษที่แล้วทับหลังทั้งสองถูกลบออกจากที่เดิม และในที่สุดก็ปรากฏขึ้นอีกครั้งที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะเอเชียแห่งซานฟรานซิสโก

วันนี้ด้วยความช่วยเหลืออย่างดีเยี่ยมจากเพื่อนชาวอเมริกันของเรา เอชเอสไอและกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ พวกเราจึงมีส่วนร่วมในการเริ่มต้นการเดินทางที่รอคอยมานานเพื่อนำทับหลังทั้ง 2 ชิ้น กลับไปยังสถานที่ดั้งเดิม ชุมชน และผู้นับถือในประเทศไทย ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมงานกับเพื่อนร่วมงานชาวไทย กงสุลใหญ่ในลอสแองเจลิส ชิคาโก และนิวยอร์ก เพื่อเป็นสักขีพยานในการเฉลิมฉลองที่สำคัญของการเดินทางอันศักดิ์สิทธิ์นี้

ในนามของรัฐบาลไทยและประชาชนชาวไทย ผมขอถือโอกาสนี้แสดงความขอบคุณอย่างจริงใจต่อเอชเอสไอในซานฟรานซิสโก ลอสแองเจลิส และวอชิงตัน ดี.ซี. และสำนักงานอัยการสหรัฐ สำหรับความพยายาม ความทุ่มเท และความร่วมมือเพื่อให้สิ่งนี้เป็นไปได้ในที่สุด การทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องของไทยและสหรัฐอเมริกาในภารกิจนี้ รวมถึงหน่วยงานของรัฐ บุคลากรทางวิชาการ สื่อท้องถิ่น และประชาชนของเรา ได้เน้นย้ำให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่จริงใจและยาวนานระหว่างสองประเทศ นอกจากนี้ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าความสำเร็จของคดีนี้จะปูทางไปสู่ความร่วมมือและการทำงานร่วมกันระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกาในด้านนี้ต่อไป

การส่งคืนทับหลังให้กับไทยในวันนี้ไม่ใช่ครั้งแรก และผมเชื่อว่ามันจะไม่เป็นครั้งสุดท้าย ตราบเท่าที่การค้าโบราณวัตถุที่ผิดกฎหมายยังคงดำเนินต่อไป ผมหวังว่าเรื่องราวของทับหลังของไทยจะช่วยสร้างความตระหนักรู้แก่สาธารณชนในการป้องกันไม่ให้มีการนำสมบัติทางศาสนาและวัฒนธรรมออกจากพื้นที่ดั้งเดิมและชุมชนท้องถิ่น และเพื่อให้แน่ใจว่ามีการดำเนินการอย่างจริงจังและมีความโปร่งใสในสังคมโลกมากขึ้น

อิทธิพล คุณปลื้ม
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

ที่ผ่านมาประเทศไทย ได้รับโบราณวัตถุกลับคืนสู่ประเทศแล้ว 10 ครั้ง 759 รายการ ทับหลังทั้งสองรายการได้รับการประสานจากหลายหน่วยงาน ก่อนติดตามทวงคืนกลับสู่ประเทศไทย หลังจากนี้จะมีโบราณวัตถุ อีก 13 รายการ ประกอบด้วยพระพุธรูป และรูปเคารพต่างๆ ที่กำลังจะส่งคืนสู่ประเทศไทย ส่วนวิธีการเก็บรักษาทับหลังทั้ง 2 รายการนั้น ต้องมีการศึกษาทางวิชาการว่า จะเก็บไว้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ที่ใกล้กับปราสาททั้ง 2 แห่งมากที่สุด โดยกรมศิลป์จะพิจารณาร่วมกับท้องถิ่นอย่างถี่ถ้วน การที่ทับหลังทั้งสองชิ้นกลับคืนสู่ประเทศไทยถือเป็นความภาคภูมิใจ เป็นร่องรอยของความเจริญรุ่งเรืองในอดีต ผมถือว่าสองรายการนี้เป็นหนึ่งในขั้นตอนที่ดำเนินการแล้วเสร็จและจะติดตามทวงคืนรายการอื่นต่อไป

สมชัย กอชัยศิริกุล
นายกเทศมนตรีตำบลโนนดินแดง จ.บุรีรัมย์

ท้องถิ่นมีความพร้อมในการดูแลรักษาปราสาทหนองหงส์ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ให้ลูกหลานชาวโนนดินแดง จากรุ่นสู่รุ่น และเป็นแหล่งท่องเที่ยวสร้างรายได้ให้ท้องถิ่น ขณะที่ปัจจุบันที่ตั้งของปราสาทหนองหงส์อยู่ในพื้นที่ของวิทยาลัยเทคโนโลยีโนนดินแดง ซึ่งมีมาตรการรักษาความปลอดภัยอยู่แล้ว หากได้ทับหลังกลับมาก็มีแนวทางจะเพิ่ม อปพร.,ปภ. เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัย ขณะนี้ชาวโนนดินแดง ดีใจและตื่นตัว ที่ได้โบราณวัตถุกลับคืนมา ผู้เฒ่าผู้แก่อยากได้องค์จริงกลับไป แต่หากได้ทับหลังจำลอง ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ทั้งนี้การติดตามทวงคืนตลอด 5 ปีที่ผ่านมา แม้ยาวนานแต่ก็คุ้มที่ได้กลับคืนบ้านเกิด

ทนงศักดิ์ หาญวงษ์
นักวิชาการกลุ่มสำนึก 300 องค์

นอกจากทับหลังปราสาทหนองหงส์และเขาโล้น ยังมีโบราณวัตถุหลายชิ้นที่กำลังหาหลักฐานเพิ่มเติมอยู่ บางชิ้นมีหลักฐานเพิ่มเติมแล้ว แต่ยังติดปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะกรรมการต้องพิจารณาในเรื่องผลกระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วย

ความจริงแล้ว ผมคิดว่ามีทับหลังจากปราสาทตาเมือนธม อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งพบหลักฐานอยู่ในประเทศไทยและหายไปจากสถานีตำรวจอำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ยังไม่ได้ส่งมอบให้กับกรมศิลปากร ก็หายไปก่อน ไปโผล่อีกทีอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ The Metropolitan นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ซึ่งตอนนี้เรามีข้อมูลสมบูรณ์แล้ว แต่ว่าต้องหารือกันระดับประเทศอีก ว่าควรไม่ควร ทุกคนเป็นห่วงตรงนั้น แต่ส่วนตัวผมไม่ห่วง โบราณวัตถุคือโบราณวัตถุ อยู่ตรงไหนของประเทศไหน ก็เหมือนกัน วันหนึ่งเป็นของกัมพูชา เราก็ส่งคืนกัมพูชาไป แต่ปัจจุบันยังอยู่ในประเทศไทย ยังขึ้นทะเบียนโบราณสถานอยู่ ก็เท่านั้นเอง ไม่เห็นจะต้องคิดอะไรให้ยุ่งยาก

และยังมีประติมากรรมอีกหลายชิ้น ที่ไม่ใช่ทับหลัง ซึ่งได้ทำเรื่องทวงไปแล้วกว่า 30 รายการ แต่เราจะเน้นทวงเฉพาะในกลุ่มของประเทศสหรัฐอเมริกาก่อน เพราะมีกฎหมายการค้าโบราณวัตถุของโจร และปราบปรามพวกฟอกเงิน ที่ตีมูลค่าโบราณวัตถุ ไปบริจาค เป็นการโกงภาษีของประเทศ จึงมีการปราบเยอะ เราจึงฉวยโอกาสตรงนี้ ทางโน้นก็ยินดีจะช่วยเต็มที่ ที่เราฟ้องไปมีโอกาสชนะคดีสูง จึงต้องทวงที่สหรัฐอเมริกาก่อน ส่วนประเทศอื่น ที่มีการให้ความร่วมมือในระดับของการเจรจาอยู่ เช่น ประเทศอังกฤษ ก็อาจมีการเจรจาขอคืนโบราณวัตถุบางส่วน

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิฯ รับโล่เกียรติยศ มธ.ปี 64 ช่วยเหลือผู้ถูกดำเนินคดี เพราะเรียกร้อง ปชต.
บทความถัดไป6/6/44- นอร์มังดี!