ฤดูฝนมาแล้ว โควิดยังอยู่ ‘ไข้เลือดออก’ก็กำลังระบาด แพทย์เตือนภัยไวรัส‘เดงกี’

แน่นอนว่าสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ยังเป็นความกังวลอันดับต้นๆ ของคนไทย จนอาจทำให้มองข้ามประเด็นสำคัญเกี่ยวกับโรคติดเชื้อจากไวรัสชนิดอื่นที่มีความชุกในการแพร่ระบาดมากที่สุดในช่วงหน้าฝนนี้ นั่นคือ โรคไข้เลือดออก ซึ่งจำนวนผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกจะเพิ่มมากกว่าทุกช่วงของทั้งปี โดยค่าเฉลี่ยใน 3 ปีที่ผ่านมาพบผู้ป่วยเกือบ 100,000 รายต่อปี และจัดให้วันไข้เลือดออกอาเซียน ตรงกับวันที่ 15 มิถุนายน เป็นวาระสำคัญต่อการเน้นย้ำให้ประชาชนในกลุ่มอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ซึ่งเป็นพื้นที่ระบาดของโรคนี้มากที่สุดในโลก ตระหนักในการร่วมมือป้องกันตนเองให้ห่างไกลจากโรคไข้เลือดออกซึ่งสาเหตุจากยุงลาย

วันไข้เลือดออกอาเซียนปี 2564 (ASEAN Dengue Day) จึงถูกผลักดันให้เป็นวันไข้เลือดออกโลก (World Dengue Day) ครั้งแรกในปีนี้ด้วยเพื่อสร้างความร่วมมืออย่างเข้มแข็งในระดับโลกสำหรับการรับมือโรคไข้เลือดออก

ศ.พญ.อุษา ทิสยากร

ศ.พญ.อุษา ทิสยากร กุมารแพทย์ และผู้อำนวยการระดับสูง คลัสเตอร์วิจัยอายุรศาสตร์เขตร้อน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะที่เป็นผู้เชี่ยวชาญที่ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับโรคไข้เลือดออกมานานกว่า 50 ปี ระบุว่า ตอนนี้คนมุ่งความสนใจไปที่โควิด-19 มากเพราะเป็นโรคอุบัติใหม่ อาจลืมไปว่ายังมีโรคไข้เลือดออกกำลังระบาดอยู่เช่นกัน ประชาชนจึงต้องมีความเข้าใจที่ถูกต้องเพื่อการสังเกตตัวเองเช่น โควิด-19 เป็นโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ จะมีไข้ ไอ เจ็บคอ เมื่อเชื้อลงปอดทำให้มีอาการรุนแรง แต่ไข้เลือดออก เป็นโรคที่เกิดกับคนทุกวัย อาการมีไข้สูง 2-3 วัน ปวดหัว ปวดตัว หน้าแดง อ่อนเพลีย และแทบจะไม่มีอาการในระบบทางเดินหายใจ อาการของโรคมีตั้งแต่ระดับน้อยไปจนรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ความต่างที่ชัดเจนของทั้งสองโรคคือ โควิด-19 แพร่จากคนสู่คนได้ แต่ไข้เลือดออกแพร่เชื้อจากพาหะยุงลาย การป้องกันที่ดีคือ ไม่ให้ยุงกัด และทุกคนต้องช่วยกันกำจัดแหล่งลูกน้ำยุงลายในบ้าน บริเวณที่พักอาศัยและในแหล่งชุมชน

“นอกจากการป้องกันตนเองโดยวิธีข้างต้นแล้ว ยังมีอีกหนึ่งวิธีการป้องกันที่เป็นความหวัง หากการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกที่มีประสิทธิภาพนั้นสำเร็จ ปัจจุบันมีความก้าวหน้าในการพัฒนาศึกษาวิจัยวัคซีนที่ช่วยป้องกันโรคไข้เลือดออกซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งที่องค์การอนามัยโลกแนะนำกลุ่มอาเซียนในการควบคุมโรคไข้เลือดออก นั่นคือ หากมีวัคซีนที่ได้รับการอนุมัติ โดยเฉพาะในประเทศที่มีโรคไข้เลือดออกระบาดมาก ก็ควรนำมาใช้ป้องกันโรค” ศ.พญ.อุษาแนะ

ประเด็นนี้ นายแพทย์พิชัย คณิตจรัสกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ บริษัท ทาเคดา (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทด้านชีวเภสัชภัณฑ์จากประเทศญี่ปุ่นให้ข้อมูลว่า วันไข้เลือดออกอาเซียนในปีนี้ เป็นช่วงเดียวกับที่ทางทาเคดา ประเทศญี่ปุ่นดำเนินงานมาครบ 240 ปี สำหรับในเมืองไทย ทาเคดาดำเนินงานมาแล้ว 52 ปี ปัจจุบันการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกมีความก้าวหน้าไปมาก ขณะนี้การดำเนินงานของทาเคดาอยู่ในขั้นตอนการวิจัยและขึ้นทะเบียนวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกโดยผลจากการทดสอบวัคซีนในระยะที่ 3 ของวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออก ได้ผ่านเกณฑ์วัดหลักและรองเรียบร้อยแล้ว การทดสอบในเฟสนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความปลอดภัยและประสิทธิภาพของวัคซีนในการป้องกันโรคไข้เลือดออกที่ได้รับการยืนยันจากห้องปฏิบัติการว่าเกิดจากไวรัสทั้ง 4 สายพันธุ์

“ผลทดสอบประสิทธิภาพวัคซีนเป็นที่น่าพอใจและยังไม่พบปัญหาด้านความปลอดภัยที่สำคัญ ทั้งนี้ ทาเคดาจะนำเสนอและเผยแพร่รายละเอียดของข้อมูลการศึกษาทดลองระยะเวลา 36 เดือน ในการประชุมทางวิทยาศาสตร์และในวารสารวิชาการที่ผ่านการตรวจสอบในปีนี้และเตรียมขอขึ้นทะเบียนยากับหน่วยงานควบคุมยาแห่งสหภาพยุโรป ละตินอเมริกา เอเชีย และประเทศในกลุ่มอาเซียนรวมทั้งประเทศไทยด้วย” นายแพทย์พิชัยกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้อินเดียพบผู้ติดโควิดเดลต้าพลัสเกือบ 40 คน หลังรัฐบาลประกาศเป็นสายพันธุ์น่าวิตกกังวล
บทความถัดไประทึก! กทม.พบ 2 คลัสเตอร์ใหม่ ค่ายทหารราชบุรี เจอเชื้อ 73 คน บ.ก่อสร้างสมุทรปราการ ติดเพิ่ม 167 ราย