อุตสาหกรรมสำคัญที่มีส่วนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยคือ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ที่สามารถนำรายได้เข้าประเทศได้มากมายมหาศาล
หากแต่การกระจายรายได้เหล่านี้ ยังทำได้ไม่ดีมากนัก เพราะยังคงมีพื้นที่อีกจำนวนมากที่นักท่องเที่ยวลงไปไม่ถึง อาจเพราะยังไม่เป็นที่รู้จักหรือยังไม่ได้รับการประชาสัมพันธ์ที่ดี ทำให้รายได้ส่วนใหญ่เกาะกลุ่มอยู่ตามเมืองหลักที่นักท่องเที่ยวนิยมไปมากกว่า
“เมืองรอง” เป็นคำนิยามของเมืองที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก แต่มีศักยภาพในการรองรับนักท่องเที่ยวไม่แพ้เมืองหลัก มีวิถีชีวิตที่แตกต่างกันไป งดงามด้วยวัฒนธรรม เพียบพร้อมทั้งอัตลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร ทำให้เกิดแนวคิดการ “ส่งเสริมท่องเที่ยวชุมชนเมืองรอง” ขึ้น เพื่อกระจายรายได้ให้กับเศรษฐกิจฐานราก ให้ชุมชนนอกเหนือจากเมืองหลักมีรายได้เพิ่มขึ้น และสามารถดูแลตัวเองได้อย่างยั่งยืน รวมถึงการใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด
นิธี สีแพร ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมสินค้าการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า การส่งเสริมท่องเที่ยวเมืองรอง เริ่มต้นขึ้นมาจากนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือเข้ามาช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย ขจัดความยากจนในพื้นที่ต่างๆ ให้หมดไป เพราะยังมีอีกหลายพื้นที่ที่ยังไม่ได้รับผลประโยชน์จากการท่องเที่ยว
“ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะมีรายได้จากการท่องเที่ยวปีละกว่า 2 ล้านล้านบาท แต่ว่ารายได้เหล่านั้นยังลงไปไม่ถึงประชาชนรากหญ้าเท่าที่ควร เพราะส่วนใหญ่จะอยู่ในเมืองหลัก 20 เมือง ส่วนอีก 55 เมือง ยังไม่ได้รับผลประโยชน์จากเม็ดเงินที่ไหลเข้ามา” นิธีกล่าว
ถึงแม้ว่าที่ผ่านมา ททท. ได้จัดโครงการช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว เช่น เมืองต้องห้ามพลาด เมืองต้องห้ามพลาด พลัส แต่ก็ยังไม่มีการส่งเสริมที่เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน ทำให้รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมท่องเที่ยวเมืองรองขึ้น เพื่อให้เป็นการทำงานที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมมากขึ้น
กับโจทย์สำคัญว่า ทำอย่างไรให้นักท่องเที่ยวกระจายตัวออกจากเมืองหลัก เข้าถึงเมืองใหม่ๆ เพื่อให้รายได้กระจายตัวทั่วถึง และชุมชนเมืองรองได้รับผลประโยชน์จากการท่องเที่ยวมากขึ้น

จับจุดเด่น ‘ขายพ่วง’
ภาพรวมการท่องเที่ยวเมืองรองในปัจจุบัน ถึงแม้ว่านักท่องเที่ยวจะไม่กระจายตัวไปตามเมืองรองเท่าที่ควร แต่เนื่องจาก ททท. จัดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองหลายโครงการ ทำให้ตอนนี้มีชุมชนเมืองรองเริ่มเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้น อาทิ เลย จันทบุรี เพชรบูรณ์ ตรัง สมุทรสงคราม ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางไปมากขึ้น
แต่เพื่อให้เป็นระบบมากกว่าเดิม ททท. จึงคิดแนวทางการส่งเสริมการตลาดขึ้นมา เป็นสูตร A B C
1. A – Additional คือ เส้นทางเมืองหลักเชื่อมเมืองรอง ขายแพ็คเกจเมืองหลักพ่วงเมืองรอง
2. B – Brand New คือ เมืองรองที่มีศักยภาพ เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวมากอยู่แล้ว สามารถส่งเสริมการขายได้เลย
3. C – Combined คือ เส้นทางเมืองรองเชื่อมเมืองรอง ขายแพ็คเกจเมืองรองพ่วงเมืองรอง โดยเลือกจากเมืองที่มีทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม และอาหาร ที่มีความคล้ายคลึงกัน
นิธีเผยว่า หลังจากนี้จะเริ่มส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง โดยทำสื่อประชาสัมพันธ์เจาะกลุ่มเป้าหมาย 4 กลุ่ม คือ 1.คนรุ่นใหม่ เน้นความแปลกใหม่ ท้าทาย ใช้พลังงานในการทำกิจกรรมเยอะ 2.ผู้สูงอายุ เน้นการให้กำไรชีวิต ท่องเที่ยวตามแหล่งธรรมชาติที่สวยงาม 3.ครอบครัว เน้นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีครอบครัวขนาดเล็กและมีลูกน้อย เพราะพ่อแม่ย่อมต้องการพัฒนาความรู้และประสบการณ์ให้ลูกตนเอง 4.ผู้หญิง เน้นผู้หญิงเก่งและแกร่ง ที่ต้องการให้รางวัลกับชีวิต ไปกับการพักผ่อนหลังทำงานอย่างหนัก
โดยมีการคัดเลือกชุมชนเมืองรองนำร่องแล้ว 10 เส้นทาง
“การคัดเลือกเส้นทางใหม่ 10 จังหวัด 5 ภาค คัดเลือกจาก จุดเด่นภายในจังหวัด อัตลักษณ์ที่งดงาม สอดคล้องกับนโยบายของ ททท. สามารถเชื่อมโยงระหว่างสถานที่ท่องเที่ยวของแต่ละภูมิภาคได้ อาทิ ภาคเหนือ คัดเลือกเมืองที่สะท้อนความเป็นเหนืออย่างแท้จริง มีเรื่องราวและวิถีชีวิตมากมาย ภาคอีสาน คัดเลือกจากวัฒนธรรมที่หลากหลาย นำเสนอการท่องเที่ยวผสมผสานอาหารท้องถิ่น รวมถึงวิถีชีวิตของคนอีสาน นิสัยใจคอที่สนุกสนาน และอาหารที่ขึ้นชื่อ จนกระทั่งกลายเป็นที่รู้จักของคนหมู่มาก อาทิ ส้มตำ ลาบ ก้อย น้ำตก ห่อหมกต่างๆ” นิธีกล่าว


เตรียม ‘ชุมชน’ ให้พร้อมอย่างยั่งยืน
ผอ.ฝ่ายส่งเสริมสินค้าการท่องเที่ยว บอกอีกว่า ททท. ได้เข้าไปมีบทบาทในการช่วยให้ชาวบ้านเข้าใจการตลาดยุคใหม่ เข้าใจพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว เนื่องจากนักท่องเที่ยวแต่ละกลุ่มมีความสนใจแตกต่างกัน จึงต้องออกแบบกิจกรรมในชุมชนให้เหมาะสมกับความต้องการของนักท่องเที่ยวเพื่อให้สามารถดูแลนักท่องเที่ยวได้ตรงตามความต้องการของทุกคน
เมื่อชุมชนพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวแล้ว จะต้องประชาสัมพันธ์ให้เข้าถึงนักท่องเที่ยวได้มากกว่าเดิม
“หลังจากจัดทำโครงการส่งเสริมท่องเที่ยวเมืองรองอย่างเป็นรูปธรรม ทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าสู่ชุมชนเมืองรองเพิ่มขึ้น ซึ่งจะสามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนเมืองรองมากขึ้น ทำให้ความเหลื่อมล้ำในสังคมและความยากจนหมดไป แต่คนในชุมชนต้องมีความรู้ ความเข้าใจ สามารถดูแลทรัพยากรธรรมชาติให้ยั่งยืน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ทรัพยากรหมดสิ้น นักท่องเที่ยวหดหาย รายได้หดตัว
“การส่งเสริมท่องเที่ยวเมืองรองนี้ เน้นให้ชาวบ้านสามารถมีรายได้ช่วยเหลือตนเองได้อย่างยั่งยืน และคาดหวังว่าจะช่วยเปลี่ยนสัดส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวจากปัจจุบัน เมืองหลัก 70% เมืองรอง 30% เป็นเมืองหลัก 65% เมืองรอง 35%” นิธีกล่าว


เมืองรอง ‘ภาคใต้’ เสน่ห์อันรุ่มรวย
หลังวันที่ 14 ตุลาคมนี้ นิธีจะได้ย้ายไปประจำที่ภาคใต้ เขาจึงมีแผนการประชาสัมพันธ์ จังหวัดชุมพรและระนอง ด้วยความโดดเด่นทั้งด้านอ่าวไทยเชื่อมต่อไปยังด้านอันดามัน ซึ่งถือเป็นดินแดนคาบเกี่ยวระหว่าง 2 มหาสมุทร ทำให้เห็นว่าในอดีตคนที่ต้องการเดินทางมาไทย จะต้องมาทางเรือและขึ้นฝั่งในพื้นที่นี้ เพื่อขึ้นสู่แผ่นดินใหญ่ ทำให้เรื่องราวมากมายในอดีตล้วนเริ่มต้นจากตรงนี้ จนกระทั่งกลายเป็นประวัติศาสตร์ในที่สุด
“ภาคใต้ ถือเป็นภาคที่มีความเป็น ‘ห้างสรรพสินค้าแห่งการสร้างแรงบันดาลใจ’ เพราะมีความหลากหลายทางธรรมชาติมากมาย รวมถึงวิถีชีวิตของคนในแต่ละชุมชน ต่อไปนี้ภาคใต้จะไม่ได้มีแค่ทะเลที่ขายได้เท่านั้น แต่มีธรรมชาติอีกมากมายที่รอต้อนรับนักท่องเที่ยวอยู่ ป่าไม้ ภูเขา ชุมชนริมน้ำ ชุมชนริมทะเล ชุมชนป่าชายเลน ชุมชนไทยจีน และชุมชนมุสลิม ที่หลอมรวมกลายเป็นกลุ่มชุมชนที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ สามารถต่อสู่กับธรรมชาติได้อย่างชาญฉลาด”
นอกจากวิถีชุมชนที่เป็นเสน่ห์ของภาคใต้แล้ว นิธียังเห็นว่ามีเรื่องของอาหารที่แตกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่น เช่น หมี่ฮกเกี้ยนหมี่ของชาวเปอรานากัน ที่มีรสชาติดี ซึ่งปัจจุบันหารับประทานได้ยากมาก แต่ยังสามารถหาได้ในชุมชนเฉพาะ อาหารพื้นถิ่นที่มีรสชาติเผ็ดร้อนแบบดั้งเดิมของภาคใต้ รวมถึงความสดใหม่ของอาหารทะเล ที่สามารถกุมหัวใจนักท่องเที่ยวไว้ได้มากมาย
“แหล่งท่องเที่ยวในภาคใต้เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก ที่นักท่องเที่ยวต่างประเทศนิยมมามากที่สุด จึงอาจจะทำให้นักท่องเที่ยวชาวไทยอยากเดินทางมาสัมผัสบ้างว่า ‘ภาคใต้มีดีอย่างไร'”
นิธีเชื่อว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมที่จะช่วยกระจายรายได้ให้กับประชาชนและสร้างรายได้ให้กับประเทศไทย แต่ไทยเองไม่ได้ต้องการพึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอย่างเดียว เพราะคนไทยเองก็มีส่วนสำคัญในการสร้างรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่นไทย
“กระทรวงการท่องเที่ยวจึงอยากเชิญชวนให้คนไทยเที่ยวเมืองรอง ซึ่งยังมีแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ รอให้มาสัมผัสอีกมากมาย มีทั้งเรื่องราว วัฒนธรรม และความสวยงามที่ซ่อนอยู่”
นอกจากการไปค้นหาสิ่งใหม่ๆ ในเมืองรองแล้ว สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรลืมคืออย่าทำให้การท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นนั้นไปทำลายธรรมชาติเดิมที่มีอยู่
เช่นที่นิธีฝากไว้ว่า อยากให้ช่วยกันรักษาทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วิถีชีวิต และวัฒนธรรมดีๆ ไว้ ให้คงอยู่ยังรุ่นลูกรุ่นหลานต่อไป



