หน้าแรก เศรษฐกิจ สกู๊ป:มหาสถูป...

สกู๊ป:มหาสถูป เขาคลังนอก ล้ำค่า-น่าหวงแหน

1.03.19 | 14:57 น.

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงขึ้นมาทันที เมื่อมีกระแสข่าวกรณีบริษัท อีโค่ โอเรียนท์ รีซอสเซส (ประเทศไทย) จำกัด เตรียมแผนตั้งฐานหลุมผลิตปิโตรเลียม ห่างจากโบราณสำคัญในจังหวัดเพชรบูรณ์ อย่าง เขาคลังนอกŽ เพียง 100 เมตร

เกิดการฮือต้านโดยชาวบ้าน อีกทั้งโลกออนไลน์ด้วยความห่วงใยในผลกระทบหลากหลายด้าน

ทั้งแรงสั่นสะเทือนที่อาจกระทบสถาปัตยกรรมโบราณ, ความเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์ ไหนจะโครงการที่ประเทศไทยเตรียมส่งอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพเข้าชิงมรดกโลก ซึ่ง นักโบราณคดีมองว่าอาจถูกคณะกรรมการ ตัดคะแนนความน่าเชื่อถือในศักยภาพการ ดูแลและบริหารจัดการแหล่งวัฒนธรรม

ในนาทีนี้ สปอตไลต์จึงส่องไปเต็มๆ ที่โบราณสถานดังกล่าว ซึ่งไม่เพียงเก่าแก่ถึงราว 1,300 ปี

ทว่ายังมีความสำคัญในแง่หลักฐานทางโบราณคดีที่บ่งชี้ถึงการเข้ามาของวัฒนธรรมอินเดียอย่างชัดเจนในยุคแรกเริ่มประวัติศาสตร์ไทย

Advertisement

โบราณสถานเขาคลังนอก ตั้งอยู่ในเขตหมู่ 11 บ้านสระปรือ ต.ศรีเทพ อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ อยู่ทางด้านทิศเหนือของเมืองโบราณศรีเทพ ห่างออกไปราว 2 กม. กรมศิลปากรสำรวจและขึ้นทะเบียนโบราณสถาน ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2506

จากนั้นราว 45 ปีต่อมา คือใน พ.ศ.2551

จึงค่อยมีโครงการขุดแต่งและปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ กองซากอิฐขนาดมโหฬารจึงค่อยเผยโฉมให้คนไทยได้เห็นถึงความงดงามอลังการ

สำหรับที่มาของชื่อ เขาคลังนอกŽ ชาวบ้านเรียกกันมาแต่เดิม เพราะก่อนการบูรณะมีลักษณะคล้ายภูเขาสูงใหญ่ โดยเชื่อกันว่าน่าจะมีทรัพย์สมบัติและอาวุธเก็บรักษาอยู่ภายใน อีกทั้งในเขตเมืองโบราณศรีเทพมีโบราณสถานที่มีลักษณะคล้ายภูเขาที่เรียกว่า เขาคลังในŽ จึงเรียกโบราณสถานที่มีลักษณะคล้ายภูเขาที่ตั้งอยู่นอกเมืองว่า เขาคลังนอกŽ

ลักษณะทางสถาปัตยกรรมเป็นสถูปที่ตั้งอยู่บนฐานขนาดใหญ่ มีการใช้พื้นที่ประกอบศาสนพิธีอยู่ด้านบน มีรูปแบบศิลปกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากอินเดียอย่างชัดเจน อายุสมัยน่าจะอยู่ในช่วงราว 1,200-1,300 ปีมาแล้ว หรือในช่วงวัฒนธรรมทวารวดี และมีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกับชุมชนที่เจริญขึ้นที่เมืองโบราณศรีเทพและเขาถมอรัตน์อย่างใกล้ชิด

ศ.ดร.ผาสุข อินทราวุธ ผู้ล่วงลับ อดีตคณบดีคณะโบราณคดี ม.ศิลปากร เคยแสดงความเห็นเกี่ยวกับเขาคลังนอกว่า ไม่ใช่สถูปธรรมดา แต่เป็นถึง มหาสถูปŽ สำคัญ รับคติการสร้างจากพุทธศาสนามหายานที่นิยมสร้างอาคารบนฐานสูง รูปแบบผังมณฑลจักรวาล และมีความสัมพันธ์กับเขาถมอรัตน์ ที่ตั้งอยู่ห่างจากเมืองศรีเทพไปทางทิศตะวันตก เป็นระยะเกือบ 20 กม. โดยมีภาพสลักเกี่ยวกับพุทธศาสนามหายานอยู่ภายในถ้ำบนยอดเขา และน่าจะมีอายุร่วมสมัยกัน

ข้อมูลจากกรมศิลปากรระบุว่า จุดเด่นของโบราณสถานแห่งนี้อยู่ที่หลักฐานที่ฐานอาคาร ซึ่งยังคงสภาพค่อนข้างสมบูรณ์อยู่มาก มีความอ่อนช้อยแต่ซ่อนความแข็งแกร่งแฝงไว้ โดยมีกลิ่นอายแบบอินเดียผสมผสานอยู่มาก กล่าวได้ว่าในประเทศไทยยังไม่เคยพบโบราณสถานในสมัยเดียวกันที่ยังคงสภาพและมีขนาดใหญ่มากเท่านี้มาก่อน จึงสะท้อนคุณค่าทางรูปแบบศิลปกรรมอย่างชัดเจน

ธวัชชัย ชั้นไพศาลศิลป์ นักโบราณคดี กรมศิลปากร ผู้ขุดแต่งโบราณสถานเมื่อปี 2551 หรือกว่า 10 ปีก่อน ระบุว่า สภาพเดิมก่อนการดำเนินงานทางโบราณคดีพบว่ามีลักษณะเป็นเนินทรงกลมคล้ายภูเขาขนาดใหญ่ มีต้นไม้ขึ้นหนาทึบ มีเศษอิฐและศิลาแลงกระจายตัวอยู่ทั่วทั้งบริเวณ บริเวณด้านบนเนินปรากฏหลุมลักลอบขุดขนาดใหญ่ ลักษณะเป็นโพรงลึกลงไป ทำให้เห็นโครงสร้างภายในที่ก่อด้วยอิฐอย่างชัดเจน

ผังอาคารมีรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส ที่มีการยกเก็จหรือเพิ่มมุมตามระเบียบแบบแผนของอาคารแบบทวารวดี ฐานมีขนาดเฉลี่ยกว้างด้านละประมาณ 64 เมตร ความสูงจากฐานถึงยอดประมาณ 20 เมตร โดยใช้ศิลาแลงก่อสูงขึ้นไปจนมีขนาดใหญ่โต แบ่งเป็น 2 ชั้นหลักๆ โดยแต่ละชั้นสูงประมาณ 5 เมตร

มีการประดับตกแต่งโดยการก่อซุ้มคล้ายอาคารจำลองหลายขนาดที่มีเสาประดับ วางซ้อนลดหลั่นกันขึ้นไปโดยรอบ แต่ไม่พบร่องรอยการฉาบปูนและปูนปั้นประดับเหมือนที่โบราณสถานเขาคลังใน บางจุดยังคงมีลักษณะคล้ายรูปแบบศิลปกรรมของอินเดียอย่างชัดเจน คือ การก่อซุ้มลักษณะโค้งแบบกุฑุที่พบมากในสถาปัตยกรรมแบบอินเดีย

รวมทั้งยังพบชิ้นส่วนยอดของสถูปขนาดเล็กที่ใช้ประดับอาคารอีกด้วย และอาจมีบันไดทางขึ้นสู่ด้านบนทั้ง 4 ด้าน แต่ละด้านมีซุ้มประตูตั้งอยู่ด้านบน เพื่อผ่านเข้าไปยังลานประทักษิณเพื่อประกอบศาสนพิธีที่ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้ว

บนฐานเขียงด้านทิศตะวันออก ยังปรากฏร่องรอยของหลุมเสาไม้จำนวน 4 หลุม แต่ไม่พบร่องรอยของกระเบื้องมุงหลังคาดินเผา

นอกจากนี้ยังพบร่องรอยการก่อศิลาแลงทับซ้อนอยู่บนชั้นพังทลาย แสดงถึงการเข้ามาใช้พื้นที่ประกอบศาสนพิธีด้านบนในสมัยหลังอีกด้วย องค์สถูปด้านบนก่อด้วยอิฐแบบทวารวดีที่มีร่องรอยของแกลบข้าวผสมอยู่ในเนื้ออิฐ ลักษณะสถูปประกอบด้วยฐานเขียงที่ซ้อนกันตั้งอยู่บนฐานศิลาแลง เหนือขึ้นไปพบว่ามีร่องรอยการก่อลดชั้นและยกเก็จที่มุม ซึ่งอาจมีองค์สถูปทรงกลมตั้งอยู่ด้านบน แต่ปัจจุบันพังทลายไปมากแล้ว

ครั้นลองเขยิบออกมามองภาพกว้างของเมืองศรีเทพ ก็ยิ่งเสริมให้เห็นความสำคัญของมหาสถูปแห่งนี้ที่นักวิชาการวิเคราะห์ว่า อยู่ภายใต้แนวคิด เขาศักดิ์สิทธิ์Ž โดยเมืองโบราณแห่งนี้ตั้งอยู่ในแถบลุ่มแม่น้ำลพบุรี-ป่าสัก และมีพัฒนาการทางวัฒนธรรมที่ต่อเนื่องมายาวนาน นับตั้งแต่ชุมชนสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย หรือราว 2,000 ปีมาแล้ว

ต่อมาได้ขยายตัวและเจริญขึ้นโดยรับวัฒนธรรมจากภายนอก ซึ่งเข้าใจว่าได้รับจากบริเวณภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยปัจจุบัน ซึ่งได้แก่ วัฒนธรรมทวารวดีที่ได้รับอิทธิพลจากอินเดียผ่านมาอีกทอดหนึ่ง ปรากฏหลักฐานประเภทอาคารสิ่งก่อสร้างจำนวนหลายแห่ง จนกระทั่งอิทธิพลเขมรโบราณได้แผ่เข้ามา เมืองนี้ก็ได้รับอิทธิพลและเจริญขึ้นด้วยเช่นกัน

หลักฐานสำคัญที่ยังคงเหลือให้เห็นในปัจจุบัน คือ ปรางค์ศรีเทพ และปรางค์สองพี่น้อง ซึ่งมีลักษณะการก่อสร้างเป็นปราสาทแบบเขมร โดยรวมระยะเวลาที่เมืองนี้เจริญขึ้นนั้น นับเป็นเวลาเกือบ 1,000 ปี

นักโบราณคดียังสันนิษฐานว่า จากตำแหน่งของเมืองศรีเทพที่ตั้งอยู่บริเวณรอยต่อทางอารยธรรมของ 2 ภาค คือ ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงไม่น่าแปลกใจที่เมืองนี้ได้เจริญขึ้นพร้อมกับความหลากหลายทางวัฒนธรรม ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่ามีการส่งผ่านองค์ความรู้ทั้งทางตรงและทางอ้อมจากอารยธรรมต้นกำเนิด จนกระทั่งได้ผสมผสานและมีรูปแบบที่ลงตัวเป็นของตนเองสืบเนื่องมาจนล่มสลายไปในที่สุด

มหาสถูปเขาคลังนอก อันเป็นส่วนหนึ่งของอารยธรรมโบราณที่ศรีเทพ จึงมีความสำคัญยิ่ง เกินกว่าที่จะเสี่ยงถูกทำลายหรือลดทอนคุณค่าลง ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม