‘ชาวโคราช’ นับพันแห่ประชุมสภากัญชา เตรียมตั้งศูนย์เรียนรู้กัญชาอีสาน มทส.รอปลดล็อกเข้าร่วมวิจัย

‘ชาวโคราช’ นับพันแห่ประชุมสภากัญชา เตรียมตั้งศูนย์เรียนรู้กัญชาอีสาน มทส.รอปลดล็อกเข้าร่วมวิจัย

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 พฤษภาคม ที่ห้องประชุม อาคารสุรสัมมนาคาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) นครราชสีมา นางวีรวรรณ ตรงต่อศักดิ์ อดีตพยาบาลวิชาชีพ สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานสภากัญชานครราชสีมา จัดการประชุมสภากัญชานครราชสีมา ครั้งที่ 2 โดยมีภาคีเครือข่ายสภากัญชาในพื้นที่ 32 อำเภอ และประชาชน ส่วนหนึ่งเป็นผู้ป่วยที่ต้องการใช้กัญชาเป็นทางเลือกในการรักษาโรคและเกษตรกรที่สนใจการปลูกพืชกัญชาจำนวนร่วม 1,000 คน ทยอยเดินทางมารับฟังการชี้แจงความก้าวหน้าของการดำเนินงานสภากัญชาโคราช และการใช้กัญชาในตำรับยาแพทย์แผนไทย ทำให้พื้นที่ห้องประชุมซึ่งมีขนาดความจุไม่เกิน 800 คน ไม่เพียงพอจนล้นทะลักพากันออกมานั่งอยู่ด้านนอก

นางวีรวรรณ กล่าวว่า ความคืบหน้าการดำเนินงานของสภากัญชานครราชสีมา อยู่ระหว่างจัดทำการบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปลูกพืชกัญชาและการวิจัยการนำกัญชามาใช้เป็นยารักษาโรคและการจัดทำศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หากกฎหมายปลดล็อกจะสามารถจัดตั้งสหกรณ์และวิสาหกิจมาร่วมลงทุนปลูกกัญชาได้ทันที

“ กระแสการใช้น้ำมันกัญชาแรงมาก จึงมีผู้ไม่หวังดีและฉวยโอกาสปลอมปนหรือใช้กัญชาไม่บริสุทธิ์มาเป็นส่วนผสม จึงเกิดเป็นข่าวการใช้น้ำมันกัญชาหยอดใต้ลิ้นเป็นลม ผู้ป่วยที่ต้องการซื้อใช้ควรให้ความสำคัญของแหล่งที่มา ความน่าเชื่อถือของผู้จำหน่าย หากใช้แล้วมีอาการความดันโลหิตต่ำ ภาวะน้ำตาลในเลือกลดลง มึนงงและคลื่นไส้อาเจียนให้ดื่มน้ำเยอะๆ หรือดื่มน้ำขิง พักผ่อนให้มากๆและเคลื่อนไหวร่างกายให้น้อยลง อย่างไรก็ตามการดำเนินงานของสภากัญชา ขับเคลื่อนด้วยภาคีเครือข่ายจิตอาสาไม่แสวงหาผลกำไร ซึ่งมีนโยบายชัดเจนไม่มีการเมืองและนายทุนมาเกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายใช้ประโยชน์จากกัญชาให้ผู้ป่วยหายจากโรค ” นางวีรวรรณ กล่าว

ร.ต.ท.อนุสรณ์ วรรณโชติ รองสารวัตร จราจร สภ.เมือง นครราชสีมา กล่าวว่า ตนเป็นตัวอย่างผู้ป่วยที่ใช้กัญชารักษาโรค เมื่อ 2 ปี ที่ผ่านมา ได้ป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวเข้ารับการรักษาด้วยแพทย์แผนปัจจุบันมาทุกขนาน ทั้งให้เคมีบำบัดตามข้อกำหนดและทานอาหารชีวจิต แต่ผลการรักษาไม่ดีขึ้นน้ำหนักตัวลดจาก 61 กิโลกรัม เหลือ 51 กก. แพทย์ที่รักษาบอกให้เตรียมตัวเตรียมใจและจองเมรุไว้ เมื่อประมาณ 6 เดือนที่ผ่านมาเพื่อนสนิทได้นำน้ำมันกัญชามาหยอดใต้ลิ้นครั้ง 1-2 หยด วันละ 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอน ตนเป็นผู้ป่วยสิ้นหวังในการรักษานอนติดเตียงกินไม่ได้นอนไม่หลับรวมทั้งปวดตามร่างกาย ได้ทดลองทำตามที่เพื่อนแนะนำ สามารถกินได้นอนหลับลึกอาการปวดหายอย่างปลิดทิ้ง ขณะนี้น้ำหนักได้กลับขึ้นมาเหมือนเดิมและสามารถเดินออกกำลังกายได้รวมทั้งค่าเลือดกลับมาเป็นปกติ วิงวอนให้รัฐบาลชุดใหม่ ปลดล็อคข้อกฎหมายเกี่ยวกับพืชกัญชา

ด้าน ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ อธิการบดี มทส.นครราชสีมา กล่าวว่า การใช้ประโยชน์จากพืชกัญชากำลังได้รับความสนใจ มทส.ในฐานะสถาบันการศึกษาและเป็นที่พึ่งทางวิชาการ จะแสวงหาความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง ดำเนินการวิจัย การผลิตและการใช้ประโยชน์จากกัญชา ขณะนี้ มทส. ยังไม่ได้วิจัยและพัฒนากัญชาหรือสารสกัดแต่อย่างใด

“เมื่อปลดล็อกกัญชา เพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ มทส. ซึ่งมีองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญและมีศักยภาพสูงทางการวิจัยพร้อมให้ความร่วมมือเพื่อให้เกิดความปลอดภัยและประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากล สนับสนุนด้านเทคโนโลยีทางการเกษตรแก่กลุ่มเกษตรกรที่ได้รับอนุญาต การทำ Smart Farming การควบคุมคุณภาพการปลูกและการผลิตให้ได้ตามมาตรฐาน เทคโนโลยีการกลั่นที่บริสุทธิ์ เพื่อให้ปลายทางของกัญชาสามารถเกิดประโยชน์ต่อภาคประชาชนได้สูงสุด ” อธิการบดี มทส. กล่าว

บทความก่อนหน้านี้กรมป่าไม้-สปก.ภูเก็ต เล็งยกที่ดินหาดนุ้ย800ไร่เศษ ให้ชาวบ้านดูแล เป็น “ป่าชุมชน” มูลค่าสูงกว่า2หมื่นล.
บทความถัดไปนับคะแนนไม่เป็นทางการ! ‘อนาคตใหม่’ เริ่มทิ้งห่างคู่แข่ง ‘พลังประชารัฐ’ งงบัตรเสียเยอะ