เปิดคลิป ‘ผู้ว่าฯ’ ฉุน ถูกกล่าวหาไม่แก้ภัยแล้ง ลั่น ‘เว้นแต่มากราบเท้าผม ถึงยอม’

ผู้ว่าเมืองช้าง ฉุนใช้คำไม่เหมาะสม ต่อหน้าเยาวชนและประชาชนคำพูดหนึ่งว่า “กราบเท้าผม..ผมจะอนุมัติยอม” เชื่อเกิดจากกรณีที่สื่อมวลชน นำเสนอข่าวผู้ว่าหายตัว หลังแล้งวิกฤติหนักห้วยเสนงแห้งขอด ในรอบ 41 ปี ประชาชนจ่ออดน้ำทั้งเมือง ที่หอประชุมโรงเรียนกาบเชิงวิทยา ในงานโครงการสุรินทร์สร้างสุข สร้างรอยยิ้ม ก่อนขู่ฟ้องทำให้เสียหาย ขณะที่สื่อรวมตัวออกแถลงการณ์ไม่มีเจตนามุ่งกล่าวหา และให้ร้ายเป็นการส่วนตัวต่อผู้ว่าฯ ซึ่งเป็นบุคคลสาธารณะแต่อย่างใด

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ พบคำพูดประโยคหนึ่งในช่วงการไลฟ์สดของเพจ “สุรินทร์นิวส์” เมื่อเวลา 09.46 น. ของวันที่ 18 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ขณะนายประภัสสร์ ลากาญจน์ ผวจ.สุรินทร์ ลงพื้นที่เป็นประธานร่วมงาน โครงการสุรินทร์สร้างสุข สร้างรอยยิ้ม ที่หอประชุมโรงเรียนกาบเชิงวิทยา อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ซึ่งได้ใช้คำพูดประโยคหนึ่งที่ไม่เหมาะสมนักต่อหน้าเยาวชน ประชาชนและส่วนราชการต่างๆ ที่มาร่วมงานว่า “มากราบเท้าผม ผมจะอนุมัติยอม” โดยมีใจความที่ถอดจากบทพูดที่ไม่ชัดเจนนัก จากคลิปวิดีโอไลฟ์สด พอสังเขปได้ว่า

“ตนจะมาพูดเป็นตัวอย่างกรณีผู้ว่าฯ อยู่มาวันหนึ่ง ผมออกจากอาชีพที่ผมเคยทำ เป็นเอ็นจีเนียร์ เป็นวิศวกรโยธา รู้หมดงานก่อสร้างนู่นนี่นั่น วิศวกรรมอย่างนู้นอย่างนั้น เป็นข่าวหนังสือพิมพ์เลอะเทอะหมด ลงใส่ท้ายผู้ว่าฯ เดี๋ยวก็จะว่ากัน ผมรู้ครับ เพราะผมเรียนมา ตนก็ประชุมเตรียมการไม่ต่ำกว่า 6-7 ครั้ง มีเอกสารเรียบร้อย แต่ไปโยงเรื่องบางเรื่องที่ทำให้พ่อแม่พี่น้องทั้งสุรินทร์เข้าใจผมผิดก็ได้ ผมดำเนินการตามกฎหมาย ผมจะบอกให้ ‘เว้นแต่มากราบเท้าผม ผมจะยอม’ ถ้าไม่ทำก็ไม่ถูกคลองธรรม ผมถือว่าเกียรติยศศักดิ์ศรีที่ผมสะสมมา ผมรู้หลายๆ เรื่อง พ่อแม่พี่น้องผมไม่ได้ทำร้าย แต่ผมถูกกระทำ”

กรณีคำพูดดังกล่าว อาจเป็นไปได้ว่า ผวจ.สุรินทร์ พูดถึงกรณีสื่อมวลชนที่เคยนำเสนอข่าวพาดพิงผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ไม่ทำงาน หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะในประเด็นปัญหาที่เกี่ยวกับภัยแล้ง ตลอดจนน้ำประปาไม่ไหล จากสถานการณ์อ่างเก็บน้ำห้วยเสนงและอ่างเก็บน้ำอำปึลแห้งขอดในรอบ 41 ปีจากสภาวะฝนทิ้งช่วง และกำลังสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนชาวสุรินทร์ มากกว่า 32,000 ครัวเรือน ประชาชนนับแสนคนกำลังเดือดร้อน จากน้ำประปาที่ไหลน้อยและไม่ไหลเลยในบางช่วงเวลา เนื่องจากการประปาส่วนภูมิภาคสาขาสุรินทร์ปรับลดแรงดันน้ำและเปิดบริการเป็นช่วงเวลา ส่งผลให้ประชาชนต้องช่วยเหลือตัวเองในการหาน้ำมาสำรอง แม้ส่วนราชการบางหน่วยจะนำรถบรรทุกน้ำไปแจกจ่ายแล้ว แต่ก็ยังไม่เพียงพอและทั่วถึง

การนำเสนอข่าวดังกล่าว ทำให้ ผวจ.สุรินทร์ นายประภัสส์ มาลากาญจน์ เตรียมแจ้งความกับสื่อมวลชน ที่กล่าวพาดพิง ทำให้เสียหาย ประกอบด้วย สื่อหนังสือพิมพ์หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ทั้งนี้อาจเป็นไปได้ว่าการพูดของ ผวจ.สุรินทร์ ต่อหน้าเยาวชนและประชาชนรวมทั้งหน่วยงานราชการต่างๆ อาจเป็นการพูดถึงกรณีนี้ก็เป็นไปได้ ซึ่งถึงแม้อาจไม่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว แต่คำพูดให้มากราบเท้าดังกล่าว เป็นคำพูดที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งต่อหน้าสาธารณชน โดยเฉพาะตำแหน่งพ่อเมือง ทำให้หลายภาคส่วน รวมถึงประชาชนที่ไปร่วมงานต่างก็วิพากษ์วิจารณ์ถึงคำพูดที่ไม่เหมาะสมดังกล่าวของ ผวจ.สุรินทร์ อย่างกว้างขวางอีกด้วย

ขณะที่เมื่อวานนี้ (18 ก.ค.) เครือข่ายสื่อมวลชนหลากหลายแขนงและหลายชมรม ก็ได้ออกแถลงการณ์ไปแล้วว่า ข่าวที่พี่น้องสื่อมวลชนนำเสนอออกไปนั้น เป็นเรื่องข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชนพี่น้องชาวสุรินทร์ในวงกว้าง ในด้านระบบสาธารณูปโภค คือน้ำประปา ที่ประชาชนกำลังได้รับความเดือดร้อน ปรากฏแจ้งชัดแล้วทางสื่อหลัก สื่อสังคมออนไลน์ ที่เป็นที่ทราบไปทั้งประเทศไทย เครือข่ายสื่อมวลสุรินทร์ขอยืนยันว่า การทำหน้าที่นำเสนอข่าวดังกล่าว ของสื่อมวลชน คือการนำเสนอข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ยิ่งเป็นความเดือดร้อนของสาธารณชน เป็นหน้าที่ที่ต้องนำเสนออย่างเป็นการเร่งด่วน เพื่อกระตุ้นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บุคคลที่เกี่ยวข้อง ที่มีอำนาจหน้าที่ในการแก้ไขปัญหา ได้เร่งแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนโดยเร็ว หากไม่มีการนำเสนอปัญหาดังกล่าว ก็ถือว่าสื่อละเลยต่อหน้าที่การเป็นสื่อมวลชนที่ควรจะเป็น เครือข่ายสื่อมวลชนสุรินทร์จึงเห็นว่าการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนมิได้มีอคติหรือมิได้มีเจตนามุ่งกล่าวหา และให้ร้ายเป็นการส่วนตัวต่อผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นบุคคลสาธารณะแต่อย่างใด

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

สื่อเมืองสุรินทร์ออกแถลงการณ์ หลังผู้ว่าฯแจ้งความ ไม่พอใจ เสนอข่าวภัยแล้ง-ประปาไม่ไหล

บทความก่อนหน้านี้“บิ๊กตู่” ซุ่มตึกไทยฯ​ เก็บตัวเงียบตลอดวัน ทำการบ้าน เตรียมพร้อม​แถลงนโยบาย
บทความถัดไปเทศกาลอาหารกับเชฟมิชลินสตาร์ที่ โรงแรมแชงกรี-ลา เชียงใหม่