รถตู้เฉี่ยวลุง 81 หัวฟาดพื้น เศร้ารพ.ไม่รักษาส่งกลับบ้าน แถมต้องจ่ายค่าปรับตร. 400 บาท

รถตู้เฉี่ยวชนลุงวัย 81 หัวน็อกพื้นกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง รพ.ไม่รักษาส่งกลับบ้าน ไม่มีคนดูแลลูกตายหมด ตำรวจตั้งข้อหาประมาทปรับ 400 บาท สะใภ้ร้องสื่อของความเป็นธรรม

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม น.ส.ฐนิตนันท์ จันทนา อายุ 48 ปี ชาวต.อ่างศิลา อ.เมือง จ.ชลบุรี ลูกสะใภ้นายธนพล วรกุลปีติ อายุ 81 ปี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ที่ผ่านมาช่วงเช้านายธนพล ปี มีอาชีพขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างวินเนินทองโลตัส ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี ถูกว่าจ้างให้ไปส่งนักเรียนที่ตลาดหนองมน ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี ขณะที่จะเดินกลับที่พักปรากฏว่า ถูกรถตู้โตโยต้า สีขาว ป้ายเหลือง 10-2944 ระยอง ขับโดยนายเอกชลิต ศรีวงษ์ อายุ 35 ปี เฉี่ยวชนศีรษะฟาดพื้นพร้อมทั้งหมวกกันน็อก จึงถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพา โดยไม่มีการรักษาแต่อย่างใดและให้กลับมาที่บ้าน ทั้งที่ยังมีอาการปวดศีรษะ ซึ่งที่บ้านก็ไม่มีคนดูแล เพราะลูกๆ ตายไปหมดแล้ว ส่วนตนก็ต้องไปรับจ้างขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเพื่อหารายได้เลี้ยงตัวเอง

“ปกติพ่อเป็นคนแข็งแรงและช่วยเหลือตัวเองมาตลอด เมื่อถูกรถตู้เฉี่ยวชนก็พยายามประสานงานกับรถตู้เพื่อขอความช่วยเหลือ ปรากฏว่าถูกปฏิเสธ พร้อมทั้งอ้างว่าพ่อเป็นคนขับรถชนท้ายรถตู้อีก ทั้งที่ร่องรอยหน้าและหลังรถจักรยานยนต์ไม่มีรอยเฉี่ยวชนแต่อย่างใด คาดว่ารถตู้อาจจะเฉี่ยวรถจักรยานยนต์จนล้มและพ่อได้รับบาดเจ็บ” น.ส.ฐนิตนันท์กล่าว และว่า ตำรวจยังได้ตั้งข้อหาขับขี่รถประมาทและปรับ 400 บาท หากเสียค่าปรับแล้วเอารถออกได้ ช่วงนั้นตนไม่มีเงินติดตัว และเงินเดือนยังไม่ออก ประกอบกับพรรคพวกบอกว่าหากเสียค่าปรับคดีจะสิ้นสุด ต่อมาได้ไปยืมเงินพรรคพวกมาและจะมาเสียค่าปรับเพื่อเอารถจักรยานยนต์ไปเข้าไฟแนนซ์ เพื่อเอาเงินมารักษาพ่อก็ถูกตำรวจโยกโย้ว่าติดวันเสาร์-วันอาทิตย์ ไม่รู้จะทำอย่างไรพ่อก็นอนร้องปวดหัวอยู่ที่บ้าน

น.ส.ฐนิตนันท์กล่าวว่า ตนอยากร้องขอความเป็นธรรมกับสื่อมวลชน เนื่องจากช่วงเกิดเหตุนั้น คาดว่าจะมีกล้องวงจรปิด ตำรวจน่าจะตรวจสอบว่าใครผิดจริง เพราะฝ่ายพ่อนั้นพูดไม่ได้ ส่วนรถตู้จะพูดอย่างไรก็ได้ จึงอยากให้ตำรวจตรวจสอบด้วย หากพ่อผิดจริงก็พร้อมที่จะยอมรับกรรม แต่หากไม่ผิดรถตู้ก็จะต้องชดใช้ ตำรวจควรจะให้ความเป็นธรรมกับพ่อบ้าง

ต่อมานายวินัย พ้นภัยพาล อดีตกำนันตำบลเสม็ด ทราบข่าวจึงได้เตรียมแพมเพิสมาเยี่ยม ปรากฏว่าเมื่อเจอสภาพของนายธนพล นอนปวดหัว ประกอบกับไม่มีคนดูแล ที่สำคัญยังไม่มีการรักษาอีกด้วย จึงได้ประสานงานอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิธรรมรัศมีมณีรัตน์รับผู้ป่วยไปรักษาที่โรงพยาบาลชลบุรี เพื่อตรวจเช็กสมองอีกครั้งหนึ่งว่ามีเลือดคั่งหรือไม่ เพื่อที่รักษาตัวต่อไป พร้อมทั้งมอบเงินช่วยเหลือไป 10,000 บาท และรับเป็นเจ้าของคนไข้อีกด้วย

นายวินัยกล่าวว่า แม้กระทั่งสุนัขถูกรถชนยังไปโรงพยาบาลสัตว์เพื่อรักษา แต่นี่คนโรงพยาบาลปล่อยให้กลับมาตายที่บ้าน ทนไม่ไหวจึงต้องมาช่วยเหลือ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สถานกงสุลใหญ่ เตือนคนไทยในฮ่องกง อาจเกิดเหตุประท้วงอีก 24-25 ส.ค.
บทความถัดไป‘เฉลิมชัย’ ย้ำ 1 ต.ค.นี้ ชาวสวนยางได้รับเงินชดเชยราคาก้อนแรก