ชาวไร่อ้อยเฮ “สุริยะ”รับปากผลักดันราคาตันละ 1,000 เตรียมเสนอครม.พิจารณาอีกรอบ (ชมคลิป)

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่พบเกษตรกรชาวไร่อ้อยจังหวัดกาญจนบุรี และตรวจเยี่ยมศูนย์การปรับปรุงพันธุ์อ้อยแห่งประเทศไทย (TSBC) ชมการสาธิตกระบวนการปรับปรุงพันธุ์อ้อยด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีทันสมัย และการปลูกอ้อยแบบอัจฉริยะ (Sugarcane Smart Farming) โดยตั้งเป้าหมายให้เป็นศูนย์กลางพัฒนาพันธุ์อ้อยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นายสุริยะ กล่าวว่า วันนี้ตั้งใจลงพื้นที่มาพบและพูดคุยเพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อยจังหวัดกาญจนบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง โดยช่วงที่ผ่านมารัฐบาลให้ความสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย และต้องการสร้างความมั่นคงในอาชีพไร่อ้อย โดยเฉพาะเกษตรกรชาวไร่อ้อยรายเล็กที่มีจำนวนมาก แต่ยังไม่สามารถเข้าถึงและนำเทคโนโลยีมาใช้พัฒนาในไร่อ้อยเพื่อลดต้นทุนการผลิตได้มากนัก นอกจากนี้ยังพบปัญหาการขาดแคลนพันธุ์อ้อยที่ดี ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ในแต่ละภูมิภาค เนื่องจากในอดีตการพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์อ้อยต้องใช้เวลานานกว่า 12 ปี ทำให้มีพันธุ์อ้อยให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยเลือกปลูกไม่มาก บางพันธุ์เริ่มเสื่อมสภาพ พบปัญหาการสะสมของโรคและแมลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคใบขาว หากเกิดการระบาด จะส่งผลกระทบต่อผลผลิตอ้อยโดยรวมของประเทศ และรายได้ของเกษตรกรชาวไร่อ้อยจะลดลง


“สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เล็งเห็นความสำคัญและต้องการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อย จึงตั้งศูนย์การปรับปรุงพันธุ์อ้อยแห่งประเทศไทย (THAILAND SUGARCANE BREEDING CENTER) หรือ TSBC ที่ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายภาคที่ 1 ต.ทุ่งทอง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี โดยตั้งเป้าพัฒนาเป็นศูนย์กลางการปรับปรุงพันธุ์อ้อยของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยในระดับโลก มีความเป็นสากล และเป็นศูนย์กลางในการสร้าง รวมเครือข่ายงานวิชาการด้านอ้อยของประเทศไทย และขยายผลการดำเนินงานให้เกิดประโยชน์กับชาวไร่อ้อย โรงงานน้ำตาล นักวิชาการ และผู้สนใจ โดยสร้างและพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย และโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถตอบสนองกระบวนการปรับปรุงพันธุ์อ้อยอย่างมีประสิทธิภาพ มีความแม่นยำ ลดรอบเวลาการปรับปรุงพันธุ์อ้อยให้รวดเร็วกว่าในอดีตที่ต้องใช้เวลากว่า 12 ปี ให้เหลือเพียง 6 – 8 ปี

โดยนำระบบเทคโนโลยีชีวภาพและชีวโมเลกุล ได้แก่ DNA Finger Print และ DNA Marker เข้ามาใช้ในกระบวนการปรับปรุงพันธุ์อ้อย ตั้งแต่กระบวนการคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ การผสมพันธุ์ การจับคู่ผสม การคัดเลือกพันธุ์อ้อยด้วยระบบโทรศัพท์อัจฉริยะ (Smart Phone) และกระจายอ้อยลูกผสมไปปลูกในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อทดสอบการเจริญเติบโตการปรับตัวและการให้ผลผลิตและคุณภาพอ้อยที่หลากหลายในแต่ละท้องถิ่น รวมทั้งระดับความต้านทานต่อโรคและแมลงศัตรูอ้อย นอกจากนี้ยังพัฒนาโปรแกรมและแอปพลิเคชั่น (Application) เพื่อใช้สนับสนุนการทำงานของกลุ่มเครือข่ายนักปรับปรุงพันธุ์ คัดเลือกพันธุ์ ทดสอบพันธุ์ และขยายพันธุ์อ้อย พร้อมทั้งมีระบบรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลการปรับปรุงพันธุ์และคัดเลือกพันธุ์อ้อยที่เป็นปัจจุบัน” นายสุริยะ กล่าวและว่า

ภายในศูนย์ TSBC มีการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการปรับปรุงพันธุ์อ้อย มีอาคารควบคุมสภาพแวดล้อมเพื่อควบคุมการออกดอกของอ้อย สามารถเพิ่มความหลากหลาย การจับคู่ผสมพันธุ์อ้อย, โรงเรือนผสมพันธุ์อ้อย, ธนาคารเมล็ดพันธุ์อ้อย , โรงเรือนเพาะชำเมล็ดอ้อย, โรงเรือนอนุบาลกล้าอ้อย, อาคารปฏิบัติการชีวโมเลกุล และอาคารวิเคราะห์คุณภาพอ้อย การดำเนินงานทั้งหมด จะทำให้ได้อ้อยพันธุ์ดี สายพันธุ์ใหม่ที่บริสุทธิ์และเหมาะสมกับสภาพพื้นที่แต่ละภูมิภาค มีผลผลิตและคุณภาพอ้อยในระดับที่สูง เพื่อนำไปมอบให้ชาวไร่อ้อยทั่วประเทศใช้ปลูกเป็นพันธุ์ในฤดูการผลิตต่อไป

” อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเพิ่มรายได้ให้ชาวไร่อ้อย คือ การลดต้นทุน และเพิ่มผลผลิตอ้อย แต่ปัจจุบันพบเกษตรกรส่วนใหญ่ยังขาดองค์ความรู้ที่ถูกต้องในการปลูกและบริหารจัดการไร่อ้อยที่ดี จึงมอบหมายสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ส่งเสริมการทำเกษตรสมัยใหม่นำเทคโนโลยีที่เหมาะสมและราคาไม่แพง เข้ามาใช้ในไร่อ้อย โดยอบรมเกษตรกรได้รับความรู้ความเข้าใจ วิธีการปลูกอ้อยที่ถูกต้อง ตั้งแต่การเตรียมดิน คัดเลือกพันธุ์ ปลูกอ้อย บำรุงรักษา การลด/เลิกการใช้สารเคมีในไร่อ้อย ไปจนถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ อันช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับการทำไร่อ้อยแบบ Thailand 4.0 ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ให้ชาวไร่อ้อยสามารถนำทฤษฎีและความรู้ไปปฏิบัติได้จริง เห็นผลเป็นรูปธรรม มีการพัฒนาประสิทธิภาพในการทำอ้อย เพิ่มผลผลิตและคุณภาพอ้อยมุ่งสู่ไร่อ้อย 4.0 จะทำให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยมีรายได้เพิ่มขึ้น เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรผู้ปลูกอ้อย และเพิ่มขีดความสามารถให้อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายของไทยสามารถแข่งขันได้ทั้งในตลาดอาเซียน และตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน” นายสุริยะ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีกลุ่มเกษตรกรชาวไร่อ้อยและนายโควต้าอ้อย กว่า 800 คน เขียนป้ายเพื่อทวงถามกรณีก่อนมีการเลือกตั้งได้รับปากว่าจะดูแลราคาอ้อยให้ได้ตันละ 1,000 บาท ถึงปัจจุบันเกษตรกรชาวไร่อ้อย  ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนว่าจะได้ราคาตามที่เกษตรกรชาวไร่อ้อยได้เรียกร้องหรือไม่ เมื่อรัฐมนตรีลงมาประชุม ครม.สัญจรในครั้งนี้ จึงมาทวงถามความชัดเจน แต่รัฐมนตรีแจ้งชาวไร่อ้อยไม่ชัดเจน ขณะที่นายสุริยะ ตอบว่าตนกำลังดูแลอยู่ เพราะทราบปัญหาดังกล่าวมาตลอด ซึ่งตนเป็นรัฐมนตรีมาถึง 4 สมัยแล้ว ครั้งนี้จะพยายามทำเรื่องนี้ตามที่เกษตรกรชาวไร่อ้อยต้องการ โดยจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)อีกครั้ง

ปรากฏว่า หลังนายสุริยะ พูดจนจบ กลุ่มเกษตรกรชาวไร่อ้อย และนายโควต้าอ้อย ต่างส่งเสียงเฮลั่น บางรายร้องตะโกนว่า หากรัฐบาลทำได้แบบนี้ ขอให้เป็นรัฐบาลต่อไปนานๆ

 

บทความก่อนหน้านี้ผู้อ่านส่วนใหญ่เห็นว่าความจริงใจและกติกาที่เป็นธรรม สำคัญกว่าคนที่จะมานั่งเป็นประธานกมธ.
บทความถัดไป“ลำพูน”จับแล้ว 14รายลอบขายดอกไม้เพลิง ผู้การฯสั่งคุมเข้มตลอดคืนลอยกระทง