แถลงข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 จำนวน 1 ราย พบผู้เข้าเกณฑ์เฝ้าระวังโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 สะสมทั้งหมด 30 ราย ตรวจไม่พบเชื้อ และกลับบ้านได้ 29 ราย พบไลน์แชร์ว่อนปราจีนฯ ผู้ป่วยมีประวัติสัมผัสกับกลุ่มผู้ติดเชื้อผู้ป่วยได้รับเชื้อจากสนามมวยลุมพินีเริ่มมีอาการไอจามตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม มีการเฝ้าระวังบุคคลใกล้ชิดของผู้ป่วยทั้งภรรยาและบุตรอยู่ใน การดูแลของโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อย
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 20 มีนาคม ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดปราจีนบุรี นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผวจ.ปราจีนบุรี แถลงข่าวสื่อมวลชน จากกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดปราจีนบุรี แจ้งให้ทราบว่า จังหวัดปราจีนบุรี พบผู้เข้าเกณฑ์เฝ้าระวังโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 สะสมทั้งหมด 30 ราย ตรวจไม่พบเชื้อ และกลับบ้านได้ 29 ราย
โดยพบผู้ป่วยยืนยัน โรคโควิด19 จำนวน 1 ราย เป็นเพศชายอายุ 34 ปี (รวมอยู่ในจำนวนผู้ป่วยยืนยันที่กระทรวงสาธารณสุขแถลง) มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยที่กรุงเทพฯ มีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ ปวดกล้ามเนื้อ และ เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ ผลตรวจยังไม่พบเชื้อ จึงกลับบ้านที่จังหวัดปราจีนบุรี แต่เนื่องจากยังมีอาการอยู่จึงเข้ารับการตรวจยืนยันอีกครั้งปัจจุบันยังรักษาอยู่ในโรงพยาบาล
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรี ได้ติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจำนวน 2 ราย รับตัวไว้เฝ้าระวังสังเกตอาการจนครบ 14 วันขณะนี้ไม่มีอาการป่วยอยู่ระหว่างรอผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ

ทั้งนี้ ได้มีการสื่อสารความเสี่ยงและทำความเข้าใจกับประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับผู้ป่วยเพื่อลดความตื่นตระหนก ในเรื่องช่องทางการติดโรค ลักษณะการแพร่กระจายของโรค และการป้องกันตนเองสำหรับประชาชนทั่วไป ขอให้สร้างสุขอนามัย ยึดหลัก ลด เลี่ยง ดูแล คือลดความเสี่ยงด้วยการล้างมือด้วยน้ำและสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ให้บ่อยขึ้น หากรู้สึกไม่สบาย ไอ จาม ให้สวมหน้ากากอนามัย เลี่ยงการเดินทางไปในพื้นที่ที่มีการระบาดและพื้นที่ที่มีคนหนาแน่นเลี่ยงการใช้มือสัมผัสหน้าดูแลสุขภาพตนเองและสังคม ด้วยการกินร้อน ช้อนกลาง ทำตนเองให้แข็งแรง และกักตัว 14 วัน เมื่อเดินทางกลับจากพื้นที่ที่มีการระบาดประชาชนสามารถประเมินความเสี่ยงก่อนมาโรงพยาบาลต่อการติดเชื้อ COVID-19 ด้วยแบบประเมินออนไลน์โรงพยาบาลราชวิถี และติดตามสถานการณ์ ข้อมูลข่าวสารได้ทาง เว็บไซต์ หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรี ในเวลาราชการ
ในการแถลงข่าวในครั้งนี้โดยมีนายโชคชัย สาครพานิช นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรี แพทย์หญิงโศรยา ธรรมรักษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรและแพทย์หญิงสุเบญจา พิณสาย นายแพทย์ชำนาญการ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ร่วมแถลงข่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมพบมีไลน์แชร์ทั่วไปใน จ.ปราจีนบุรีหลังการแถลงข่าว ระบุข้อความว่า “ผู้ป่วยยืนยัน โรคโควิด19 จำนวน 1 ราย เป็นชายอายุ 34 ปี มีประวัติสัมผัสกับกลุ่มผู้ติดเชื้อผู้ป่วยได้รับเชื้อจากสนามมวยลุมพินีเริ่มมีอาการไอจามตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม และได้ทำการเข้าตรวจที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ทำการตรวจผลเป็นลบและได้เดินทางกลับบ้านมาอยู่ที่ปราจีนบุรี ในเขตอำเภอเมืองและยังไม่มีอาการดีขึ้นจึงได้โทรแจ้งให้ทางรถโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเข้ารับตัวในวันที่ 16 มีนาคม และทำการตรวจเชื้ออีกครั้งมีผลเป็นบวกและได้มีการเฝ้าระวังบุคคลใกล้ชิดของผู้ป่วยทั้งภรรยาและบุตรอยู่ใน การดูแลของโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อย ท้ายรายการเดินทางของผู้ป่วยวันที่ 6 มีนาคม ได้เข้ารับชมมวยในสนามในกรุงเทพฯ วันที่ 13 เข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลราชวิถีเข้ารับการตรวจเชื้อวันที่ 14 นอนอยู่ที่โรงพยาบาลและรอผลตรวจผลตรวจออกมาเป็นลบช่วงเย็นก็ได้เดินทางกลับบ้านและพักตัวอยู่ที่บ้านพักอาศัยวันที่ 16 มี.ค. เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล
ขณะเดียวกันประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งทาง อบต.ย่านรี และรพ.สต.บ้านเขาด้วน อ.กบินทร์บุรี ดำเนินการอบรมให้ความรู้แก่ประชาชนทั่วไป และเย็บหน้ากากอนามัย เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนในหมู่บ้านนั้นๆ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าหลาย อบต.ในพื้นที่อำเภอกบินทร์บุรี ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคโควิดและฝึกอบรมการทำหน้ากากอนามัยอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานจากเพจ “ผู้ใหญ่ไก่รักแปดริ้ว” ว่า ผลการตรวจจากห้องปฏิบัติการ (แลป) จากโรงพยาบาลรามาธิบดี ของนายกิตติพรรธ เป้าเปี่ยมทรัพย์ บุตรชาย นางสาวกิตติยา เป้าเปี่ยมทรัพย์ บุตรสาว และนายสิริภาส เป้าเปี่ยมทรัพย์ หลานชาย ของนายก ไก่ ผลการตรวจทั้ง 3 คน ไม่พบเชื้อไวรัสโควิด – 19 และมีร่างกายแข็งแรงดี ขณะนี้ ได้กักตัวเองเพื่อดูอาการเรียบร้อยแล้วเป็นเวลา 14 วัน ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและความสบายใจของทุกท่าน
“อยากฝากให้ประชาชนมีความรับผิดชอบต่อตนเองและส่วนรวม โดยเน้นการใส่หน้ากากอนามัย กินอาหารร้อน ใช้ช้อนส่วนตัว และหากพบว่าตนเองมีอาการที่เข้าข่ายกลุ่มเสี่ยง เป็นผู้ติดเชื้อดังกล่าว ให้รีบเดินทางไปพบแพทย์ทันที ขอใช้ความรักความสามัคคีของชาวแปดริ้ว ร่วมกันเอาชนะไวรัสโควิด – 19






