ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก ไร้ทางเลือก ต้องจำนำรถไถนา เผยแห่มาเกือบร้อยคัน แน่นไร้ที่เก็บ

ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก ไร้ทางเลือก ต้องจำนำรถไถนา เผยแห่มาเกือบร้อยคัน แน่นไร้ที่เก็บ

จำนำรถไถนา – เมื่อวันที่ 17 เมษายน ที่ จ.นครสวรรค์ ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบสถานธนานุบาลเทศบาลเมืองชุมแสง หรือโรงรับจำนำในพื้นที่ อ.ชุมแสง หลังมีรายงานว่าสถานธนานุบาล หรือโรงรับจำนำที่นี่มีผู้นำเครื่องรถไถแบบหัวลากมาจำนำกันเป็นจำนวนมาก หลังจากต้องประสบกับปัญหาภัยแล้งมายาวนานตั้งแต่ปีที่แล้วมาจนถึงปีนี้ จึงทำให้ไม่สามารถประกอบอาชีพทำการเกษตรเพื่อหาเลี้ยงชีพได้ตามปกติ หนำซ้ำเมื่อต้องปรับเปลี่ยนอาชีพแล้วหันไปหางานรับจ้างชั่วคราวตามที่ต่างๆ ก็ต้องมาได้รับผลกระทบจากปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จนทำให้ถูกยกเลิกจ้างงานอีก ซึ่งนอกจากจะทำให้ขาดรายได้แล้ว เงินที่เหลือเก็บก็ต้องเอามาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและเลี้ยงครอบครัว จนกระทั่งเงินเก็บหมดจึงจำเป็นต้องนำสิ่งของมีค่าไปจำนำเพื่อนำมาไว้ใช้จ่าย โดยที่ยังไม่รู้ว่าทั้งปัญหาภัยแล้งและการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้เมื่อไหร่

จากการสำรวจภายในสถานธนานุบาลเทศบาลเมืองชุมแสงแห่งนี้ พบว่า ใช้พื้นที่ส่วนใหญ่ไปกับการตั้งวางเครื่องรถไถตั้งแต่ปากทางประตูไปจนถึงซอกหลืบบันได รวมถึงโกดังที่เก็บของรับจำนำ ซึ่งมีมากมายลานตารวมกันเกือบ 100 เครื่อง โดยทราบว่า เครื่องรถไถเหล่านี้เป็นของชาวนาที่ทยอยเอามาจำนำกันตั้งแต่ปีที่แล้ว และยังไม่มีการไถ่ออก ขณะที่เดือนเมษายนนี้ ก็มีผู้เอาเครื่องรถไถมาจำนำเพิ่มอีกจำนวน 9 เครื่อง รวมถึงยังมีการนำทองรูปพรรณ เครื่องใช้ไฟฟ้า และข้าวของเครื่องใช้อื่นๆ มาจำนำกันอีกเป็นจำนวนมาก

นางเปรมจิตต์ ชูเลิศ ผู้จัดการสถานธนานุบาลเทศบาลเมืองชุมแสง เปิดเผยว่า ปีนี้ ทางสถานธนานุบาลได้มีการเตรียมสำรองเงินทุนไว้กว่า 72 ล้านบาท นำมาไว้บริการให้กับผู้ที่เดือดร้อนต้องนำของมาจำนำ ซึ่งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 0.125 บาท สำหรับเงินต้นไม่เงิน 5,000 บาท แต่หากเงินต้นเกิน 5,000 บาท จะคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 1 บาท ส่วนของที่ชาวบ้านผู้เดือดร้อนมักจะเอามาจำนำกันมากที่สุดจะเป็นทองรูปพรรณ รองลงมาก็เป็นเครื่องรถไถ และเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่ก็พบด้วยว่ายังมีชาวบ้านบางรายมีการนำสิ่งของอย่างอื่นที่ไม่รับจำนำมาจำนำ ซึ่งทางเราก็เข้าใจถึงความเดือดร้อนจึงรับจำนำไว้ อย่างเช่นวันนี้ก็มีชาวบ้านนำเครื่องนวดไฟฟ้ามาจำนำ เราก็รับจำนำในราคา 200 บาท อย่างน้อยก็เป็นการช่วยบรรเทาความเดือนร้อนให้กับพวกเขาไปก่อน

อย่างไรก็ตาม ในส่วนการจำนำเครื่องรถคันไถนั้น เป็นเพราะเกษตรกรทั้งจากในพื้นที่ อ.ชุมแสง และอำเภอใกล้เคียงต่างต้องประสบกับปัญหาภัยแล้งมาอย่างยาวนาน แถมยังต้องมาได้รับผลกระทบจากปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อีก ซึ่งที่ผ่านมาเกษตรกรหลายรายต่างลงทุนทำนาแต่ก็ไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ เพราะขาดน้ำจนต้นข้าวยืนต้นแห้งตาย หมดเงินที่ลงทุนไปหลายบาท ก็ต้องนำของมีค่าอย่างเช่นทองรูปพรรณมาจำนำเพื่อนำมาเป็นเงินทุนสำรองไว้เลี้ยงชีพ และหันไปหาทำกินอย่างอื่นชั่วคราว แต่ก็ไม่วายต้องมาซ้ำร้ายได้รับผลกระทบจากปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จนทำให้ขาดรายได้อีก ซึ่งเมื่อของที่เคยเอามาจำนำแล้วยังไม่ได้ไถ่คืน แถมยังต้องหาเงินมาต่อดอกทุกเดือน รวมถึงยังต้องมีค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน จึงทำให้พวกเขาเหล่านั้นไม่มีทางเลือก ต้องนำเครื่องมือการเกษตรที่ใช้เลี้ยงชีพอย่างเครื่องรถไถมาจำนำ เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายในช่วงที่ขาดรายได้ โดยทางสถานธนานุบาลจะรับจำนำไว้ในราคาตั้งแต่ 9,000 บาทขึ้นไป ตามสภาพความเก่าใหม่และขนาดความแรงของเครื่องยนต์ แต่ก็จะรับจำนำไว้ไม่เกิน 20,000 บาท และมีกำหนดไถ่คืนเครื่องละไม่เกิน 4 เดือน เนื่องหากรับจำนำไว้นานกว่านี้จะทำให้สถานที่ไม่มีที่เก็บ เพราะขณะนี้ได้รับจำนำเครื่องรถไถไว้รวมกันถึง 96 เครื่องแล้ว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เปิดโผ 20 เจ้าสัว เข้าข่าย ‘บิ๊กตู่’ ส่ง จม.เทียบเชิญช่วยโควิด ทักษิณติดด้วย อันดับ 16
บทความถัดไปTIP ผนึกกำลังโรงพยาบาลใช้เทคโนโลยี Telemedicine เพิ่มทางเลือกในการรับรักษาให้แก่ลูกค้าสู้ภัยโควิด-19