ป.ป.ช.ตรัง ลงพื้นที่สอบสถานกักตัวโควิด ส่อกลิ่นทุจริต จัดซื้ออุปกรณ์สูงกว่าราคาจริง 10 เท่า

ป.ป.ช.ตรัง สอบสถานกักตัวโควิด ส่อกลิ่นทุจริต จัดซื้ออุปกรณ์สูงกว่าราคาจริง 10 เท่าตัว

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 นายราม วสุธนภิญโญ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตรัง พร้อมด้วยชมรมคนต้านโกง ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่กักกันประชาชนที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงทั้ง 2 แห่งในเขตเทศบาลนครตรัง ซึ่งทางเทศบาลเป็นผู้ดูแลเรื่องงบประมาณในการทำเรื่องเบิกจ่ายในช่วงโควิด-19 ว่ายอดจำนวนคนที่เข้ามากักกันตัวนั้นมีจำนวนตามความเป็นจริงหรือไม่ และงบประมาณในการเบิกจ่ายเป็นไปตามความจริงหรือไม่อย่างไร

สืบเนื่องมาจากก่อนหน้านี้มีการตีแผ่ถึงความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง เครื่องพ่นโควิดสูงกว่าราคาความเป็นจริงถึงตัวละ 7.4 หมื่น สูงจากราคาจริงถึง 10 เท่าตัว ซึ่งจากการลงพื้นที่ตรวจสอบทางเจ้าหน้าที่ของโรงแรมที่พักแจ้งว่าทางโรงแรมเองรับผิดชอบเฉพาะเพียงห้องพักเท่านั้น โดยจะส่งรายชื่อคนที่จะเข้ามาพักกักกันตัวให้กับทางโรงแรมเท่านั้น ซึ่งเป็นคนที่อยู่ในเขตเทศบาลนครตรังและอำเภอเมืองตรัง ส่วนข้อมูลอื่นๆทางสาธารณสุขจะมีข้อมูลรายละเอียดทั้งหมด ส่วนค่าที่พักก็จะคิดในอัตราปกติ ซึ่งได้มีการทำเรื่องตั้งเบิกกับทางเทศบาลนครตรังไปแล้ว ในส่วนแรกของวันที่ 11-30 เมษายน 2563 ในส่วนที่สอง ของวันที่ 1 พฤษภาคม 2563 ยังไม่ได้ตั้งเบิกแต่อย่างใด ซึ่งขณะนี้มีผู้ที่เข้ากักกันตัวในโรงแรมแห่งหนึ่ง จำนวน 134 คน และโรงแรมอีกแห่งหนึ่ง อีก 70 ห้อง ส่วนใหญ่เดินทางมาจากจังหวัดภูเก็ต ซึ่งการเข้าพักในแต่ละห้องต้องอยู่ในดุลพินิจของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขว่าจะให้อยู่รวมกันหรือไม่ เพราะบางคนมาคนเดียว บางคนมาสองสามีภรรยา หรือ มาแบบครอบครัว พ่อแม่ลูก ลูกยังเล็ก

ในส่วนของกรณีการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องพ่นโควิดสูงกว่าราคาความเป็นจริงถึงตัวละ 7.4 หมื่นนั้น พบว่าเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2563 เทศบาลนครตรังได้ประกาศชื่อผู้เสนอราคาจัดซื้อเครื่องพ่นสารเคมีฝอยละออง(ULV)โดยวิธีเฉพาะเจาะจง จำนวน 5 เครื่อง วงเงินประมาณ 370,000 บาท เฉลี่ยเครื่องละ 74,000 บาท จากการสืบค้นราคาขายเครื่องพ่นสารเคมีผอยละออง(ULV) ยี่ห้อ STIHLแบบเดียวกับที่เทศบาลนครตรังจัดซื้อ พบว่าเอกชนบางรายประกาศขายอยู่ที่ราคาเครื่อง 6,700 บาท หรือ 9,000 บาทเท่านั้น
หลังจากมีการตีแผ่ออกไป นายวัลลภ ช่วยบำรุง ปลัดเทศบาลนครตรัง ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศบาลนครตรัง ได้ชี้แจงว่า ได้สั่งยกเลิกการจัดซื้อเครื่องพ่นสารเคมีฝอยละออง จำนวน 5 เครื่อง วงเงินงบประมาณ 370,000 บาท เฉลี่ยเครื่องละ 74,000 บาท รวมถึงวัสดุอุปกรณ์อื่น ๆ ไปทั้งหมดแล้วตั้งแต่ช่วงปลายเดือนเมษายน 2563 ปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนการดำเนินงานของฝ่ายกองคลัง ในข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการจัดซื้อเครื่องพ่นสารเคมีฝอยละออง 5 เครื่อง ภายหลังจากที่เกิดปัญหาการจัดซื้อที่เทศบาลหลักหก จังหวัดปทุมธานี ตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลการจัดซื้อ พบว่าราคาสูงกว่าที่ประกาศขายตามท้องตลาด ราคา 7.5 หมื่นบาทน่าจะไม่สามารถทำได้ จึงได้สั่งการให้มีการยกเลิกการจัดซื้อเครื่องมือชนิดนี้ พร้อมกับสินค้าตัวอื่น ๆไม่ว่าจะเป็นน้ำยาฆ่าเชื้อ รวมถึงเครื่องสแกนวัดไข้ 10-20 ตัวไปพร้อมกัน

ทั้งนี้ได้กล่าวว่า “ในส่วนเรื่องเงินค่าสินค้า ถ้ามีปัญหาอะไรกับเอกชนผู้ขาย ก็ค่อยไปทำเรื่องฟ้องคดีกันภายหลัง เพราะเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผมพูดตรง ๆ ว่า ถ้าให้เลือกระหว่างการมีปัญหาถูกเอกชนฟ้องร้อง กับถูกสอยสวนจาก ป.ป.ช. ผมยอมให้เอกชนฟ้องร้องดีกว่า เพราะถ้าแพ้เราก็แค่จ่ายเงินให้เขา ถ้าชนะเราก็ไม่ต้องจ่ายเงิน”

นายราม วสุธนภิญโญ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตรัง กล่าวว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นการเฝ้าระวังในเรื่องการทุจริตการเบิกจ่ายงบประมาณการดูแลปัญหาโรคติดต่อโควิด-19 และสืบเนื่องมาจากทาง ป.ป.ช.ได้ทราบข่าวว่าบางพื้นที่เกิดปัญหาการจัดซื้อวัสดุครุภัณฑ์ต่าง ๆ มีราคาแพง ดังนั้นทางผู้บริหาร ป.ป.ช.สั่งการให้ ป.ป.ช.ในพื้นที่ลงมาสังเกตุการทำงานของหน่วยงานของรัฐว่าการใช้จ่ายงบประมาณในช่วงโควิด-19 เป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งวันนี้ที่มาลงเบื้องต้นยังไม่มีข้อมูลว่ามีการทุจริต เพียงแต่ลงมาตรวจสอบตรวจเยี่ยมว่ามีข้อสังเกตอะไรบ้างหรือไม่ที่ทาง ป.ป.ช.จะนำไปขยายผลต่อ หรือว่าข้อเท็จจริงปฏิบัติไปตามระเบียบของทางราชการหรือไม่ ซึ่งยังไม่พบข้อผิดสังเกต ซึ่งการเรียกเก็บจากต้นจังกัดก็ยังอยู่ในเรดของทางราชการอยู่ ในส่วนของเจ้าหน้าที่ที่แจ้งว่ายังไม่ได้รับค่าใช้จ่ายหรือเบี้ยเลี้ยงนั้นตามที่ตนมองคาดว่าหน้าจะเบิกเป็นรอบหรือเบิกจ่ายหลังจากนี้ จากการสอบถามน่าจะอยู่ในการตั้งเรื่องเบิกจ่าย เพราะอำนาจในการอนุมัติเบิกจ่ายงบประมาณฉุกเฉิน 50 ล้านบาทในแต่ละจังหวัดเป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งคิดว่าเขาน่าจะทำเสนอเบิกจ่ายในคราวเดียว หรือแม้ว่ามีการทุจริตทาง ป.ป.ช.สามารถเรียกดูเอกสารย้อนหลังได้อยู่แล้ว

ส่วนกรณีที่มีความไม่โปร่งใสในระบบการจัดซื้อจัดจ้างเครื่องพ่นโควิดสูงกว่าราคาความเป็นจริงถึงตัวละ 7.4 หมื่นของเทศบาลนครตรัง และทางปลัดออกมาชี้แจงว่าได้มีการสั่งยกเลิกการจัดซื้อไปแล้วนั้น หากทางเทศบาลนครตรังมีการจ่ายเงินไปแล้วก็ถือว่ามีความผิด แต่ทั้งนี้ต้องมีการตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจนอีกครั้ง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้คลังออกบอนด์ออมทรัพย์ “เราไม่ทิ้งกัน” 5 หมื่นล. เริ่มเปิดขาย14พ.ค.
บทความถัดไปส่องสถานการณ์โควิดอาเซียน สิงคโปร์ยังครองแชมป์ติดเชื้อพุ่ง อีก 4 ชาติไร้ผู้ติดเชื้อใหม่