หาร่องรอย จยย.พยานปากสำคัญคดีบอส เตรียมเรียกคู่กรณี สอบปากคำเพิ่ม

หาร่องรอย จยย.พยานปากสำคัญคดีบอส เตรียมเรียกคู่กรณี สอบปากคำเพิ่ม

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 31 กรกฎาคม ที่ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ อ.เมืองเชียงใหม่ พล.ต.ต.ดิเรก ธนานนท์นิวาส ผู้บังคับการศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 นำเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานกว่า 10 นาย เข้าตรวจสอบและเก็บหลักฐานร่องรอยการเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ หมายเลขทะเบียน ครข 221 เชียงใหม่ ที่มีนายจารุชาติ มาดทอง อายุ 40 ปี พยานปากสำคัญในคดี บอส อยู่วิทยา เป็นผู้ขับขี่ และรถจักรยานยนต์ หมายเลขทะเบียน 7 ค 2340 เชียงใหม่ ของนายสมชาย ยาวิโน อายุ 50 ปี คู่กรณี โดยใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง ตรวจร่องรอยจากรถจักรยานยนต์ทั้งสองคัน มีการประมวลทั้งเหตุการณ์ น้ำหนักตัวผู้ขับขี่ทั้งสองคัน ความเร็วของรถขณะเกิดเหตุ ร่องรอยการชน รวมทั้งได้เชิญช่างผู้เชี่ยวชาญด้านการทำงานของเครื่องยนต์และระบบการทำงานทั้งหมดของรถจักรยานยนต์มาร่วมตรวจสอบ

ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่า เพื่อตรวจร่องรอยการเฉี่ยวชน และหาข้อเท็จจริง แต่หลักฐานที่ได้มาจากการตรวจร่องรอยรถ ก็จะต้องใช้ภาพจากกล้องวงจรปิดมาประกอบด้วย ส่วนคลิปภาพจากกล้องวงจรปิดที่เป็นภาพมุมไกลก็จะต้องนำมาวิเคราะห์อีกครั้ง ทั้งหมดนี้จะต้องใช้หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ นิติเวชศาสตร์ ภาพจากกล้องวงจรปิด รวมทั้งการสอบปากคำ มาประมวลผลรวมกันทั้งหมด

พล.ต.ต.ดิเรก กล่าวว่า ได้รับคำสั่งจาก พล.ต.ท.วิเชียร ตันตระวิระยะ ผบช.สพฐ.ตร. ให้มาตรวจหาร่องรอยการเฉี่ยวชนเพื่อประกอบสำนวนคดี โดยหลักฐานวัตถุพยานทั้งหมดจะต้องนำหลักฐานไปตรวจสอบในห้องปฏิบัติการก่อน วันนี้ยังบอกอะไรไม่ได้และยังไม่ขอลงความเห็นอะไร แต่คาดว่าหลังตรวจสอบเสร็จแล้วจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ส่วนจะใช้เวลาในการตรวจหลักฐานยนานเท่าไหร่ ศพฐ.5 จะทำให้เร็วที่สุด

ส่วนความคืบหน้าในการสอบสวนคดีนั้น พ.ต.อ.รณชัย รอดลอย ผกก.สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ยังไม่มีอะไร ส่วนที่เดินทางไปบ้านเกิดของนายจารุชาติที่ จ.เชียงราย ทางครอบครัวยังคงยืนยันไม่ทราบว่านายจารุชาติไปเป็นพยานในคดีสำคัญ ส่วนที่ทำงานของผู้ตายกำลังตรวจสอบ ในขณะที่ผลการชันสูตรศพกำลังรออยู่ ตอนนี้ยังไม่ได้ผลออกมา

รายงานแจ้งว่านายจารุชาติ มีชื่อเป็นลูกจ้างทำงานอยู่ในสำนักงานทนายความแห่งหนึ่งใน ต.แม่เหียะ อ.เมืองเชียงใหม่ แต่ไม่มีการยืนยันข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทราบเพียงว่ามีการตรวจสอบข้อมูลบางอย่างที่อาจจะเกี่ยวพันกับคดีดัง แต่ยังไม่เป็นที่เปิดเผย

ขณะที่วันเดียวกันนี้พนักงานสอบสวนได้เชิญตัวนายสมชาย คู่กรณีจากอุบัติเหตุมาสอบปากคำเพิ่มเติม พร้อมกับส่งตัวไปตรวจที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ โดยนายสมชายบอกกับผู้สื่อข่าวว่ายังเจ็บระบมกับบาดแผลจากอุบัติเหตุ และยืนยันว่าตนเองถูกคู่กรณีขี่รถชนท้าย ไม่ได้เป็นคนขี่ชนอย่างที่หลายคนสงสัย

ขณะที่ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ตามเส้นทางที่นายจารุชาติ ขี่มาก่อนประสบอุบัติเหตุ เพื่อตอบข้อสงสัยที่ว่าก่อนจะเกิดการเฉี่ยวชนมีรถคันอื่นขับขี่ติดตาม หรือไล่มาจนทำให้ต้องขี่จักรยานยนต์หลบหนีหรือไม่

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ผู้ว่าฯโตเกียวชี้ อาจประกาศภาวะฉุกเฉิน! หากสถานการณ์ “โควิด” เลวร้ายลงกว่านี้
บทความถัดไปเด็กไทยได้ 1 เงิน 4 ทองแดง แข่งฟิสิกส์โอลิมปิกระหว่างประเทศ