ชาวโคราชนับร้อย ถูกหลอก ‘ออมเงินทอง’ สูญ 20 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ที่ สภ.ครบุรี จ.นครราชสีมา กลุ่มผู้เสียหายกรณีถูกหลอกลงทุนออมเงินออมทอง เพื่อหวังดอกเบี้ยราคาสูงถึงร้อยละ 60 กว่า 50 ราย ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เนื่องจากไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่ตกลงกัน โดยกรณีนี้เคยมีการแจ้งความร้องทุกข์มาตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม ซึ่งล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการออกหมายจับผู้ต้องหาไว้แล้ว 3 ราย พร้อมติดตามอายัดทองคำรูปพรรณ ที่เชื่อว่าจะเป็นของกลางที่ผู้เสียหายถูกหลอก กลับคืนมาได้จำนวน 44 รายการ มูลค่ากว่า 7 ล้านบาท ขณะที่มูลค่าความเสียหายที่คาดการณ์เบื้องต้นไม่น้อยกว่า 20 ล้านบาท

พ.ต.ท.ศุภเชษฐ์ นวจินดาพงศ์ สารวัตรสอบสวน สภ.ครบุรี เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ที่ผ่านมา มีกลุ่มผู้เสียหายกว่า 20 ราย เดินทางเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ นางสุนันท์ สังข์ทองหลาง หรือที่รู้จักกันในนาม “แม่แพรว” พร้อมพวก ได้ร่วมกันหลอกลวงประชาชนด้วยการโฆษณาโดยใช้สื่อออนไลน์เฟซบุ๊ก ให้หลงเชื่อนำเงินและทองคำมาร่วมลงทุนออมเงินและทองคำ เพื่อรับดอกเบี้ยตอบแทนสูง ถึงร้อยละ 60 ต่อเดือน โดยสามารถที่จะลงทุนเป็นเงินสดหรือทองคำก็ได้ ซึ่งในช่วงต้นของการลงทุนจะได้รับผลตอบแทนตามตกลง แต่ระยะหลังก็จะเริ่มบ่ายเบี่ยงโดยให้ลงทุนเพิ่ม และต้องรอรายได้ตอบแทนจากเดือนละครั้ง เป็น 3 เดือนครั้งถึง 6 เดือนครั้ง บางรายถูกเปลี่ยนข้อกำหนดให้ต้องออมเงินเอาไว้ห้ามถอนทั้งดอกเบี้ยและเงินต้นนานถึง 1 ปี จึงเริ่มมีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์กับทางพนักงานสอบสวน

โดยล่าสุด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมข้อมูลหลักฐานและนำหมายค้นเข้าค้นที่พักของนางสุนันท์ สังข์ทองหลาง หรือแม่แพรว ในอำเภอครบุรี จ.นครราชสีมา และพบหลักฐานเพิ่มเติม เป็นใบเสร็จรับออมเงินและทองคำ ตั๋วจำนำทองคำ และหลักฐานที่เกี่ยวข้องหลายสิบรายการ จึงทำการออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 3 ราย ประกอบด้วย นางสาวสุนันท์ สังข์ทองหลาง หรือแม่แพรว เจ้ามือใหญ่ อายุ 40 ปี ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ นางสุชาดา ผัดจังหรีด อายุ 35 ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมา และนางสาวจิรภา ใจงูเหลือม อายุ 32 ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมา ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง , ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และ ร่วมกันกู้ยืมเงินซึ่งเป็นการฉ้อโกงประชาชนและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พร้อมอายัดทรัพย์สินของผู้ต้องหา อาทิ บัญชีเงินฟาก 9 บัญชี ซึ่งมีเงินสะพัดในแต่ละบัญชีหลักสิบล้านบาท , รถจักรยานยนต์กว่า 20 คัน และรถกระบะป้ายแดงสี่ประตูอีก 1 คัน และได้นำตั๋วจำนำทองจำนวน 44 รายการ ไปติดตามอายัดทองคำรูปพรรณคือกลับมาได้อีกจำนวนมากรวมมูลค่าทองคำประมาณ 7 ล้านบาท และขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการที่เกี่ยวข้องที่เชื่อว่าจะมีอยู่อีกไม่ต่ำกว่า 3-4 ราย มาเป็นผู้ต้องหาเพิ่มเติม

ขณะเดียวกันทางผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว และทั้งหมดให้การปฏิเสธ และขอประกันตัวไปด้วยวงเงินประกันจำนวน 750,000 บาท และมีนัดรายงานตัวในวันที่ 11 ส.ค.นี้ ซึ่งหากมารายงานตัวและต้องการประกันตัวอีกจะต้องเพิ่มวงเงินประกัน เนื่องจากมีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์เพิ่มเติมอีกจำนวนมาก เบื้องต้นประมาณการว่าจะมีผู้เสียหายที่เข้ามาแจ้งความไม่น้อยกว่า 80 คน มูลค่าความเสียหายเป็นวงเงินไม่น้อยกว่า 20-30 ล้านบาท

จากการสอบถาม หนึ่งในผู้เสียหายเล่าให้ฟังว่า ติดตามข้อมูลการลงทุนในกรณีนี้ผ่านทางเฟซบุ๊ก ซึ่งมีการโพสต์รูปภาพและข้อความจูงใจเพื่อให้หลงเชื่อและลองลงทุนร่วมเกือบ 3 แสนบาท เริ่มต้นก็ได้เงินตามที่ตกลงในอัตราร้อยละ 60 ตนเองเอาแค่ดอกเบี้ย ส่วนเงินต้นก็เอาลงทุนเหมือนเดิม ลงทุนมานานกว่า 2 เดือนแล้ว แต่เมื่อครบกำหนดชำระในเดือนที่ผ่านมา กลับไม่ได้เงินตามที่ตกลงกันไว้ ติดต่อกลับไปก็เงียบหาย ประกอบกับได้ยินข่าวว่าเป็นการหลอกลวง จึงมาแจ้งความกันทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในที่สุด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้แฉ ‘โอบาเมยอง’ เคยคิดชิ่ง ‘อาร์เซน่อล’ ไปซบ ‘เชลซี’ แต่ดีลล่มเพราะเรียกเงินสูง
บทความถัดไป‘ชูวิทย์’ โพสต์ถาม เราจะใช้ชีวิตอย่างไร เมื่อกระบวนการยุติธรรมไม่เป็นที่พึ่งของสังคม