‘ลุงพล’ ทาบ ทนายษิทรา ช่วยสู้คดี ‘ทนายตั้ม’ บอกขอไป ‘บ้านกกกอก’ ก่อน ค่อยตัดสินใจ

‘ลุงพล’ ทาบ ทนายตั้ม ช่วยสู้คดี แง้มคุยกันแล้ว ช่วยสร้างความมั่นใจมากขึ้น

เมื่อวันที่ 21 มกราคม นายไชย์พล วิภา หรือลุงพล ผู้ต้องสงสัยในคดีน้องชมพู่ เปิดเผยว่า ตามที่มีข่าวว่าผู้เชี่ยวชาญของศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี จะสรุปผลที่ได้จากการใช้เครื่องจับเท็จ แล้วส่งให้พนักงานสอบสวนในคดีน้องชมพู่ดำเนินคดีต่อไปนั้น หากทางพนักงานสอบสวนออกหมายจับตนเป็นผู้ต้องหา ก็ได้มีการเตรียมตัวต่อสู้คดีไว้แล้ว โดยจะขอให้นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เข้ามาเป็นทนายว่าความต่อสู้คดีให้ โดยก่อนหน้านี้ก็ได้เคยมีการพูดคุยกับทนายตั้มเพื่อให้มาเป็นทนายความไว้แล้ว ซึ่งหากได้ทนายตั้มเข้ามาดูแลคดีอย่างใกล้ชิด ก็จะช่วยสร้างความมั่นใจและรู้สึกอบอุ่นมากยิ่งขึ้น

ส่วนทนายรัชพล ศิริสาคร ถือเป็นทนายจิตอาสาจะให้ช่วยว่าความในคดีมีไม้หวงห้ามไว้ในครอบครองตามที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้แจ้งความดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรตำบลกกตูม ส่วนที่มีการร้องเรียนเรื่องการทำงานของยูทูปเปอร์ว่ากีดกันการทำงานของผู้สื่อข่าวส่วนกลางนั้น ได้มีการทำความเข้าใจในเรื่องการให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวส่วนกลางเรียบร้อยแล้วมากกว่าสามารถแจ้งประเด็นที่ต้องการจะสัมภาษณ์ได้เลยพร้อมที่จะเหมือนในการตอบคำสัมภาษณ์ ส่วนทางยูทูบเบอร์ก็สามารถติดตามถ่ายทอดสดได้ มีข้อจำกัดอะไรขอให้ทำงานไปตามปกติ

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้ลุงพลทราบในข้อระเบียบกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ ซึ่งการกระทำดังกล่าวของลุงพลมีความผิดตามมาตรา 69 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ 2484 ว่าด้วยการมีไม้ท่อนที่ยังไม่ได้ผ่านการแปรรูปที่ไม่มีรูป ลอยดวงตาของรัฐ ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้ทราบ ซึ่งลุงพลได้ให้การปฏิเสธโดยอ้างว่าไม่เข้าใจข้อกฎหมายและไม่ได้นำมาครอบครองเพื่อตนเอง แค่นำมาให้ชาวบ้านที่นับถือทำการกราบไหว้เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเท่านั้น

ในด้านการทำสำนวนคดีที่ลุงพลถูกแจ้งความในข้อหามีท่อนไม้ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องกับสำนวนคดีกล่าวว่าขณะนี้ได้มีการสอบสวนเจ้าหน้าที่ป่าไม้พร้อมทั้งรวบรวมวัตถุพยานที่เกี่ยวข้องในสำนวนคดีเรียบร้อยแล้วคาดว่าน่าจะสามารถออกหมายเรียกลุงพลมารับทราบข้อกล่าวหาได้ภายในอาทิตย์หน้า

ขณะที่ ทนายตั้ม ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “สัปดาห์หน้าผมจะลงไปบ้านกกกอกนะครับ เนื่องจากลุงพลติดต่อมาหลายครั้ง ขอให้ผมลงไปช่วยคดีน้องชมพู่ เนื่องจากมีข่าวลือมาว่า ตำรวจอาจใช้เครื่องจับเท็จเป็นหลักฐานในการดำเนินคดี ในฐานะทนายผมยืนยันเลยนะครับ ว่าในศาล เครื่องจับเท็จไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีในการใช้เป็นหลักฐาน เนื่องจากมีความคลาดเคลื่อนเยอะ

ผมก็เหมือนกับทุกคน ที่อยากรู้ว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุทำให้น้องชมพู่เสียชีวิต อ่านตามหลักฐานนิติเวชก็มีโอกาสเป็นไปได้สูงว่าน้องจะหลงป่าจนเกิดความสูญเสีย ที่สำคัญถ้าไม่มีหลักฐานชัดเจน มีแต่ความระแวงสงสัย เราอาจกำลังสร้างเหยื่ออีกคนในการใส่ร้ายผู้อื่นว่าเป็นฆาตกร

หลักในการทำคดีของผมคือ ไม่มีใครสมควรได้รับโทษในความผิดที่ไม่ได้ทำ ผมรู้ว่าทุกคนเบื่อกับคดีนี้มาก แต่ผมไม่อาจปล่อยผ่านได้จริงๆ เดี๋ยวจะลงพื้นที่และตรวจสอบดู ค่อยตัดสินใจอีกครั้งว่าจะรับทำคดีหรือไม่อย่างไรครับ”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon