อย. เผยไทยเข้าถึง ‘กัญชา-กัญชง’ ที่สุดในเอเชีย ดันคนไทยปลูกรองรับตลาดโลก ปรึกษาฟรี

อย. เผยไทยเข้าถึงกัญชา-กัญชง ที่สุดในเอเชีย พร้อมสนับสนุนคนไทยปลูกรองรับตลาดโลก ปรึกษาฟรีที่มหกรรมกัญชาฯ บุรีรัมย์

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ในงาน “กัญชากัญชง 360 องศา เพื่อประชาชน” ภญ.สุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวถึงการเข้าถึงของประชาชนภายหลังการปลดล็อกส่วนของพืชกัญชา กัญชง ว่า สิ่งที่น่าติดตามต่อจากนี้คือ การเปิดโอกาสทางกฎหมาย ให้ประชาชนใช้ส่วนต่างๆ ของพืชกัญชา กัญชง ใส่ในผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย อาทิ ผลิตภัณฑ์อาหารทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นอาหารปรุงสุก อาหารเสริม เครื่องดื่ม เบเกอรี่ ไอศกรีม อาหารที่อยู่ในชีวิตประจำวันของประชาชน ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง เช่น ครีมบำรุงผิวที่ใช้แล้วล้างออก แชมพู ครีมล้างหน้า สบู่ สครับผิว หรือผลิตภัณฑ์สมุนไพร เช่น ยารับประทาน ยารักษาโรค ยาโรคอัลไซเมอร์ ยาโรคพากินสัน ยาแก้ลมชัก ไปจนถึงยาทาภายนอก ลูกประคบ ยาดม ยารักษาผิวหนังอักเสบ

“เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ ทำให้สินค้าของประเทศไทยมีค่า และสามารถส่งออกได้มากยิ่งขึ้น โดยขณะนี้ อย. ปลดล็อกการใช้กัญชา กัญชง ในส่วนที่ไม่เป็นยาเสพติดให้โทษ เพื่อประกอบอาหาร การใช้เมล็ดกัญชง น้ำมันจากกัญชงในเครื่องสำอางและอาหาร ส่วนสมุนไพรในขณะนี้สามารถนำไปใช้ได้ทุกส่วน และที่จะเร่งออกมาในอนาคต คือ การอนุญาตใช้สารสกัดซีบีดี(CBD) ที่มีสารทีเอชซี(THC) น้อยกว่า 0.2 เปอร์เซ็นต์ เพื่อเป็นส่วนประกอบในเครื่องสำอาง คาดว่าจะออกประกาศใช้ในเดือน มี.ค. และการอนุญาตใช้ในอาหาร ในเดือน เม.ย.” ภญ.สุภัทรา กล่าว

ภญ.สุภัทรา กล่าวว่า ปัจจุบันกฎหมายที่ทยอยอนุญาตออกมาเป็นส่วนของปลายน้ำ ที่มีผู้ประกอบหลายคนเริ่มให้ความสนใจ ทำการศึกษาเพื่อขอขึ้นทะเบียนกับ อย. ทำให้สิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจมากที่สุดขณะนี้คือ พืชกัญชง ที่มีผู้สนใจปลูก ตั้งโรงงานสกัดจำนวนมาก เกิดความตื่นตัวสูง ประชาชนเข้ามาปรึกษากับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด(สสจ.) และ อย. จำนวนมาก ฉะนั้น เป็นการสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจตลอดห่วงโซ่ ต้นน้ำคือ ผู้นำเข้าเมล็ดกัญชงหรือผู้ปลูก กลางน้ำคือ ผู้ที่ทำโรงงานสกัด ตอนนี้มีนักลงทุนรายใหญ่ทั้งคนไทยและต่างประเทศ สนใจเข้ามาตั้งโรงงานในประเทศไทยจำนวนมาก ทั้งโรงงานขนาดใหญ่ ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อนำสารสกัดไปทำยา โรงงานสกัดกลางใช้เพื่อทำอาหาร ไปจนถึงขนาดเล็ก และโรงหีบน้ำมันจากเมล็ดกัญชง

“คนที่ตอนนี้คนที่สนใจตั้งโรงสกัดก็กำลังทำอยู่ คนที่สนใจปลูกก็กำลังขออนุญาตอยู่ คนที่มีความรู้เรื่องเมล็ดพันธุ์ก็ขออนุญาตนำเข้า จึงทำให้เกิดความเคลื่อนไหว ส่วนปลายน้ำ ก็ศึกษาการทำผลิตภัณฑ์ ตอนนี้จะเห็นได้ว่าหลายบริษัทกำลังออกสินค้าที่มาจากกัญชง โดยการขอขึ้นทะเบียนกับ อย. ก็จะเหมือนกับสินค้าอื่นทั่วไป ฉะนั้น กัญชงก็เป็นเหมือนวัตถุดิบทั่วไปที่ใส่ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ผู้ประกอบการสามารถเข้ามารับคำปรึกษาได้” ภญ.สุภัทรา กล่าว

ภญ.สุภัทรา กล่าวอีกว่า สิ่งที่เราต้องเน้น คือ การปลูกพืชกัญชา กัญชง ให้ได้มากที่สุด เนื่องจากความต้องการของปลายน้ำมีสูงมาก ดังนั้น เราต้องปลูกอย่างมีคุณภาพ ให้ได้ผลผลิตตามความต้องการของคนรับซื้อ ส่วนโรงสกัดก็ต้องมีศักยภาพเพื่อให้ได้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ ขณะเดียวกัน การเข้าถึงกัญชา กัญชงของประชาชนในประเทศไทย เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในทวีปเอเชีย ถือว่าเรามาไกลมากที่สุดแล้ว ทำให้นักลงทุนต่างชาติ ก็เห็นโอกาสอันดีที่จะมาลงทุนร่วมกับคนไทยในประเทศและเราจะเป็นศูนย์กลางผลิตและส่งออกไปในทวีปอื่นๆ ต่อไปในอนาคต

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“เพื่อไทย” ท้า รบ.ทำประชามติแก้-ไม่แก้รธน.
บทความถัดไปชาว’พิมายกว่า 200 คน ตั้งริ้วขบวนแห่ชุดไทยโบราณ รำบวงสรวงเชิดชูวีรกรรมคุณย่าโม